แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 31
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)

ชายผู้นี้ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี เขาไม่ได้ชวนพูดคุยได้แต่ทำหน้าที่อย่างเคร่งครัด จนกระทั่งรถมา
ถึงโรงแรมชั้นหนึ่ง แล้วก็เป็นเขาอีกที่เดินนำเธอผ่านผู้คนเข้าไปนั่งที่โต๊ะในมุมหนึ่งของห้องอาหารหรู
ที่จำกัดแสงสว่างให้อ่อนสลัว

"โปรดรอที่นี่นะครับ"

เขาหายออกไป ในระหว่างนั้น บริกรก็ยกเครื่องดื่มมาให้ ราวกับได้รับคำสั่งไว้ก่อนแล้ว

เธอจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มองละอองฝ้าค่อยๆ จับตัวกลายเป็นหยาดน้ำไหลเป็นทางลงในที่รองแก้ว อีกครู่หนึ่ง
ร่างผอมสูงภูมิฐานของนิยมก็เดินเข้ามา เขาเห็นหญิงสาวนั่งรออยู่ที่โต๊ะ เธอไม่ได้มองมาจึงไม่รู้ตัวว่าถูกแอบมอง

ดูเธอสวยสะอ้านพริ้มเพราบาดใจ ชายสูงวัยยิ้มกริ่มด้วยความพึงพอใจ เขาแอบมองเธอมานานแล้ว
เขากระหยิ่มเบิกบานเพราะในวันนี้ เธอมาที่นี่เพื่อเขา

เพื่อที่จะอยู่กับเขาเพียงสองต่อลำพังสองโดยไร้ขอบเขตขีดคั่น

เอมอมรหันมา สีหน้าบอกความไม่สบายใจ

"คุณลุง..." เธอลุกขึ้นยกมือไหว้
"นั่งเถอะ" นิยมรับไหว้ยิ้มๆ นั่งลงใกล้ๆ "คงไม่ได้รอนานนะ"
"ไม่ค่ะ" เธอตอบแล้วก็เงียบ ท่าทีสงบเสงี่ยมและวิตกกังวล

เขาชวนคุยและเธอก็ตอบอย่างประหยัดถ้อยคำ

บริกรเข้ามาค้อมหลังส่งเมนู หญิงสาวมองแล้วสั่นหน้า เขาจึงรับไปเปิดดูด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ

"อยากจะทานอะไร"
"อะไรก็ได้ค่ะ"
"เอากุ้งไหม..." ครั้นไม่ได้คำตอบเขาก็สั่งอาหารสองสามอย่างและไวน์ที่เน้นว่า "ต้องเป็นชนิดดีที่สุด"

เมื่อบริกรรินไวน์ "ชนิดดีที่สุด" ให้ เธอก็ได้แต่มองเฉยจนผู้สูงวัยนำแก้วของเขามาชนแก้วเธอดังคลิ้ง
ทำสีหน้าท่าทีเชิญชวน

"เอมดื่มไม่เป็นค่ะ"
"หัดทานซี อร่อยนะ แล้วจะได้ทานอาหารอร่อยขึ้น"
ท่าทีคาดคั้นทำให้เธอยกแก้วขึ้นจิบเพื่อตัดปัญหา
"ดีไหมล่ะ" เขาถามยิ้มๆ ดวงตาวาววาม
หญิงสาวไม่กล้ามองตอบ ได้แต่รับคำไปแกนๆ "ดีค่ะ"

เขาชวนเธอพูดคุย ชี้ชวนให้รับประทานอาหารที่ค่อยๆ ถูกนำมาวางทีละอย่าง ไม่สนใจท่าทีไม่สบายแกมอึดอัดใจ
ของเธอ ใบหน้าของเขาระบายด้วยรอยยิ้ม ประกายตาวาววาม ขณะเดียวกันก็ยังรักษาท่าทีสุขุมภูมิฐาน
อันเป็นลักษณะประจำตัวของเขา

"นี่ใกล้จะเรียนจบอยู่แล้วใช่ไหม จบแล้วจะทำงานอะไร"
"ยังไม่ทราบเลยค่ะ"
"จำได้ไหม ลุงเคยบอกว่าจะฝากงานให้เอม ลุงพูดจริงๆ นะไม่ได้ล้อเล่น งานดีๆ เงินเดือนสูงๆ
รออยู่แล้ว เอมพร้อมเมื่อไหร่บอกมาได้เลย รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง"

เขาทำตัวสนิทสนม เอาอกเอาใจ มือไม้แขนแมนของเขาเริ่มมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ คอยตักอาหารเติมเหล้า
ทั้งๆ ที่มีบริกรคอยแวะเวียนมาดูแลไม่ได้ขาด หากประกายตาวาววามถือสิทธิ์
ดังนั้นแม้จะให้ความเป็นกันเองสักเพียงไหน เธอก็ยังไม่อาจรู้สึกคลายใจได้

"ปัญหาของเอมในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องงานค่ะ แต่ว่าเป็นเรื่องอื่น"
"งั้นหรือ..เรื่องอะไร" เขาหรี่ตา นึกคะเนรู้ว่าเธอจะพูดอะไร "แล้วยังไงล่ะ"
"เอมอยากขอความกรุณา...ไม่ทราบว่าคุณลุงจะว่ายังไง"
"ลองพูดไปซิ ถ้าช่วยได้ลุงก็เต็มใจช่วย"
เธอลังเลก่อนจะพูดออกมา "คุณลุงโปรดอย่าเพิ่งยึดบ้านของเราไปได้ไหมคะ"
"ได้ซิ" เขาตอบง่ายดาย แต่นั่นไม่ใช่จะทำให้เธอคลายใจ
"โดยไม่มีเงื่อนไขหรือคะ"
"เอมก็รู้ว่าลุงต้องการอะไร" เขาพูดยิ้มๆ ดวงตาวาววับ
เธอนิ่งอึ้ง "แต่...เอมจะคืนเงินให้ค่ะ หรือไม่อย่างนั้นก็จะย้ายออกไปเมื่อพร้อม"
"ก็จะพร้อมเมื่อไหร่ล่ะ " เขายิ้มอย่างเป็นต่อ "บอกได้ไหม"
เธอได้แต่จ้องมองโต๊ะ
"ลุงจะต้องรออีกนานเท่าไหร่กว่าจะได้ในสิ่งที่ลุงมีสิทธิ์โดยชอบธรรม กว่าจะถึงเวลานั้น
ลุงคงต้องเสียผลประโยชน์ไปมากมาย เอมอย่าร้องขอเหมือนเด็กๆ เลย
เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว มาพูดกันอย่างผู้ใหญ่เถอะ"
หญิงสาวกัดริมฝีปาก หันมองไปในทิศทางอื่น
"ลุงต้องการเพียงการตอบแทนเล็กน้อย เอมไม่ได้เสียหายอะไร ขอแค่นั้นเอมให้ลุงไม่ได้เชียวหรือ"
"ไม่ได้เสียหายหรือคะ คุณลุงคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือคะ แต่ว่ามันทำลายอนาคตของเอมนะคะ"
"ทำลายอนาคต...คงไม่ถึงอย่างนั้นกระมัง" เขาหัวเราะเหมือนได้ยินเรื่องขำ
"มันจะทำลายอนาคตของเอมได้ยังไง เอมยังไปเรียนหนังสือได้ ทำอะไรๆ ได้เหมือนเดิม
และเมื่อคู่หมั้นของเอมกลับมา ไม่เพียงแต่ลุงจะปล่อยให้เอมไปแต่งงาน
ลุงยังจะอวยพรและมีของขวัญให้เอมอีกด้วย"
หญิงสาวนิ่งเงียบงัน ฝ่ายชายมองเธอแล้วตบหลังมืออย่างปลอบ
"อย่าซีเรียสกับมันนักเลย ทำตัวทำใจให้สบายเถอะ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด
สมัยนี้ไม่มีใครเขาถือแล้วละว่าจะต้องรักษาพรหมจารีไว้ให้สามี ความคิดนั้น
ล้าสมัยเกินไปแล้ว ทำใจให้กว้างหน่อยซิเอม"

เมื่อเธอนิ่ง เขาก็รินไวน์เติมให้ แล้วส่งจ่อให้ถึงปาก เอมอมรจำต้องรับไว้ จรดริมฝีปากดื่มมันลงไป

เธอดื่มทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขาเจตนาจะมอมเมาเธอ ยอมหรือไม่ยอม ความคิดสองฝ่ายถกเถียงกัน
แม่ต้องการหน้าตา ทุกคนต้องการบ้านที่เคยเป็นของพวกเธอ

ความจริงมันก็ดีอยู่เหมือนกันที่จะเมา หากว่า "เรื่องนั้น" จะต้องเกิดขึ้นจริงๆ
เธอก็หวังที่จะให้มันเกิดโดยไร้สติมากกว่าจะมีสัมปชัญญะครบถ้วนบริบูรณ์
"ตัวลุงก็ไม่มีอะไรน่ารังเกียจไม่ใช่หรือ" เขาถามด้วยรอยยิ้มและประกายตาวาววาม "
บางที ลุงจะสอนอะไรดีๆ ให้ก่อนที่เอมจะได้แต่งงานจริงๆ"

เธอต้องหลับตาลงอย่างพยายามระงับใจ รู้สึกชิงชังรังเกียจคนพูดเป็นที่สุด

เขาไม่ได้พูดถึงแม่ของเธอเลย ไม่พูดไม่เอ่ยพาดพิงถึงแม้แต่น้อยนิด ที่เขาพยายามก็คือทำให้เธอคล้อยตาม
แม้ว่าจะเป็นไปอย่างจำยอมก็ตามที

มื้ออาหารผ่านไปโดยที่อาหารถูกปล่อยให้เหลือทิ้งมากกว่าครึ่ง เขาเรียกบริกรให้มาเก็บเงิน เอมอมรนึกสงสัยว่า
หลังจากนี้เขาจะพาเธอไปที่ไหน เธอใจหายเมื่อนึกระแวงไปถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น

เธอมึนเมาเพราะไวท์ ในขณะที่ดื่มลงไปเธอไม่รู้ว่าพิษสงของมันจะร้ายกาจเช่นนี้ เธอต้องใช้ความพยายามทรงตัว
เมื่อร่างสูงประคองให้เดินตาม

"คุณลุงจะพาเอมไปไหนคะ"
คำตอบทำให้เธอชะงัก "ลุงเช่าห้องพักไว้ เราจะขึ้นไปคุยกันต่อ"
"คุณลุงคะ..เอมขอกลับบ้านไปก่อน วันนี้เอมทำใจไม่ได้"
"ได้ซิ ประเดี๋ยวลุงจะขับรถไปส่งที่บ้าน แต่ตอนนี้ต้องขึ้นไปเอาทั้งใบขับขี่และกุญแจรถก่อน"

เธอรู้ว่าเขาคงไม่ปล่อยง่ายๆ

มือร้อนๆ ที่แข็งแรงจับจูงให้เดินตาม หญิงสาวรู้สึกหัวใจหนักอึ้ง สับสนปั่นป่วนและตึงเครียดอย่างที่สุด

เธอคิดถึงสิทธา แล้วก็คิดถึงชลิต

พอนึกถึงร่างสูงหนา ใบหน้าสะอ้านช่างเล่นที่บางครั้งก็ขุ่นข้องเจ้าทิฐิตามประสาคนที่ไม่เคยถูกขัดใจ
เธอก็อยากจะร้องไห้

"คุณลุง..กรุณาเถอะค่ะ ขอเอมรออยู่ที่นี่"
"ไม่ได้ !" เขาเน้นเสียง แม้ริมฝีปากระบายยิ้ม แต่ประกายตาบอกความตั้งใจที่เด็ดขาด ทำตัวให้ดีหน่อย อย่าให้ลุงต้องผิดหวังนะ"

จากห้องอาหาร เขาพาเดินผ่านผู้คนตรงไปยังแถวลิฟท์ ที่มีคนหลายคนยืนรอ ไฟสัญญาณบอกว่าลิฟท์
กำลังเคลื่อนลงมา หญิงสาวถอนใจ หากเธอก้าวตามเข้าไปก็เท่ากับตัดสินชะตาชีวิตของตนเอง

แล้วโดยไม่คาดฝัน เธอเห็นผู้ชายคนหนึ่ง เขาเดินมากับคนอื่นๆ กำลังพูดคุยกัน เธอจำเขาได้
เพราะเพิ่งจะได้กันไม่นานมานี้เอง

เขาคือเพื่อนของชลิต…..วิชา

page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81