|
อารยะรู้สึกแปลกใจ ที่เมื่อก้าวเข้าบ้าน ก็ได้เห็นน้องสาวนั่งซึมอยู่คนเดียวที่ห้องข้างล่าง
"ยายเอม...เป็นยังไงยังไม่นอน ดึกดื่นป่านนี้แล้ว" เอมอมรมองพี่ชาย ด้วยสีหน้าหม่นมัว
พูดเสียงแหบเครือ สะท้อนสะท้าน " พี่อา... เราต้องรีบไปหัวหินเดี๋ยวนี้ นวลโทรศัพท์มาบอกว่า
คุณแม่หายไป"
"ฮ้า..." อารยะอุทานออกมา "นวลบอกว่าสงสัยคุณแม่จะกินยานอนหลับเข้าไปมากด้วย ยิ่งกว่านั้น..." เธอร้องไห้เมื่อพูด
"เขาบอกว่าพบแต่รองเท้าคุณแม่ที่ชายหาด"
อารยะนิ่งไปอย่างตกตะลึง "บอกให้ใครรู้แล้วหรือยัง" เขาถาม
"ยัง... เอมไม่รู้จะบอกใคร กลัวเขาจะตกใจกันเกินกว่าเหตุ" "ดีแล้ว งั้นไปกับพี่ รอเดี๋ยวนะ" เขาวิ่งขึ้นห้องไปหยิบเสื้อผ้าก่อนจะลงไปหลังบ้าน
ส่งเสียงเรียกพวกคนรับใช้ "เราจะไปหัวหินกัน บอกคุณอะด้วยนะ แล้วช่วยกันดูแลบ้านกันให้ดีด้วยล่ะ"
แล้วเขาก็พาน้องสาวขึ้นรถขับตรงไปยังบ้านพักหัวหินที่ทิ้งมารดาไว้ในทันที
...
เมื่อสมรักมาถึงที่พักของชายหนุ่ม เขาไม่ได้ล็อคประตู เธอจึงเดินเข้ามาโดยไม่ได้เรียก เธอเห็นร่างสูงใหญ่
เหยียดยาวเกะกะอยู่บนเก้าอี้ เขาคงจะเผลอไปหลับไป
หล่อนนั่งลงข้างๆ จูบเบาๆ ด้วยความรักใคร่
"เอมมี่..." เสียงละเมอเรียกทำให้เธอสะดุ้ง
"ใครคะเอมมี่...นี่รักนะคะ คุณลิต"
ชายหนุ่มลืมตาอย่างงุนงง พอเห็นเธอก็ลุกขึ้นนั่ง
"มาตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะ คุณรัก แล้วเข้ามาได้ยังไงกัน" "รักเพิ่งมาถึงเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้คุณใจลอยจนไม่ยอมล็อคประตูห้องแล้ว รักนึกว่าคุณเปิดไว้ให้รักเสียอีก
" เธอทำน้ำเสียงประชดประชัน "แต่กลับได้ยินคนดีละเมอเรียกชู้รัก ใครคะ เอมมี่
เอมอมรใช่ไหม"
ชายหนุ่มพูดขรึมๆ "คุณรู้ดีอยู่แล้วนี่....."
ความโกรธที่พุ่งขึ้นมาทำให้หญิงสาวอัดอั้นจนตัวเกร็งไปทั้งร่าง "คุณลิต...คุณไม่มีหัวใจ"
ชายหนุ่มถอนใจ ถ้าเขาไม่มีหัวใจ คงรักผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มากมายปานนี้ เขาลุกขึ้นยืน เดินไปเสียจากร่างสวย
ที่ประชิดอย่างจะเอาเรื่องเอาราว
"คุณรักบอกผมว่าจะไม่มาที่นี่อีกไม่ใช่หรือฮะ"
เธอมองเขาอย่างแค้นเคือง เธอเคยแกล้งพูดออกมาเพราะความโกรธที่เขาไม่สนใจใยดี ไม่ได้คิดว่าจะทำจริงๆ "ถ้ารักไม่มาคุณก็สบายไปน่ะซีใช่ไหมล่ะคะ คุณคงจะพาแม่คนนั้นมาแทนที่รัก"
"คุณรักฮะ คุณเอมไม่ใช่คนอย่างนั้น"
"ฮึ... เขาคงจะดีมากละซี ใช่ไหมล่ะคะ" "ผมรู้ว่าเอมเป็นคนยังไง ผมไม่ใช่เด็กอมมือนะฮะ คุณรัก ทุกคนที่ผมรู้จัก
ผมรู้ทะลุไปถึงก้นบึงว่าใครเป็นยังไงบ้าง..."
เธอนิ่งอั้น กัดริมฝีปากอย่างเคืองแค้น "คุณลิตเห็นว่ารักไม่ใช่คนดีใช่ไหมล่ะคะ"
"ผมไม่ได้ว่าอย่างนั้น" "แต่คุณก็เย็นชาใส่รัก คุณไม่เห็นคุณค่าเพราะว่าคุณได้รักง่ายๆ "
เธอต่อว่าและกำลังจะร้องไห้เพราะอารมณ์ที่รุนแรงขึ้นทุกที
"คุณรักเอมอมร เห็นเขามีค่าเพราะว่าคุณเอาเขามาเป็นของคุณไม่ได้"
"คุณค่าอยู่ในเนื้อแท้ของคนนะครับคุณรัก ไม่ใช่อยู่ที่ว่า เขาจะยากหรือง่าย"
"แล้วเอมมีคุณค่ายังไงล่ะคะ... คุณลิต... บอกรักซิว่าเขามีอะไรที่รักไม่มี"
ชายหนุ่มไม่ตอบ ได้แต่ทอดถอนใจมองเธออย่างเคร่งขรึม
"เขาไม่เคยยอมเสีย... ยอมเสี่ยงอะไรเพื่อคุณลิตเลย... แต่ว่ารักยอม...ยอมทุกอย่าง" เสียงเธอสะท้าน "ทำไมคุณลิตไม่เห็นใจรักบ้าง"
"ผมไม่เคยขับไล่หรือตัดรอนคุณรักเลยนะ" เสียงเธอดังขึ้นทุกที "ก็แน่ละซีคะ เพราะคุณยังหาความสุขจากตัวรักได้อยู่นี่
ถ้าคุณมีคนอื่น คุณแน่ใจหรือว่าจะไม่ไล่"
ความจริงแล้วเขาหาผู้หญิงได้ง่ายดาย ทว่าเขาไม่ได้พูด
"ถ้าเอมเลือกคุณ คุณจะทำอย่างไรกับรักคะ"
"จะถามทำไม ถึงอย่างไรเขาก็ไม่เลือก"
"แล้วถ้าเขาเลือกล่ะ...บอกมาซิ รักอยากจะรู้" เสียงถามคาดคั้น ประกายตาแวววาวเจ็บแค้น
ชายหนุ่มพูดออกมาเหมือนคำตอบรออยู่แล้ว "ผมก็คงจะต้องขอความเห็นใจจากคุณรัก..." "นั่นยังไง...เห็นไหมล่ะ" เธอกรีดเสียงแล้วก็โถมเข้าใส่ ทุบตีหยิกข่วนอย่างเคืองแค้นน้อยอกน้อยใจ
"คุณใจร้าย ใจดำที่สุดในโลก" เขาจับมือเธอไว้ เธอไม่วายร้องไห้ดิ้นรน รำพึงรำพันอย่างเจ็บช้ำ
"รักเกลียดคุณ คุณลิต ได้ยินไหมว่ารักเกลียดคุณ" เธอผลักไสโผออกไป แล้วก็เริ่มคว้าข้าวของปาใส่ ชลิตปัดป้องตกใจที่เธอเป็นไปได้ถึงเพียงนี้
"คุณรัก...อย่าฮะ อย่าทำอย่างนี้"
สมรักไม่ฟังเสียง หล่อนหยิบโน่นนี่ขว้างปาใส่เขาอย่างโกรธแค้น นานแล้วที่เธอไม่ได้ทำฤทธิ์ใส่ใคร
ภายในบ้านของเธอ ทุกคนล้วนยอมหมอบราบคาบแก้เพราะเธอเป็นลูกสาวคนเดียว ที่เป็นที่หนึ่งเสมอ
เธอได้ทุกอย่างไม่ว่าอะไรหรือว่าใคร หากเธอต้องการ เธอจะต้องเอามาให้ได้แม้ว่าจะต้องใช้เวทมนตร์กลคาถา
เธอเคยคิดว่าเธอได้ชลิตแล้ว แต่แล้วก็กลับต้องเจ็บปวดเก็บกด อดกลั้นตลอดมาเมื่อรู้ตัวว่าเธอครองเขาอยู่
แต่เพียงกาย หัวใจเขาอยู่กับหญิงอื่น
ผู้หญิงอย่างเธอ พร้อมพรั่งไปหมด ทุกอย่างแต่กลับไม่อาจทำให้เขารักได้ สมรักเจ็บปวดหัวใจเป็นที่สุด
ชลิตผลุนผลันออกจากห้องไปอย่างโกรธเคือง สมรักยิ่งคลั่งแค้น กวาดของของเขาลงมากับพื้น
"คนบ้า คนเลว คนผีทะเล" เธอกรีดเสียงสรรหาคำมาด่า แล้วที่สุดก็โถมตัวลงนอนคว่ำร้องไห้อยู่คนเดียว
อารมณ์ของเธอสงบลงบ้างแล้วเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ เธอภาวนาขอให้เป็นชลิต ทว่ากลับได้ยินเสียงเอมอมร
นัยน์ตาของเธอวาวโรจน์ สีหน้าเครียดขึ้งด้วยความเกลียดชัง ทว่าน้ำเสียงที่พูดตอบโต้กลับเจือหัวเราะ
จงใจแสดงความขบขันเย้ยหยัน ราวกับว่าเธอกำลังเบิกบานใจเต็มประดา
"เสียใจด้วยนะ คุณชลิตเขาไม่ยอมมาพูด แล้วก็... ลองพยายามดูใหม่ซีนะ...เอมมี่..."
|