"ไม่โกรธผมแล้วใช่ไหม...เอมมี่"
ชลิตจับมือบางๆ ไว้ ขณะที่พารถให้แล่นไปข้างหน้า อย่างไร้จุดหมาย เอมอมรถอนใจ เธอไม่ได้ร้องไห้แล้ว
ทั้งยังรู้สึกโล่งใจที่ทุกอย่างไม่ได้เลวร้ายดังที่เธอคิด
แม้จะมีเสื้อผ้าของสมรักอยู่ในห้องของเขาก็ตาม
...!
"ผมพยายามจะพบคุณ แต่คุณหลบผมมาตลอด รู้ไหมว่าคุณทำให้ผมทรมานใจมาก"
"คุณคิดว่าฉันสบายใจดีซีนะคะ"
เธอย้อนถาม ยังคิดถึงสมรักอยู่ไม่คลาย
"ไม่ แต่คุณถนัดทรมานตัวเองอยู่แล้วนี่ คุณน่ะ ใจร้ายแม้แต่กับตัวเอง"
"ฉันมีเหตุผลที่ต้องทำอย่างนั้น"
"เหตุผลอะไร คุณยังตัดสิทธาไม่ได้ใช่ไหม"
ไม่ใช่เพียงเพราะเธอมีสิทธา แต่เขาก็ยังมีสมรัก แล้วจะยังมีใครอื่นอีกบ้างเธอไม่อาจรู้ได้
"คุณส่งเช็คคืนมาทำไม ไม่รู้หรือว่าผมไม่ได้ต้องการมัน" "ฉันส่งคืนไปเพื่อยืนยันความตั้งใจว่าฉันขอซื้อแหวนนั้นคืนค่ะ ไม่ใช่ใช้ตัวเอง
เข้าแลกอย่างที่คุณเคยเสนอ"
"เอมมี่...ไม่เอาน่า..." ชายหนุ่มทำเสียงปลอบ "ผมรู้ว่าคุณไม่ใช่คนอย่างนั้น" "ฉันไม่ต้องการข้อผูกพันค่ะ คุณชลิต" เสียงเธออ่อน
"ต่อไปข้างหน้าไม่ว่าฉันจะตัดสินใจอย่างไร ฉันไม่อยากให้คุณมาว่าฉันได้..."
อีกฝ่ายหันมามองขรึมๆ "แปลว่าคุณไม่คิดจะคืนแหวนหมั้นเขาใช่ไหม"
เธอนิ่ง
"เป็นอย่างนั้นใช่ไหม" เสียงขรึมถามอย่างคาดคั้น
"ใช่ค่ะ
มันไม่ง่ายที่จะถอนหมั้น ฉันเคยบอกแล้วว่าจะเป็นการง่ายกว่าถ้าจะเลิกกับคุณ"
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น "แม้กระทั่งตอนนี้หรือ"
"ค่ะ..." เธอตอบอย่างยากเย็นเช่นกัน
"แต่เราเป็นของกันและกันแล้วนะ" "แล้วสมรักล่ะคะ ไม่ได้เป็นของกันและกันกับคุณหรอกหรือ"
เสียงถามสะท้าน เธอกำลังจะร้องไห้อีกครั้ง เธอเกลียดตัวเองที่ช่างอ่อนแอปานนี้
"คุณชลิต ถ้าคุณจะพูดคำๆ นี้จะต้องมีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีกไม่รู้ว่ากี่คน..."
เสียงของเธอขาดหายไป เธอหันหน้าหนีไปกรีดน้ำตาทิ้ง "เอมมี่..." เสียงเรียกอ่อนวิงวอน "ทำไมคุณไม่ยอมเข้าใจ ผมไม่มีผู้หญิงอื่นๆ อีกแล้ว
และผมรักคุณ ผมไม่ได้รักสมรัก" "แต่เขารักคุณนะคะ ไม่อย่างนั้นคงจะไม่ทำอย่างนั้น.. คุณบอกว่าไม่ได้รักเขา แล้วคุณจะทำอย่างไร
กับเขาล่ะคะ ถ้าฉันถอนหมั้นมาอยู่กับคุณ คุณจะลบสมรักทิ้งเหมือนอย่างที่คุณเคยทำกับผู้หญิงอื่นๆ
มาแล้วได้จริงๆ หรือ แล้วฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าสักวันหนึ่งข้างหน้า ฉันจะไม่โดนอย่างนั้นเข้าบ้าง" ควงตาคมเข้มนิ่งมองเธออย่างอัดอั้น "ผมจะทำยังไงดีคุณถึงจะเข้าใจ"
เขาได้แต่รำพึงอย่างอ่อนใจ
ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้าไปจอดในลานจอดรถของร้านอาหารใหญ่หรู เขาพาหญิงสาวเดินไปในท่ามกลางกลุ่มโต๊ะเก้าอี้
และผู้คนด้วยทีท่าประคับประคองเอาใจ ใครก็ตามที่ได้เห็น อาจเดาได้ในความผูกพันระหว่างคนทั้งสอง
รวมทั้งวิชาด้วย
เขาเห็นเพื่อนชายตั้งแต่เพิ่งจะก้าวเข้ามา เขาสะกิดประพิมให้มองตาม พอเห็นทีท่าของเพื่อนแล้วก็ลงความเห็นทันทีว่า
"คนนี้ละมัง ยอดชีวันของนายชลิต" "ฮื้อ... คงไม่ใช่มั้ง" ประพิมว่า เธออ้วนอุ้ยอ้ายขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากครรภ์แก่มากแล้ว
"คุณชลิตใกล้ชิดผู้หญิงออกเยอะแยะ ทำไมจะต้องมาเจาะจงเอาคนนี้ คุณดูซิคะวิช
ฉันไม่เห็นว่าเจ้าหล่อนจะมีอะไรดีเลย ดูยังกับเพิ่งจะลุกออกมาจากที่นอนอย่างนั้นแหละ"
วิชาหัวเราะหึๆ และเมื่อเพื่อนชายเดินใกล้เข้ามาจนได้ระยะ เขาก็ยกมือขึ้นโบกเรียก
"นายลิต...เฮ้ นายลิต" ชลิตหันมา ครั้นเห็นว่าเป็นใครก็ยิ้มออกมาได้ "ไอ้วิช..!" เขาดึงเอมอมรให้หยุดเดิน บอกเธอว่า
"นั่นเพื่อนของผม"
เอมอมร ลำบากใจที่จะทักทาย รู้สึกว่าตัวเองดูไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือเสื้อผ้า เธอแต่งชุดอยู่กับบ้านอยู่แท้ๆ
เมื่อชลิตพานั่งรถออกมา ซ้ำหน้าตายังเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอีกด้วย
"ไปเถอะ" เขาจับแขนเธอจะให้เดินตาม
หญิงสาวท้วงว่า "แต่ฉันดูไม่ได้เลยนี่คะ" "ไม่เป็นไรหรอกน่า คุณสวยเสมอละ สำหรับผม"
เขาพูดยิ้มๆ หลิ่วตาให้ เธอจึงเดินตามไปแต่โดยดี...
|