"พี่อยากให้เอมกลับไปกับพี่..."
สิทธาพูดขรึมๆ ดวงตาสีเข้มบอกความความตั้งใจจริง เอมอมรถอนใจ นัยน์ตาตกมองอยู่ที่พื้น
"เอมทิ้งอะไม่ได้นี่คะ"
"อะอยู่กับคุณตาคุณยายได้ อาก็เป็นผู้ใหญ่ดูแลตัวเอง เอมยังมีใครที่จะต้องเป็นห่วงอีก"
เธอย้อนถามว่า "คุณลุงคุณป้าจะว่าอย่างไรกันล่ะคะ"
"ไม่มีใครกล้าว่าอะไร นี่เป็นเรื่องของเราสองคน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเรา"
เธอถอนใจ "แต่เอมกำลังจะสอบอยู่แล้ว สู้อุตส่าห์เรียนมาตั้งเกือบสี่ปี แล้วจะทิ้งปริญญาเฉยๆ ได้ยังไง"
"ปริญญาไม่ใช่จะมีความสำคัญนักหนาหรอกนะ ถ้าเราอยู่ด้วยกัน ยังไงๆ พี่ก็ดูแลเอมได้"
เธอหลบตา ถามตัวเองว่าเธอมีคุณค่าคู่ควรกับเขาหรือเปล่า และหัวจิตหัวใจของเธอเล่า เธอพร้อมที่จะลืมทุกอย่าง
เพื่อใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นน้องน้อยที่สงบเสงี่ยมของเขาไปจนตายจริงๆ หรือ
สิทธาถอนใจ "เอาเถอะ เมื่อเอมยังไม่ตัดสินใจพี่จะรอ พี่ไปคราวนี่ถึงจะได้ปริญญาโทแล้ว
ก็จะยังไม่กลับมาแต่จะทำปริญญาเอกต่อไปเลย พี่จะเตรียมตั๋วเครื่องบินไว้ให้ ถ้าเอมสอบเสร็จแล้ว
พร้อมเมื่อไหร่ก็บินตามไปหาพี่ แล้วเราจะแต่งงานกันทันที"
ที่เขาเห็นก็เป็นเพียงสีหน้าหม่นหมองที่ปราศจากความตื่นเต้นยินดี เขาได้แต่รู้สึกเสียใจ
"แต่ว่าคุณลุงกับคุณป้า..."
"พี่บอกแล้วว่าไม่ต้องไปสนใจ อนาคตเป็นของเรา ไม่ใช่ของเขา"
"แต่เขาเป็นพ่อแม่ของพี่สิทนะคะ" "เอม... พี่รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร" เขาเตือนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทว่าเสียงที่พูดต่อกลับเจือขื่นขม
"พี่ตัดสินใจในเรื่องของเราได้ แต่ว่าพี่ตัดสินใจในเรื่องของเอมไม่ได้ พี่รู้เรื่องของเรา แต่ไม่รู้เรื่องของเอม"
เธอหลบตา น้ำตาเริ่มซึม "เอมเสียใจ เอมขอโทษด้วยค่ะ"
ประกายตาของเขาหม่นหมอง "ไม่เป็นไร พี่ไม่บังคับใจเอมหรอกนะ" เอมอมรยิ้มเศร้าๆ ลุกหายไปชั่วครู่ก็กลับมายืนตรงหน้า
"พี่สิทคะ
เอมมีอะไรจะให้"
"อะไร"
"ยื่นมือมาซีคะ"
เขายื่นมือออกไป เธอวางสิ่งหนึ่งลง แหวน...! เขามองมันอย่างเคร่งขรึม "เอมเสียใจค่ะพี่สิท" น้ำเสียงเธอสั่น น้ำตาคลอตา
"เอมขอบอกตามความจริงว่า ที่เอมคืนแหวนไม่ใช่เพราะสาเหตุจาก "ใคร"คนไหน แต่เอมคืน
เพราะเอมไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นภรรยาของพี่ และเป็นสะใภ้ของตระกูลไพรีพินาศ
ถึงพี่สิทจะพูดว่าคนอื่นๆ ไม่สำคัญแต่เอมก็คงอดคิดไม่ได้ว่าเอมทำให้พ่อแม่ญาติพี่น้องของพี่สิทผิดหวัง
เอมใคร่ครวญอยู่นานแล้วก่อนจะตัดสินใจ ขอให้พี่สิทเข้าใจเอมด้วย..."
เขาได้แต่นิ่ง นัยน์ตาตกอยู่ที่แหวนในมือ
แหวนวงน้อยส่งประกายแพรวพรายอย่างทระนง
ในวันที่เดินทางกลับ คมกริชเป็นผู้ขับรถให้ ต่างก็เงียบขรึมจมอยู่ในความรู้สึกหนักหน่วง ไม่คล้ายเพื่อนรักที่กำลัง
จะแยกจากกัน ในที่สุด สิทธาก็ถามขึ้นมา
"บอกหน่อยได้ไหม ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนอย่างไร" "หลังๆ นี้เราก็เห็นว่าเขาเป็นคนที่ใช้ได้คนหนึ่ง แต่เราไม่ค่อยสนิทกับเขานักหรอก"
แล้วเขาก็เล่าออกมาเท่าที่รู้
สิทธานิ่งฟัง "นายพาเราไปหาเขาหน่อยซิ"
คมกริชมองหน้าเพื่อน แต่ก็ไม่คัดค้านว่ากระไร เลี้ยวรถไปทางที่ทำงานของชลิต
ชายหนุ่มมองสองชายที่เลขานุการสาวพาเดินเข้ามาในห้องทำงานอย่างแปลกใจ สีหน้าเคร่งขรึมเมื่อลุกขึ้นยืนต้อนรับ
"คุณสิทธา...คุณคมกริช...สวัสดีครับ"
"สวัสดีครับ คุณชลิต"
สิทธานั่งลงตรงหน้า มองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาขณะที่คมกริชแยกไปนั่งลงตรงชุดรับแขกเพื่อ เปิดโอกาสให้สองชายได้พูดคุยกัน
"ผมแวะมาประเดี๋ยวเดียว ผมกำลังจะไป และคงอีกหลายปีกว่าจะกลับมาอีก"
"ขอให้เดินทางโดยปลอดภัยนะครับ" "ขอบคุณ... อืม ผมขอร้องให้เอมตามไปในทันทีหลังจากสอบเสร็จ"
เขาพูดออกมา เห็นเจ้าของห้องนิ่งเงียบสีหน้าเศร้าหมองขมขื่น เขาพูดต่อพลางถอนใจยาว
"แต่ว่าเธอคงจะไม่ไป..."
สีหน้าคนฟังเปลี่ยนไป คล้ายความยินดีส่องประกายรำไร สิทธาอดรู้สึกเจ็บปวดไม่ได้ "จะอย่างไรก็เถอะ" เขาพูดต่อ ทำน้ำเสียงแข็งขันเอาการเอางาน
"เอมเป็นเหมือนกับน้องสาวของผม ผมเป็นห่วง แล้วก็รักเขามาก ผมอยากให้เขามีความสุข" อีกฝ่ายหนึ่งจับตามอง งุนงงและไม่แน่ใจ สิทธาซ่อนความขมขื่นไว้ในท่าที "เอมไม่มีใครอีกแล้ว ผมไม่รู้ว่าจะออกปากฝากเอมกับใคร...ก็มีแต่คุณเท่านั้น...
ผมอยากขอให้คุณช่วยดูแลเธอด้วย"
"คุณสิทธา" เสียงของเขาแหบพร่า "ผมรับปากคุณ ผมจะดูแลเธออย่างดี"
มือทั้งสองจับกระชับกันอย่างมั่นคงด้วยมิตรภาพและความตั้งใจอันมุ่งมั่น
รถเก๋งสีฟ้าจอดอยู่ข้างหน้า ร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งยืนส่งยิ้มมองมาอย่างรอคอย กลุ่มเพื่อนของหญิงสาว
สะกิดกันดู ก่อนจะถามหญิงสาวว่า
"มาอีกแล้วผู้ชายคนนั้น... ใครกันนะเอม"
"พระเอกหรือว่าผู้ร้าย" เพื่อนอีกคนหนึ่งดักคอยิ้มๆ
เธอยิ้มเซียวๆ "ไม่รู้ซี..." เธอแยกจากเพื่อนๆ เดินเข้ามาหา "สวัสดีฮะ"
สีหน้าของชายหนุ่มแจ่มใส มองเธอด้วยประกายตาลึกซึ้ง "ไม่ได้พบกันนานหลายวันเลยนะ"
"ค่ะ..." เธอคิดในใจว่า นึกว่าจะไม่พบกันอีกแล้ว
"คิดถึงจังเลย" ประกายตาของเขาเริ่มแพรวพราพอีกครั้ง เธอรำลึกถึงคืนวันในหนหลังแล้วก็เผลอยิ้ม
"คุณหายไป... คิดว่าจะไม่มาอีกแล้วซีคะ..."
"ต้องมาซิ เพียงแต่...เปิดโอกาสให้คุณได้อยู่กับ
..พี่ชาย..."
เขาใช้คำ "พี่ชาย" ด้วยความรู้สึกสนิทใจจริงๆ
"เขาเพิ่งจะกลับไปค่ะ" เธอพูดขรึม ๆ
"ผมรู้แล้ว..."
สีหน้าเธอสลดบอกความเสียใจ "ฉันทำให้ทุกคนผิดหวัง"
"แต่ผมไม่ผิดหวังเลย ผมดีใจที่สุด" ประกายตาของเขาวาบวับสีหน้ากระจ่าง
"อย่างนั้นเทียวหรือคะ"
"ขึ้นรถก่อนซี" เขาพยักหน้าเชิญชวน เธอทำตามอย่างว่าง่าย
พอรถเคลื่อนออกไปจากที่ มือใหญ่ก็เกาะกุมมือบางไว้ในทันที
"คิดถึงผมบ้างไหม... ตอบหน่อย... ตอบหวานๆ ให้ชื่นใจสักครั้ง"
"ไม่ค่ะ"
"ไม่ตอบหรือว่าไม่คิดถึง"
เธอหัวเราะออกมา อีกฝ่ายดึงมือไปจูบ ก่อนจะถูกดึงหนี
"เราจะไปไหนกันคะ" เธอมองถนนหนทางข้างหน้า
ชายหนุ่มหันมายิ้มล้อเลียน "ไปดูนกนางนวลที่บางปูกัน"
"ไหนคุณว่าไม่ชอบนกนางนวลไงคะ" "ก็คุณชอบนี่ ส่วนที่ผมชอบก็คงจะเป็นเรื่องนั้นมั้ง เรื่องความเชื่อของครอบครัวเพื่อนคุณ...
หลังจากนี้อีกปีสองปีถ้าคุณพบเพื่อนคนนี้ก็บอกเขาไปได้เลยว่ามันเป็นความจริง"
ประกายตาของเธอพราวขึ้นไม่แพ้ดวงตาของเขา เสียงหัวเราะกังวานทุ้มของเขาและเสียงใสๆ ของเธอ
ดังรับกันไปตลอดทาง
***** อวสาน *****
|