"พี่อารู้ไหมว่าคุณแม่ชอบคุณนิยม"
เอมอมรถามขณะที่นั่งรถกลับมาด้วยกันในวันรุ่งขึ้น อารยะพยักหน้า
"รู้ซี รู้ว่าชอบกันมากเสียด้วย เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันแล้วคุณนิยมยังซื้อข้าวของแพงๆ
ให้คุณแม่เยอะแยะ" "แต่คุณนิยม ไม่ใช่คนดีอย่างที่พวกเราเข้าใจหรอกนะคะ คุณแม่รักเขา เชื่อใจขนาดที่ขายบ้านให้
แต่ทีนี้เขาส่งทนายมา เขากำลังจะเรียกร้องเอาบ้านของเราแล้วละ"
"หา...!" อารยะร้อง แตกตื่นในความเป็นจริงที่เพิ่งจะได้รู้ "คุณแม่ขายบ้านให้เขาจริงๆ หรือ" หญิงสาวพยักหน้า "ใช่ ตอนแรกเอมก็ไม่รู้ คุณแม่มาบอกตอนหลัง เมื่อมันมีเรื่องขึ้นมาแล้ว" เธอเล่า
"ก็ค่าใช้จ่ายในบ้านเรามากเหลือเกิน แล้วยังจะต้องจ่ายค่างวดให้ธนาคารอีก
รายได้ของคุณแม่ไม่แน่ไม่นอน เขาให้เงินคุณแม่มาใช้เรื่อยๆ คุณแม่ก็เลยวางใจคิดว่าเขาให้เพราะรัก
เรื่องบ้านนี้ก็คงจะเป็นความคิดของเขาเอง ถ้าไม่ใช่เขาเกลี้ยกล่อมหลอกว่าจะให้อยู่ต่อไป
ไม่ให้เดือดร้อน คุณแม่คงไม่กล้าทำแบบนี้"
"โธ่... คุณแม่ไม่ได้ปรึกษาพวกเราเลยนะ" "อย่าว่าคุณแม่เลย เท่านี้คุณแม่ก็ไม่สบายใจมากพออยู่แล้ว เอมหวังแต่ว่า ถ้าพวกเราร่วมมือกัน
ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง"
"เราจะทำยังไงกันดี" "อย่างน้อยก็ทำให้คุณแม่สบายใจ ตอนนี้คุณแม่เครียดแล้วก็เสียใจมาก
เอมกลัวว่าจะยิ่งไม่สบายไปกันใหญ่"
"พี่เองก็ต้องทำงาน ไม่อย่างนั้นจะมาอยู่เป็นเพื่อน" "อย่าเลย ประเดี๋ยวพี่อาก็ออกอาการขี้เบื่อให้คุณแม่ยิ่งเครียดไปใหญ่
แล้วเอมจะชวนอะ ลาเรียนมาอยู่กับคุณแม่เอง"
สองคนพี่น้องพูดคุยปรึกษากันเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตลอดทาง
อริยารู้เรื่องราวเป็นคนต่อมา และจากนั้นก็มาถึงชลิต
เขาติดต่อกับเด็กสาวเพื่อที่จะถามข่าวคราวของเอมอมรแล้วอริยาก็เล่าเรื่องของมารดาที่เกี่ยวพันมาถึงครอบครัว
ให้เขาฟัง เด็กสาวเล่าทั้งหมดไม่เหลือ ยกเว้นเรื่องที่นิยมเรียกหาเอมอมรเป็นการแลกเปลี่ยน
เอมอมรไม่ได้บอกให้ใครรู้ แต่เขาก็เดาได้เอง
เขามาหาเธอที่บ้าน "ผมเพิ่งจะรู้เรื่อง อะเล่าให้ผมฟัง"
"ยายอะนี่เหลือเกินจริงๆ เอมห้ามไว้ก่อนแล้ว ไม่เคยฟังกันบ้างเลย"
"อย่าว่าน้องเลย ผมกลับดีใจที่ได้รู้เรื่อง ผมอยากรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณนะ เอมมี่"
เธออดรู้สึกซาบซึ้งไม่ได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมิได้ทำตัวน่ารักสำหรับเขาเลย แม้เขาจะแสดงให้เห็นว่ารัก
กังวลห่วงใย เธอกลับตัดรอน หลบลี้หนีหน้า หวาดระแวงไม่ไว้ใจเขาตลอดมา เธอทำให้เขาโกรธ ขัดเคือง
น้อยเนื้อต่ำใจ ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็ไม่เคยละทิ้งเธอเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเวลาที่เธอมีปัญหา
"แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อไป" "เราจะหาบ้านใหม่ค่ะ บ้านหลังเล็กๆ พออยู่ได้ ไม่ต้องใหญ่โตหรูหรา อะไรที่ไม่จำเป็น
ก็จะขายไปเสียให้หมด ถ้ามีเงินไม่พอ เราจะขอยืมจากญาติผู้ใหญ่ นอกจากนี้ คุณแม่มีที่ดินที่รังสิตเหลืออยู่
แต่มันยังไม่ค่อยเจริญเลยยังไม่มีราคา..." เธอหัวเราะอย่างขมขื่น
"ไม่อย่างนั้นก็ไม่แน่เหมือนกันว่าจะยังคงเหลืออยู่ได้"
"ให้ผมช่วยได้ไหม" เขามองเธออย่างบอกความตั้งใจแท้จริง "คุณต้องการเงินเท่าไร"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ ขอบคุณมาก"
"แต่ผมอยากจะช่วย คุณจะขอยืมก็ได้"
"แต่ฉันรับความช่วยเหลือจากคุณไม่ได้ค่ะ" หญิงสาวยืนยันอย่างอ่อนโยน "แม้ในฐานะเพื่อนหรือ" เขาถาม น้ำเสียงที่พูดต่อเคร่งขรึม
"ผมไม่ได้คิดถึงสิ่งตอบแทนอะไรนะ เมื่อคุณแต่งงานไปแล้ว จะใช้คืนให้ผมก็ได้"
เอมอมรต้องกล้ำกลืนความรู้สึกอย่างยากเย็น อยากบอกเขานักว่าหากเธอต้องจากเขาเพราะการแต่งงาน
ก็ใช่ว่าเขาจะเจ็บปวดแต่เพียงผู้เดียว
เธอได้แต่เก็บคำพูดนั้นไว้
"ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันจะดิ้นรนกันเองก่อน แต่ถ้าจนใจจริงๆ ฉันอาจจะขอร้องคุณก็ได้" "คุณเป็นคนหยิ่งทระนงอย่างร้าย" ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ มองเธออย่างลึกซึ้ง
"เอมมี่...ผมดีใจที่คุณไม่ได้ขึ้นห้องกับคุณนิยมในคืนนั้น"
"ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ" "ผมรู้... คุณไม่เคยคิดจะแลกตัวเองกับอะไร คุณทำให้ผมรู้สึกผิด ยกโทษให้ผมด้วยนะที่เคยเข้าใจคุณ
ผิดคิดถึงคุณไปในทางที่ไม่ดี"
"ฉันไม่โกรธคุณเลยค่ะ คุณลิต" "คุณรักหวงตัวเอง แต่ผมทำกับคุณอย่างนั้น..." เขามองเธออย่างเสียใจ
"ผมควรจะลงโทษตัวเองอย่างไรดี" "คุณลิตคะ" หญิงสาววางมือลงบนหลังมือใหญ่ พูดอย่างอ่อนโยน
"ไม่ต้องลงโทษตัวเอง คุณไม่ได้ทำลายฉันค่ะ" ชายหนุ่มพลิกมือกลับ จับกระชับมือเธอไว้
"ผมคิดอะไรง่ายๆ อย่างคนมักง่าย ความจริง ผมคิดว่าคุณรักผมและมันคงไม่มีปัญหาที่คุณจะทิ้งสิทธา
ผมตั้งใจจะตัดสินใจแทนคุณ กลับกลายเป็นว่าผมทำลายคุณแท้ ๆ"
"ฉันไม่ได้ถือว่านั่นเป็นการทำลาย ในเมื่อฉันเองก็รักคุณ"
"เอมมี่..." ชายหนุ่มครางอย่างคาดไม่ถึง "คุณรู้อยู่ตลอดเวลาไม่ใช่หรือคะ ว่าฉันรู้สึกอย่างไร" เธอหลบตา
"เพียงแต่ว่าฉันถอนหมั้นไม่ได้เท่านั้นเอง" สีหน้าของเขาหม่นหมอง "แม้ตอนนี้คุณก็ยังยืนยันเช่นนั้น" ผมไม่อาจเปลี่ยนใจคุณได้ เขาถอนใจ
"ต่อไปนี้ผมจะไม่เซ้าซี้ให้คุณไม่สบายใจ เพียงแต่ว่าในเมื่อเขายังไม่มา
ขอให้ผมได้อยู่เคียงข้างคุณได้ไหมเอมมี่"
น้ำตาคลอตาเธอ "ได้ค่ะ..."
"และต่อไป ไม่ว่าคุณจะแต่งงานไปแล้วหรือไม่ ขอให้คุณจำไว้ว่า ผมรักคุณ"
"คุณลิตคะ...ขอให้คุณจำอย่างนั้นไว้เช่นกัน"
เสียงเธออ่อน ทว่ามั่นคงและจริงใจ ดวงตาคู่งามทอประกายล้ำลึก และชลิตก็มองตอบในอาการเดียวกัน...
|