"เอม"
ฝ่ายนั้นทักด้วยสีหน้าขรึมๆ แม้มีรอยยิ้มยินดีปรากฏอยู่จางๆ แต่ร่างสูงที่เดินตามขึ้นมา
และเรื่องราวที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มายิ้มออกมาไม่ได้
เธอปราดเข้าไปหาอย่างตื่นเต้นยินดี "พี่สิท มาได้ยังไงคะนี่"
"ก็นั่งเครื่องบินมาน่ะซี" เขาพูดยิ้มๆ มองเธออย่างพินิจพิจารณา "เอมเป็นอย่างไรบ้าง"
"แย่ค่ะ" สีหน้าเธอสลดลง
สองหนุ่มมองหน้ากัน ชลิตเพิ่งจะได้พบเห็นคู่หมั้นของเธอเต็มตา
เขาสลดลงนับแต่ได้รู้ว่าชายผู้นี้เป็นใคร รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นส่วนเกินไปในทันที
"พี่สิทธา นี่คุณชลิต" เอมอมรแนะนำอย่างนึกขึ้นได้ เธอออกจะอึดอัดใจเมื่อหันมาพูดกับชายหนุ่ม
"คุณลิตคะ นี่ไงพี่สิทธา คู่หมั้นของเอม"
"ยินดีครับ" ต่างก้มหัวให้แก่กัน
หญิงสาวเริ่มจะกังวลในความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงที่เกี่ยวพันเธอกับคนทั้งสอง สบตากับชลิตก็เห็นเขามองตอบ
อย่างหม่นหมอง
สิทธามองคนทั้งสองอย่างเคร่งขรึม ได้ยินจากมารดามาก่อนแล้วว่านอกจากฐานะอันผันผวนแล้ว
คู่หมั้นของเขามีชายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เขาแน่ใจว่าเป็นชายคนนี้ ชายร่างสูงล่ำสัน ใบหน้าคมสะอ้าน
ที่มีท่าทีอาจหาญเหมือนไม่เคยเป็นรองใคร
ชลิตขยับตัว "ผมกลับไปก่อนดีกว่านะฮะ" เขามองเธอขรึมๆ พูดเสียงอ่อน
"ทำทุกอย่างตามสบายเถอะนะ ไม่ต้องเป็นกังวล ผมจะไม่ทำให้คุณอึดอัดใจ
ผมรู้ว่าหมดหน้าที่ของผมแล้ว..."
"แต่ว่า" เธอขยับจะพูดแล้วก็เงียบ เหมือนกับว่าพอมีคู่หมั้น ทางของเขาก็ตีบตัน
เรื่องของเขาคงจบลงตรงนี้ อย่างที่เขาสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างแทนคู่หมั้น แต่จะไม่ขวางทางของเธอ
เขามองเธอนานเหมือนจะบอกลาก่อนจะหันมาก้มศีรษะให้อีกชายหนึ่ง
"ผมไปก่อนละครับ"
เอมอมรมองตามร่างสูงที่เดินไปขึ้นรถ ขับออกไป เขาจะกลับมาอีกไหม เธอยังไม่มีโอกาสได้ร่ำลาหากว่าครั้งนี้
จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะพบกัน
ประกายน้ำตาทำให้ดวงตาของเธอดูคล้ายเจ็บปวดร้าวรานเมื่อหันกลับมา
สิทธามองขรึมๆ ถามว่า "ใครนะ เพื่อนของเอมหรือ"
"ค่ะ เขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเอม"
"..
"พี่มาเพราะคุณแม่
สิทธาบอกเธอซ้ำเมื่อคนทั้งสองกำลังรับประทานอาหารด้วยกันในภัตตาคารแห่งหนึ่ง เขาบอกเธอแล้วครั้งหนึ่ง
ที่บ้าน เธอไม่กล้าถามต่อและเขาก็เปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากทำลายช่วงเวลาดีๆ ซึ่งควรจะมีเมื่อเพิ่งพบกัน
หลังจากที่ห่างกันไปเสียนาน
ท่าทีของสิทธาทำให้หญิงสาวใจเสีย เรื่องที่เขาได้ยิน ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามคงทำให้เขาคิดมากไม่น้อย
ท่าทีจึงคล้ายห่างเหินผิดเคย
"ท่านเล่าอะไรมากมายหลายอย่าง ที่จริงท่านไม่ให้พี่มา แต่ว่าพี่ไม่มาไม่ได้"
เธอหลบตา "พี่สิทกำลังจะตำหนิที่เอมไม่เคยเล่าอะไรให้พี่สิทรู้เลยใช่ไหมคะ"
"พี่น้อยใจ แต่จะไม่ตำหนิเอม พี่รู้ว่าเอมไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เพียงแต่อาจจะไม่กล้า หรือไม่ก็ไม่อยากจะพูด"
"พี่สิทรู้ใจเอมเสมอ ถึงแม้ว่าเราจะห่างกันไปตั้งเกือบสองปี"
"สองปี" เขาพึมพำ "นานเหลือเกินนะ รู้สึกว่าอะไรๆเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน"
"ค่ะ...เปลี่ยนมาก" เธอยอมรับ
ชายหนุ่มมองเธอ ร่างบางที่สมส่วนนั่งอยู่ตรงกันข้าม ท่าทางสงบสำรวมกว่าเคย ความจริงเธอและเขา
ไม่เคยมีกิริยาอาการของคนรักมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ความที่รู้จักสนิทสนมกันมาแต่เด็ก เขาจึงไม่เคยแสดงต่อเธอ
อย่างหนุ่มสาว ไม่เคยออดอ้อนหรือสัมผัสให้เธอรู้สึกวาบหวามผิดแปลก เธอเป็นคล้ายน้องสาวคนหนึ่งมาตลอด
ในครั้งนี้ เขาได้แต่รู้สึกเสียใจ
สายตาของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัด สีหน้าสลดหลบตาเตรียมรับการกล่าวโทษ
พอรู้ตัวชายหนุ่มก็พูดขรึมๆ "พี่เสียใจด้วยเรื่องคุณอา"
หยาดน้ำตาเอ่อขึ้นในหน่วยตาคู่งาม "ค่ะ...แต่ถึงอย่างไรคุณแม่ก็ไปสบายแล้ว"
"แล้วเอมจะทำอย่างไรต่อไป"
"เอมกำลังจะย้ายบ้านค่ะ"
"มีปัญหาเรื่องเงินหรือเปล่า"
"ไม่มีค่ะ..."
"แน่นะ..."
"แน่ค่ะ..."
เขามองหน้าเธอ ถามขรึมๆ "แล้วปัญหาอื่นล่ะ"
เธอรู้ว่าเขาหมายความถึงอะไร แต่ก็ยังถามซึมๆ ว่า "ปัญหาอื่นอะไรคะ"
"ไม่รู้ซี... ก็พี่เพิ่งจะมาถึงนี่"
เธอเขี่ยอาหารในจานก่อนจะฝืนตักกลืนกินอย่างยากลำบาก
อีกฝ่ายรู้สึกใจหาย เธอไม่ใช่ "น้องเอม"คนเดิมของเขา
"ไม่ได้พบกันตั้งนาน พี่คิดว่าเราน่าจะมีเรื่องพูดกันมากมายแต่กลับคล้ายไม่มีอะไรจะพูดกันเลย..."
เขาถอนใจหนักหน่วง "แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก พี่พอจะเข้าใจอะไรๆ อยู่บ้างแล้ว"
|