|
เธอเพ่งมอง มึนเมาจนแทบจะไม่แน่ใจ
ชายหนุ่มกำลังจะพากันเดินผ่านไป แล้วเธอก็ตัดสินใจในทันที เธอสลัดแขนหลุดจากการเกาะกุม อย่างง่ายดาย
เนื่องจากนิยมไม่ทันระวัง นึกไม่ถึงว่าจู่ๆ ลูกแมวที่สิ้นฤทธิ์ก็จะไหวตัวเช่นนั้น
"คุณวิชา!"
วิชาหันมาอย่างแปลกใจ หญิงสาวถลาเข้ามาคว้าแขนเขาไว้ เธอยืนไม่ตรงทั้งใบหน้าแดงก่ำ
"คุณวิชา จำฉันได้ไหมคะ ฉันเป็นเพื่อนของคุณชลิต"
"อ้าว คุณนั่นเอง"
เขาร้องออกมาด้วยความแปลกใจเป็นที่สุด ก็ในวันนั้น ดูเธอเป็นเหมือนยายเพิ้งสุดเชย ประพิมยังเก็บเอาไป
ค่อนว่าเธอดูจืดเหมือนกับปลาตาย
ทว่าในวันนี้ เธอสวยสะอ้านเย้ายวน ซ้ำยังกำลังมึนเมาอยู่อีกด้วย
"มากับใครหรือครับ..."
แทนคำตอบ สีหน้าเจื่อนท่าทางประหม่าแกมวิตก เหลียวไปทาง ลิฟท์ตัวที่เพิ่งเลื่อนลงมาจอด ผู้คนที่ยืนรออยู่ค่อยๆ
ก้าวเข้าไป มีอยู่เพียงชายสูงวัยรูปร่างท่าทางน่าเกรงขามทำสีหน้าเคร่งขรึมยืนรอคอยมองอย่างไม่พอใจ
ชายหนุ่มหันกลับมา สีหน้าเผือดทำให้เขาสงสัย
"มากับเขาหรือ"
หญิงสาวหลบตา พยักหน้ารับ "กำลังจะขึ้นลิฟท์ไปไหนกัน" เขาถามเหมือนขู่เข็น
"ฉันอยากจะกลับบ้านค่ะ" เธอตัดบทเสียงเครือ "กรุณาพาฉันไปด้วย"
วิชามองเธออย่างหนักใจ ท่าทางเธอเหมือนเด็กหลงทางที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ ทั้งเขาก็ได้รู้จากชลิต
เมื่อโทรศัพท์คุยกันในภายหลัง ว่าเธอคนนี้แหละคือคนที่ตนรัก
"เขามีเจ้าของแล้ว" แล้วนี่ใครกันอีกเล่า เขาถามตัวเองว่าควรหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวหรือเปล่า
เพื่อนๆ ของเขากำลังยืนมองรอคอย แต่เขาก็เกิดสำนึกที่จะปกป้องเธอ ทั้งที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเบื้องหลังของเธอ
เป็นอย่างไร ชายสูงวัยซึ่งดูภูมิฐานน่าเกรงขามผู้นั้นเป็นใครกันแน่
"กำลังมีปัญหาอยู่หรือครับ"
"ค่ะ...ฉัน..." เธอหาคำพูดไม่ได้ ได้แต่มองหวาดๆ กลับไปอีกครั้ง
นิยมปั้นยิ้มขรึมเดินเข้ามาหา "จะไปกันหรือยัง"
"เอมจะไปกับคุณวิชาค่ะ" เธอขยับหนีทันทีที่มือของเขาเอื้อมออกมา วิชามองตาม
"อย่าเหลวไหลน่า มานี่เถอะ" น้ำเสียงเฉียบขู่เข็น
"ไม่ค่ะ" เธอไม่กล้ามองหน้านิยม ขยับใกล้ชายหนุ่มเข้าไปอีก
นิยมยิ้มเครียดๆ กับวิชา "ผมมาด้วยกัน เชิญคุณตามสบายเถอะ ผมจะรับผิดชอบเธอเอง"
วิชากลับพูดว่า "ผมว่าตามใจคุณสุภาพสตรีดีกว่าครับ" นิยมหน้าเครียดอย่างไม่พอใจ หันมาใช้สายตาข่มขู่บังคับหญิงสาว
"จะว่ายังไงล่ะเอม...คิดดูให้ดีๆ ก่อนที่จะทำอะไรลงไปนะ"
เอมอมรกัดริมฝีปาก ทอดตามองอยู่ที่พื้นห้อง "เอมจะกลับบ้านค่ะ" เธอพูดเสียงเครือ
ชายสูงวัยนิ่ง แต่แล้วก็แสร้งยิ้มอย่างใจดี "ก็ได้ มาซิ ผมจะไปส่ง"
"ไม่ค่ะ" เธอปฏิเสธแล้วหันมองชายหนุ่มอย่างวิงวอน วิชาจึงพูดว่า
"ผมจะไปส่งเธอเองครับ"
"แน่ใจหรือเอมอมร" นิยมคาดคั้นด้วยดวงตาคมกริบ น้ำเสียงเยียบเย็น
เอมอมรหันหน้าหนี วิชาเห็นดังนั้น จึงแตะแขนเธอพาเดินจากไป
นิยมมองตามด้วยดวงตาที่เป็นประกายกร้าว ได้แต่ขู่คำรามอยู่ในลำคอ
...
วิชาแยกจากเพื่อนๆ พาเธอนั่งมาในรถตามลำพัง หญิงสาวนั่งตัวลีบเงียบๆ หลับตานิ่งเพราะมีนเมา
"ผมจะพาคุณไปหานายชลิตนะ" "อย่าค่ะ..." เธอห้าม คิดเรื่องที่จะเล่าไม่ออก แล้วอีกอย่างหนึ่ง
"เขาคงไม่อยู่บ้าน
ถึงอยู่ก็คงไม่ได้อยู่คนเดียว" น้ำเสียงตอนท้ายขมขื่น
"คุณคิดว่าเขาอยู่กับใคร"
เธอกล้ำกลืนความเจ็บปวดไว้ในอก
วิชาคิดว่า ประหลาด! ช่างเป็นคู่รักที่แปลกประหลาดโดยแท้
"บ้านคุณอยู่ที่ไหน" เขาถาม พอได้คำตอบก็ถามต่อ "ที่นั่นปลอดภัยหรือ"
หญิงสาวก็ตอบไม่ได้ นึกระแวงไปว่า ป่านนี้นิยมอาจไปรออยู่ที่บ้านก็เป็นได้ เธอได้แต่หลับตาอย่างมึนงง
ตำหนิตัวเองที่ดื่มไวน์มากเกินไป ไม่รู้ว่าฤทธิ์ของมันซึมลึกย้อนมาเล่นงานเอาภายหลัง
วิชากลับเลี้ยวรถไปอีกทางหนึ่ง
"เอาอย่างนี้ นี่ก็ยังไม่ดึก ไปบ้านผมก่อนก็แล้วกัน ไปนั่งพักให้สบายใจก่อนแล้วค่อยกลับ
หรือไม่อย่างนั้นจะค้างก็ได้ ผมจัดห้องใหม่เตรียมไว้ให้ลูก ตอนนี้ยังไม่มีใครอยู่เลย"
เอมอมรต้องนิ่งอย่างตื้นตันใจ "จะไม่เป็นการรบกวนหรือคะ"
"ไม่หรอกครับ พิมคงดีใจที่ได้พบคุณอีก คุณเป็นเพื่อนของนายลิตก็เหมือนกับเป็นเพื่อนของเราด้วย"
...
ประพิมส่งผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นให้ หญิงสาวพึมพำกล่าวขอบคุณก่อนที่จะรับไปเช็ดหน้าแล้ว วางมันกดไว้ที่หน้าผาก
"เป็นไงคะ" ประพิมก้มลงมาถาม
"แย่ค่ะ" เธอยิ้มเซียวๆ
"คอไม่แข็งแล้วกินเข้าไปทำไมตั้งมากมาย ดูซิ หน้าตาเนื้อตัวแดงก่ำไปหมด"
"ตอนกินไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างนี้นี่คะ" หญิงสาวพูดอ่อยๆ
"งั้นนอนพักสักครู่หนึ่งก่อน ถ้าง่วงก็หลับไปเลยก็ได้ ประเดี๋ยวคุณชลิตมาฉันจะปลุก"
เธอหลับตา ได้ยินเสียงวิชาซึ่งเพิ่งจะต่อโทรศัพท์ได้ ดังแว่ว ๆ
"นายลิต... ไอ้... นั่นมึงอยู่กับใครวะ"
หญิงสาวหลับตาถอนใจ เธอเจ็บปวดได้แต่ไม่มีสิทธิ์ตัดพ้อตำหนิต่อว่า ก็ทีเธอยังรอสิทธาแล้ว
ทำไมเขาจะอยู่กับสมรักไม่ได้
เขาพยายามจะมาหาเธอ แต่เธอก็บ่ายเบี่ยงหลบลี้หนีหน้าเขาอยู่เสมอ ก็น่าอยู่หรอกที่เขาจะต้องโกรธเคือง
น้อยเนื้อต่ำใจ
น้ำเสียงของวิชาออกจะฉุนเฉียว
"ไอ้ห่...เมื่อวันก่อน มึงบอกว่ารักคนไหนวะ แล้ววันนี้ทำไมกกอยู่กับอีกคนหนึ่ง... กูงงกับมึงจริงๆ นี่ มึงมาที่บ้านกูเดี๋ยวนี้นะ...มาดูว่ามีใครอยู่ที่นี่.
..กูไม่ได้ล้อมึงเล่นนะโว้ย
นายชลิต
! มึงมา แล้วก็มาคนเดียวด้วย..."
เอมอมรหลับตา แม้กระนั้นก็ยังมีหยาดน้ำปริ่มปรี่ออกมาให้จนเปียกหน้า เธอเผลอหลับไปทั้งที่น้ำตาไหลเป็นทาง
น้ำเสียงฉุนเฉียวจริงจังของเพื่อน ทำให้ชลิตเฉลียวใจ เขาทิ้งสมรักไว้คนเดียว ขับรถฉิวมาบ้านเพื่อน เขาแปลกใจ
ที่ได้เห็นสองคนสามีภรรยานั่งคุยกันรอคอยอยู่ ประพิมมองอย่างไม่สบายใจ ขณะที่วิชาพาเดินไปที่ห้องเด็ก
เอมอมรนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง แต่คราบน้ำตาแสดงว่าเธอร้องไห้
"กูพบเขาที่
.. เขาเห็นกูแล้วก็วิ่งเข้ามาหายังกับหนีใคร..."
วิชาเล่าให้เพื่อนชายฟังคร่าวๆ แล้วปล่อยให้เขาอยู่กับเธอตามลำพัง
หญิงสาวขยับกาย เมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นๆ ที่คลอเคลียใบหน้า เธอพลิกหน้าหนีลืมตาขึ้น
"เอมมี่..." เสียงเรียกเบา ดวงตาอ่อนโยนมองอยู่อย่างห่วงใย "เป็นยังไงบ้าง"
"คุณลิต..." เธอยันกายลุกขึ้น "มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"
"เมื่อครู่... ลุกไหวไหม"
"ไหวค่ะ" พูดพลางพยายามจะลุก แต่ยังไม่มั่นคงนัก
"จะค้างคืนที่นี่ก็ได้ ผมจะอยู่เป็นเพื่อน" "อย่าลำบากเลยค่ะ... พรุ่งนี้คุณจะต้องไปทำงาน ฉันเองก็ต้องไปเรียนหนังสือ
" เธอพยายามที่จะไม่คิดว่า มีใครรอเขาอยู่ที่ที่พัก "ช่วย
เอ่อ...ส่งฉันที่บ้านได้ไหมคะ"
"ได้ซี" มือใหญ่จับแขนบางๆ พาให้เดินออกมาจากห้อง เขาพาเธอมาลาเจ้าของบ้าน
"ทำให้พากันลำบาก ต้องขอโทษด้วยนะคะ" เธอพูดเจื่อนๆ
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...ถ้ามีปัญหาอะไรละก็ เชิญที่นี่ได้เลยนะคะ" ประพิมพูด วิชามองเพื่อนอย่างเคร่งขรึม พูดว่า
"ตัดสินใจให้ดีนะนายชลิต นายรู้นะว่าควรจะทำยังไง"
|