แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 30
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)

ชลิตมองตามคนทั้งสอง เอมอมร เช็ดน้ำตา ลุกขึ้นหมายเดินหนี

"เอมมี่..."

เขาเรียก เมื่อเธอกลับจะไหวตัวเร็วขึ้น เขาก็ปราดไปจับไว้ ร่างเล็กๆ สะบัดรุนแรงอย่างโกรธเกรี้ยว

"ปล่อยฉัน...คุณชลิต"
"เอมมี่...บอกผมก่อนว่า นี่มันเรื่องอะไรกัน พวกนั้นทำอะไรคุณ"
เธอไม่ตอบ ทำเสียงเครียดขู่เข็น "ฉันบอกให้ปล่อย!"
"ไม่...คุณโกรธผมทำไม เพราะเรื่องนั้นหรือ"
เธอหลับตาพลางกัดริมฝีปาก น้ำตาไหลรินลงมาอีก
"บอกซิ..."
"ก็ได้! คุณบอกอะไรสมรัก"
"ผมบอกอะไร...?" เสียงถามงุนงง "ผมไม่ได้พูดอะไรเลย"
"โกหก" เธอร้อง แล้วก็ร้องไห้
ชายหนุ่มมองอย่างห่วงใย "เอมมี่...พวกเขาพูดกันว่ายังไง"

เธอได้แต่ร้องไห้ ผิดหวัง เสียใจ ที่เธอไม่ใช่คนดีตามที่ใครๆ เคยคิดกัน

"เอมมี่ ผมไม่เคยพูดกับใครถึงคุณไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งนั้น"
"ฉันไม่เชื่อ ถ้าไม่ใช่คุณ พวกนั้นจะรู้ได้ยังไง แม้แต่สร้อย คุณก็ยังให้สมรักเอามาคืน
พวกนั้นพากันคิดว่าฉันมีอะไรกับคุณมาตั้งนานแล้ว ถึงได้ปิดไม่ให้รู้ว่าเรารู้จักกัน
ถ้าคุณไม่พูด เขาจะเข้าใจผิดกันไปได้ยังไง"
"เอมมี่ ฟังผมให้ดีนะ" เสียงเขาหนักแน่น ทว่าอ่อนโยน
"ผมไม่เคยให้สมรักเอาสร้อยมาคืนคุณ เขาหยิบเอาไป ผมขอคืนเขาก็ไม่ให้ เรื่องของเราก็เหมือนกัน
ผมไม่เคยปริปากบอกใคร ผมจะทำอย่างนั้นได้ยังไงกัน"
เธอนิ่งแต่ยังไม่วายสะอื้น "ถึงอย่างไรพวกเขาก็รู้กันหมดแล้ว เขาพากันคิดว่าฉันเลว"

นั่นแหละคือสิ่งที่เธอกลัว ชลิตรู้ดีว่าเธอกลัวความคิดของคนอื่นเป็นที่สุด เธอเคยเป็นเด็กดีและ
พยายามที่จะทำให้เห็นว่าเป็นเช่นนั้น เธอคิดถึงแต่เรื่องอันถูกควรแม้ในบ่อยครั้งจำต้องทรมานฝืนใจตัวเองเธอก็ยอมทำ

"ใครเขาจะว่ายังไงก็ช่าง คุณเป็นคนดีของผมก็พอแล้ว" เสียงอ่อนปลอบ

มืออบอุ่นบีบต้นแขนแล้วอ้อมแขนที่เต็มไปด้วยความห่วงหาก็รั้งร่างบางๆ เข้าไปกอดไว้
อาการแข็งขืนที่เธอตอบสนองค่อยผ่อนคลายลงแม้ยังมีอาการสะอื้นหลงเหลือ

"ผมรักคุณ... จำไว้ว่าผมรักคุณ"

เขากดศีรษะของเธอกับอ้อมอก และอีกฝ่ายก็ซุกเข้าหาประหนึ่งนกน้อยที่พลัดหลงจากรวงรังเพิ่งจะได้พบไออุ่นอีกครั้ง
พอดีกับที่รถคันใหญ่ของนิยมแล่นเลี้ยวเข้าประตูใหญ่มา เอมอมรีบผละออกห่าง

"คุณนิยมกับคุณอา..."
เอมอมรเช็ดน้ำตา พูดเสียงเครือ "คุณกลับไปก่อน"
"ไม่... ผมอยากอยู่กับคุณ คุณหลบผมมาตลอดแล้วยังเข้าใจผมผิดๆ อีกด้วย"
"กลับไปก่อนเถอะค่ะ..."
"ไปด้วยกันซิ" เขาดื้อดึง อาการโอบจับอย่างแน่นแฟ้นบอกให้รู้ว่าเขาไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ

เอมอมรมองผ่านหน้าต่าง เห็นมารดาลงจากรถเดินคุยกันมากับชายสูงวัยในท่าทีที่บอกว่าสบายอกสบายใจ
ด้วยกันทั้งคู่ ชลิตเช็ดหน้าตาให้ พอผู้ใหญ่ทั้งสองก้าวเข้ามา ก็เห็นว่าคนทั้งสองยืนรออยู่ก่อนแล้ว

"อ้าว... คุณชลิต... ลูกเอม..." คุณอรอนงค์อุทานอย่างแปลกใจ

สงสัยยิ่งขึ้นเมื่อเห็นหน้าตาของลูกสาว ที่บอกอยู่ชัดๆ ว่าได้ผ่านการร้องไห้มาหยกๆ

"สวัสดีครับคุณอา คุณนิยม" เขายกมือไหว้
"ลูกเอมเป็นอะไรไป"
"เปล่าค่ะแม่" เอมอมรมองคนทั้งสองอย่างไม่สนิท กระดากและอับอายอยู่พอควร
เธอพนมมือไหว้ฝ่ายชาย พลางยิ้มเจื่อนๆ "สวัสดีค่ะ คุณลุง "

ฝ่ายนั้นรับไหว้ ฝืนยิ้มซ่อนความระแวงสงสัยไว้ รู้สึกไม่ชอบใจในเจ้าหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้นี้เอาเสียเลย

"เอมเขาไม่สบายครับ ผมกำลังจะพาไปหาหมอ" ชายหนุ่มโป้ปดหน้าตาเฉย
"อ้าว ไม่สบายเป็นอะไรไปหรือลูกเอม เป็นมากหรือเปล่า"
เอมอมรได้แต่อ้ำอึ้งเออออ "ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แม่ ปวดหัวนิดหน่อยเท่านั้น"
"คุณอรพาลูกไปเองจะไม่ดีกว่าหรือ" นิยมถามอย่างตั้งใจจะกันท่าอีกฝ่ายหนึ่ง
ดูเหมือนชลิตจะตามทันความนึกคิดของเขา "ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณอาเพิ่งจะมาถึงกันเหนื่อยๆ
ผมกำลังจะพาเอมไปอยู่แล้ว ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกครับ"
ฝ่ายสูงอายุยิ้มนิดๆ อยู่ในหน้า แต่ประกายตาบาดหมาง
"ไปกันเถอะครับเอม" ชลิตหันมาเรียก
หญิงสาวมีพิรุธอยู่เล็กน้อย "เอมไปนะคะแม่ เอมไปละค่ะ คุณลุง"

นิยมมองร่างทั้งสองเดินเคียงกันออกไป เห็นมือของฝ่ายชายโอบอยู่ที่หลังไหล่ของฝ่ายหญิง
เขารู้สึกวูบขึ้นด้วยความไม่พอใจแกมริษยา

"ไหนคุณบอกว่าสองคนนี่ไม่มีอะไรกันยังไงล่ะ ดูท่าทางของเขาซิ นี่น่ะหรือคนไม่มีอะไรกัน
" น้ำเสียงเขากระแทกกระทั้น
คุณอรอนงค์ไม่ได้สังเกต เธอหัวเราะ
"อ๋อ...ฉันก็เพิ่งจะได้ทราบเหมือนกันค่ะ ว่าพ่อชลิตเขารักยายเอม"
"รัก...! ถึงกับใช้คำว่ารักเชียวหรือ"
"ค่ะ เขาสารภาพกับยายอะ เรื่องของเรื่องก็คือว่าเขาเคยรู้จักกันมาก่อน"

คุณอรอนงคเล่าโดยเว้นเรื่องการไปทำงานกับบริษัททัวร์ของเอมอมรไว้ ยังรู้สึกอยู่ไม่วายว่ามันเป็นเรื่องน่าอับอาย
ที่เธอได้ปล่อยให้ลูกสาวไปทำงานเพื่อหาเงินในช่วงที่หยุดเทอม ยังไงๆ เธอก็ต้องการได้ชื่อว่าเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบ
ซึ่งเลี้ยงลูกด้วยความทะนุถนอมเต็มชีวิตจิตใจจริงๆ

"พอพ่อชลิตมาสนิทกับหนูเพ็ญ ก็เลยหวนกลับมาตีสนิทกับยายเอมของเราอีกครั้ง แต่ยายเอม
แกไม่เล่นด้วย ก็แกรอพ่อสิทธาอยู่นี่คะ พ่อชลิตเขาก็ตามตื้ออยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งไปหวงไปหึง
ถึงกับมีเรื่องชกต่อยกับพ่อพัฒน์เพื่อนของนายอาที่ชะอำ ก็พ่อพัฒน์เขาตามรุ่มร่ามกับยายเอม
มาตั้งนานแล้ว นั่นละค่ะ...พอมีเรื่อง พ่อชลิตถึงได้สารภาพว่าเขารักยายเอม"
"แหม ยังกับนิยายน้ำเน่าเทียวนะ" ฝ่ายนิ่งฟังพูดประชด สีหน้ายิ้มกริ่ม
ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้ถึงความรู้สึกในส่วนลึกของเขา
"แล้วทีนี้มันจะเป็นยังไงกันต่อไปล่ะ มองดูท่าทสงเมื่อตะกี้ ทำให้สงสัยว่า จะทิ้งคู่หมั้นเสียละมัง"
"คงจะไม่อย่างนั้นหรอกค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้ว่ายายเอมรู้สึกยังไง แต่แน่ใจว่าลูกจะไม่ถอนหมั้นแน่ๆ
ยายเอมกับคู่หมั้นสนิทสนมรักใคร่กันมาตั้งแต่เล็กๆ จนจะสิบปีแล้วนะคะ แล้วก็สนิทสนมกับผู้ใหญ่
ของเขาราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน คนอย่างยายเอมไม่ใช่คนที่จะทำอะไรง่ายๆ
ตามใจตัวเองหรอกค่ะ แกคำนึงถึงสิ่งอื่นๆ รอบตัวก่อนเสมอ ฉันเคยถามแล้ว
แกตอบหนักแน่นว่าจะไม่ถอนหมั้น ฉันเองก็มั่นใจอย่างนั้นค่ะ"

รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอีกฝ่ายหนึ่ง
"ขอให้เป็นอย่างนั้นจริงๆเถอะ"


page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81