|
ห้องนอนใหญ่สะอาดเอี่ยม ตกแต่งประดับประดาหรูหรา เป็นห้องพักของโรงแรมชั้นหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
นิยมใช้มันเป็นที่นัดพบ
เขานอนครึ่งนั่งอยู่บนเตียงกว้างปูผ้าสวยสะอาด รองหลังไว้ด้วยหมอนหลายใบซ้อนกัน เขาสวมกางเกง
แต่ปล่อยให้ลำตัวท่อนบนเปลือยเปล่า คุณอรอนงค์เพิ่งจะออกจากห้องน้ำ นั่งแต่งหน้าอยู่หน้ากระจก
ต่อหน้าบุคคลสำคัญ เธอไม่ชอบปล่อยให้หน้าตาทรุดโทรม จะแต่งจะเติมสีสันให้งดงามอยู่เสมอ
ฝ่ายชายเฝ้ามองเธอด้วยดวงตาเจือยิ้ม แฝงความนึกคิดที่ไม่มีใครอ่านออก เธอมองเห็นจากกระจกก็หัวเราะอายๆ
"มองอะไรคะ มองอยู่นั่นแหละ"
"มองคนสวย"
"แก่แล้วนะคะ ไม่ใช่สาวๆ"
"นั่นซิ อยากรู้จังว่าตอนสาวๆ คุณน่ารักแค่ไหน"
เธอรู้สึกเหมือนถูกทำร้าย เขาน่าจะพูดว่า ถึงจะแก่แต่ก็ยังสวยไม่แพ้สาวๆ มากกว่า
"ป่านนี้แล้วจะมาพูดอย่างนั้นทำไมคะ ยังไงๆ ก็กลับไปสาวอย่างเก่าไม่ได้"
ร่างผอมสูง ลุกเดินมาหยุดอยู่ข้างหลัง ก้มหน้าลงมาจนชิด อีกฝ่ายหนึ่งอดรู้สึกอึดอัดใจไม่ได้ เธอยังแต่งหน้าไม่เสร็จ
และไม่อยากให้เขาเห็นริ้วรอยอันเกิดขึ้นตามวัย
"ถึงไม่สาวแต่ก็ยังสวย.เอมน่ะ เหมือนคุณมากเทียวนะ" เธอไม่เข้าใจว่าเขาเอ่ยถึงลูกสาวทำไม
"เขาเหมือนพ่อด้วย...แต่พอพ่อตาย ใครๆ ก็เลยเหมาเอาว่าเหมือนแม่ เหมือนแม่ไม่ดีหรอกค่ะ
โบราณว่าผู้หญิงเหมือนแม่มักจะอาภัพ" "อย่าไปเชื่อ คนสวยจะอาภัพได้ยังไง ใครเห็นใครก็ชอบ..."
สีหน้าเขาเจือยิ้ม ดวงตาฉายแววประหลาด "แม้แต่ผมยังชอบเลย"
คุณอรอนงค์ชะงัก มองอย่างไม่เข้าใจ "ยังไงนะคะ"
บางครั้งอีกฝ่ายก็นึกรำคาญความซื่อของเธอ พูดชัดถ้อยชัดคำ "ผมชอบลูกสาวคุณ"
"ก็..." สีหน้าท่าทีของเขาทำให้เธองุนงง "เขาสวยนี่คะ ใครๆ ก็ชอบ"
"แต่ว่าผมชอบมากกว่านั้น"
คุณอรอนงค์ยิ่งงุนงงหนักขึ้น "แล้ว แล้วยังไงคะ..."
"ผมต้องการเธอ"
เธอแทบจะปล่อยดินสอเขียนคิ้วหล่นจากมือ มองเขาค้างอยู่อย่างงงงัน สมองสั่งการไม่ทัน
เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะถูกหยามหยันหักหลังด้วยท่าทีอันปลอดโปร่งเยือกเย็นปานนั้น
และมันกะทันหันจนคิดไม่ถึงจริง ๆ
เธอลุกขึ้นยืน "คุณพูดเล่นหรือเปล่า..."
"ผมพูดจริง" อีกฝ่ายยืนยันด้วยสีหน้าเกลื่อนยิ้ม
พอเธอโกรธเขาก็ตามง้อ "อย่าโกรธน่า คุณแม่หวงลูกสาว"
หากเขาก็ยืนยันว่า "ผมไม่ได้พูดเล่น
อีกฝ่ายหนึ่งถกเถียงจนอ่อนแรง "แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง"
"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ หัวใจผมมีหลายห้อง ผมรักผู้หญิงมากกว่าหนึ่งคนเสมอ"
"แต่เอมยังเด็ก..."
"ไม่เด็กเกินกว่าที่จะมีผัวได้นี่"
เขาพูดตรงๆ จนคุณอรอนงค์ตกตะลึงพรึงเพริดครั้งแล้วครั้งเล่า ในช่วงเวลาที่ใกล้ชิดสนิทสนมกัน
มีอยู่บ้างหรอกที่เขาพูดจาแบบขวานผ่าซาก ทะลึ่งตึงตังเจือลามก ทว่าเธอไม่เคยรู้สึกระคายโสตประสาท
เท่านี้มาก่อนเลย
เธอรู้สึกเหมือนเพิ่งจะถูกตบหน้าซ้ำๆ โดยผู้ชายที่เธอรักใคร่และไว้วางใจ เธอเคยตายใจว่าเขานั้นถูกมัดไว้
ด้วยเสน่ห์ของเธอตลอดมา
"ขอยืมลูกสาวมาควงเล่นบ้างเถอะนะครับ"
"ไม่...ไม่ได้ จะทำได้ยังไง...เป็นไปไม่ได้"
"ไม่เห็นจะยากเลย"
"ฉันไม่ยอม" เธอร้องออกมา ทั้งโกรธและเสียใจ "ฉันยอมไม่ได้" "แน่ใจหรือ" อีกฝ่ายถามยิ้มๆ สีหน้าเป็นต่อเต็มที่
"อย่าลืมว่าคุณโอนบ้านมาให้ผมแล้วนะ ทำตัวให้ดีๆ หน่อยซีครับ แล้วผมจะไม่ทวง ไม่ถาม จะปล่อยให้คุณกับลูกๆ ได้อยู่กันที่นั่นตลอดไป"
"คุณ..." คุณอรอนงค์เสียงสั่น ริมฝีปากสั่นน้ำตาคลอตา "คุณเลวมาก" "ผมยอมรับ" อีกฝ่ายก้มศีรษะยิ้มรับอย่างไม่หวั่นไหว
"ถ้าผมไม่เลวคงยืนอยู่ที่จุดนี้ไม่ได้ ทุกวันนี้ผมประสบความสำเร็จเต็มที่จริงไหม
ผมมีเงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง แม้กระทั่งผู้หญิง ผมก็ได้ทุกคนที่ผมอยากจะได้"
เธอร้องไห้อย่างเสียใจ เธอได้โอนบ้านให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเขาไปแล้วจริงๆ ด้วยความคิดตื้นๆ ง่ายๆ
อันเป็นนิสัยของเธอ นิยมให้เงินเธอจำนวนหนึ่ง มากพอที่จะใช้หนี้ธนาคาร และยังเหลือพอที่จะให้เอมอมร
นำไปไถ่แหวนหมั้นคืนจากชลิต กับยังมีเก็บไว้ในบัญชีธนาคาร ซึ่งเธอได้ใช้จ่ายมันอย่างสนุกมืออยู่ในทุกวันนี้
เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีปัญหา คิดอยู่แต่ว่าเขาให้เพราะรักใคร่หลงใหล เขาเคยให้เงินเธอมากๆ
ไม่เช่นนั้นก็เป็นของขวัญราคาแพง อย่างเช่นเครื่องประดับอัญมณีมีค่า เธอรับเงินจากเขามา และโอนกรรมสิทธิ์
ในบ้านช่องที่ดินให้ไป คิดวางใจว่าอย่างไรเสียก็คงจะได้อยู่ไปตลอด แล้วในวันหนึ่ง
เขาก็คงจะคืนกรรมสิทธิ์กลับมาให้เธอเหมือนอย่างเดิม
เขาทำให้เธอเข้าใจอย่างนั้น
นิยมมองเธออย่างปลอดโปร่ง ก็น่าอยู่หรอกที่เธอจะต้องร้องไห้ เขาเองก็รู้ตัวดีว่าได้ปลิ้นปล้อนกะล่อนหลอก
ให้เธอเข้าใจผิด และเขาก็ทำลงไปด้วยเจตนา โดยไม่คำนึงถึงมโนธรรมเลยแม้แต่น้อย
เขาเป็นอย่างนี้มานานแล้ว ช่วยไม่ได้ที่เธอเพิ่งจะได้รู้ว่าเขามิใช่เทพบุตร
เขาเป็นซาตานต่างหาก
คุณอรอนงค์เช็ดน้ำตา "ฉันจะยอมได้อย่างไร ยายเอมกำลังรอคู่หมั้นอยู่ อีกไม่ช้า
เขาก็จะกลับมาแต่งงานกัน" "ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า ผมไม่ทำให้ลูกสาวคุณบอบช้ำหรอก และถ้าคู่หมั้นเขากลับมา
ผมก็จะปล่อยเขากลับไปหาคู่หมั้น ไม่มีพันธะผูกพันอะไรจริงๆ"
"แล้วยังไงต่อไปล่ะคะ ทีนี้คุณก็จะหันมาหายายอะอีกคนหนึ่งใช่ไหม" เธอพูดอย่างชอกช้ำ เจ็บปวดหัวใจ
มือเรียวยาวของคนไม่เคยผ่านงานหนักลูบไล้หลังไหล่บ่าบางของอีกฝ่ายเหมือนปลอบโยน
"โถ คุณก็ช่างพูดออกมาได้ ผมจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร" คุณอรอนงค์หมดความเชื่อถือเสียแล้ว เธอเอาแต่ร้องไห้
"ยายเอมไม่ยอมแน่นอน แล้วฉันก็ทนบอกลูกไม่ได้ด้วย"
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เขารักคุณจะตาย " เขาเกลี้ยกล่อม
"ฉันจะทนได้ยังไง..." เธอปิดหน้าสะอึกสะอื้น "ลูกฉันจิตใจสะอาดออกอย่างนั้น" "ก็ไม่แน่นักน่ะ" สีหน้าของเขาเครียดขึ้น
"เขาอาจจะเคย...กับคู่หมั้นมาก่อน แล้วตอนนี้ ผมก็ไม่ไว้ใจนายชลิตเลยจริงๆ"
"คุณน่ะจิตใจสกปรก" เธอด่า "สารเลวบัดซบ..." เขายิ้ม ลูบไล้หลังไหล่ของเธอ
"จ้ะ...คุณจะด่าว่าผมยังไงก็ได้ จะโกรธจะเกลียด จะสาปแช่งก็ได้อีกเหมือนกัน
ขออย่างเดียวอย่าขัดใจผมก็แล้วกันนะจ๊ะ"
แล้วมือที่ลูบไล้ก็ลงน้ำหนักกดแรง น้ำเสียงเครียดเมื่อเน้นถ้อยคำขู่เข็น
"ผมไม่ชอบให้ใครขัดใจ เข้าใจไหมครับ คุณอรที่รัก"
|