|
ชายหนุ่มขับรถตามไปที่มหาวิทยาลัย ถามเพื่อนเธอก็ได้คำตอบว่าเธอมาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน
วันนั้นเขาโทรศัพท์ไปที่บ้าน คุณอรอนงค์ บอกว่าเอมอมรไปมหาวิทยาลัยยังไม่กลับ
แล้วยังซักให้เขาอึดอัดใจมากมายว่ามีเรื่องอะไรกัน
เมื่อใกล้เลิกงาน ชายหนุ่มหมายใจว่าจะไปบ้านเธอ ทว่าสมรักมาหาเขาเสียก่อน
เขาจำต้องนั่งรถไปกับเธอ
"เป็นยังไงไปคะ คุณลิต ทำไมจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว"
สมรักถามอย่างหงุดหงิดที่เขาช่างเคร่งขรึมเซื่องซึมเสียจนผิดแปลก เธอพูดคุยหัวเราะ เขาได้แต่เออออ
ในบางครั้งก็ไม่ได้ฟัง เธอต้องพูดซ้ำเรื่องแล้วเรื่องเล่า
เขาจำต้องยอมรับ "ผมมีเรื่องไม่ค่อยสบายใจ"
"เรื่องอะไรคะ เกี่ยวกับเอมหรือ"
"เปล่า"
เธอบีบไหล่เขาอย่างปลอบ "มีอะไรบอกรักได้นะคะ รักรับฟังได้ทั้งนั้น"
"เปล่า" เขารู้ว่าเธอไม่ใจกว้างพอจะยอมรับเหมือนอย่างที่พยายามแสดงออกมา "เรื่องงาน"
สมรักรู้สึกเบาใจ ที่ได้ยินอย่างนั้น ลูบไล้ปลายนิ้วกับต้นแขนของเขาอย่างเอาใจ เสียงถามเจือหัวเราะ
"งานมันเป็นยังไงหรือคะ"
"มันกำลังยุ่ง มีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น"
"แล้วเอมอมรล่ะ" เธอยังไม่คลายสงสัย
"เอมอมรทำไม" เขาแกล้งถาม
"คุณลิตเลิกคิดถึงเขาแล้วหรือยังคะ"
เขาขยับแต่พูด แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ "เขากับผมเหมือนห่างไกลกันคนละโลกครับ คุณรัก"
"แล้วยังหวังจะได้เขามาครองหรือเปล่าคะ"
"แหม ถามอะไรอย่างนั้น"
"ยังคิดถึงเขาอยู่หรือเปล่าคะ"
"คุณรักครับ เลิกพูดถึงเขาได้แล้ว ตกลงไหม"
เธอตวัดตาค้อนอย่างขัดใจที่ยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ
สมรักสวมเสื้อคลุมของชายหนุ่มเดินอยู่ในห้อง เวลานั้นค่อนข้างดึกแล้ว หลังจากอาหารและเหล้า
เรื่องของอารมณ์และร่างกายก็เกิดขึ้นและผ่านไป ชลิตอยู่ในห้องน้ำ ส่วนเธอกำลังแต่งตัว
"รักจะเลือกเสื้อผ้าให้นะคะ"
เธอเลือกกางเกงสีอ่อนและเสื้อสปอร์ตลำลองสีสะอาดมาพาดวางให้ เธอชอบเมื่อเขาสวม
รูปร่างสูงใหญ่ผึ่งผายดูล่ำสันทะมัดทะแมงสมชายในเสื้อผ้าแบบนั้น
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังสวมใส่ เธอก็เปิดลิ้นชักค้นกุกกัก แล้วก็เห็นสร้อยทองคำขาวห้อยจี้รูปหัวใจคู่
วางซุกอยู่ที่มุมด้านในสุด เธอหยิบมันออกมาดู
"อุ๊ย! คุณลิต ดูซีคะว่ารักพบอะไร"
ชลิตหันมา สร้อยเส้นน้อยในมือเธอทำให้เขาชะงัก เขาเก็บมันไว้ข้างในนั้นนานจนลืม ไม่ยอมคืนให้เจ้าของ
และก็ไม่อาจตัดใจโยนทิ้งเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายผูกพันกับมันนักหนา จนดูเหมือนกับว่ามันจะผูกพันตัวเขา
เข้าไปด้วยอีกคนหนึ่ง
"ยังเก็บไว้อีกหรือคะ ให้รักใส่นะ"
"คุณรักฮะ..." เขาเรียก "อย่าใส่เลย"
"ทำไมล่ะคะ มันน่ารักดีออก"
"ขอให้ผมเถอะ" ชายหนุ่มเดินเข้ามาหา แบมือออกไปข้างหน้า
สมรักกลับไขว้มันไปไว้ข้างหลัง "ไม่ค่ะ ต้องบอกก่อนว่าหวงทำไม"
"ผมไม่ได้หวง..."
"นี่หรือไม่ได้หวง แล้วทำไมให้รักไม่ได้"
"มันไม่เหมาะกับคุณรัก"
"แก้ตัว! ถ้ารักบอกว่ารักชอบล่ะ"
เขาอึ้งไป "ผมจะซื้อให้ใหม่นะ เอาให้ดีกว่านี้"
"แต่รักชอบเส้นนี้ค่ะ" เธอเถียงอย่างดื้อดึง "คุณลิตให้รักไม่ได้หรือยังไง" สีหน้าเคร่งขรึมของเขาทำให้หญิงสาวโกรธ ถามอย่างระแวงเต็มที่
"เป็นเพราะอะไรคะ หรือว่าเพราะมันเหมือนของเอมอมร...
เอ๊ะ
มันเผอิญเหมือนกันหรือว่าเป็นของเอมอมรจริงๆ กันแน่!
คุณชลิต บอกรักมานะว่าคุณได้มันมายังไง มันเป็นของเอมอมรใช่ไหม"
เขาได้แต่นิ่งอึ้งไปกับคำขู่เข็ญ และประกายตาวาววามอย่างโกรธจัดของหญิงสาว
เอมอมรมองผู้มาหาอย่างแปลกใจ เธอไม่ได้พบสมรักนานแล้ว จู่ๆ เพื่อนหญิงคนนี้ก็พาตัวมาหาถึงบ้าน เธอทักขรึมๆ
"เป็นยังไงรัก มีอะไร ทำไมมาแต่เช้าเทียว"
"กำลังจะไปมหาวิทยาลัยหรือเอม เราเหมือนกัน แต่มีธุระนิดหน่อยก็เลยแวะมาหาเธอ" ธุระอะไรกันหนอ เกี่ยวกับเพ็ญระพีหรือว่าเกี่ยวกับเธอ แม้จะวิตกกังวลหญิงสาวก็ยังถามว่า
"ทานอาหารเช้ามาแล้วหรือยัง เอากาแฟไหม"
"ไม่ละ เราจะมาเดี๋ยวเดียว" สมรักเปิดกระเป๋าถือ "มีคนเขาฝากของมาให้เธอ"
"อะไรหรือ..."
พอเห็นสร้อยเส้นเล็กที่ถูกวางลงบนโต๊ะ เอมอมรก็ถึงกับเงียบงัน
สมรักยิ้มหวาน "มันเป็นของเธอนี่เอม คุณชลิตเขาให้เอามาคืน"
หญิงสาวรู้สึกเต็มตื้อในลำคอ เสียงถามพร่า "เขาบอกหรือว่าเป็นของเรา"
"ใช่" อีกฝ่ายหัวเราะ "แล้วยังบอกอะไรๆ อีกหลายอย่าง"
สีหน้าของอีกฝ่ายเผือดลง สมรักยิ้มอย่างรู้สึกสาสม
"ความจริงเป็นอย่างนั้นใช่ไหม"
"อย่างไหน" เอมอมรกล้ำกลืนความขมขื่นถามขรึมๆ
"สร้อยนี่เป็นของเธอ..!"
"เธอฟังคุณชลิตคนเดียวก็พอแล้วนี่"
สีหน้าของสมรักเครียดลง ความริษยาชิงชังปรากฏอย่างปิดไม่มิด ยิ้มอย่างแค้นเคือง เย้ยหยัน
"เธอเห็นผิดเป็นชอบไปได้ยังไง..ไม่น่าเชื่อเลย เอมอมรผู้เรียบร้อยสำรวม
เธอนี่ช่างเป็นน้ำนิ่งไหลลึกจริงๆ" เอมอมรกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น บังคับเสียงไม่ให้สั่นเมื่อพูด
"เราไม่จำเป็นต้องสารภาพอะไรใช่ไหม" "ไม่ต้อง" อีกฝ่ายเสียงสะท้าน กระแทกกระทั้นอย่างหยามหยัน
"เพียงแต่ว่าต่อจากนี้ไป อย่าได้มายุ่งกับคุณชลิต อีกก็แล้วกัน"
ร่างสวยที่สมส่วนลุกขึ้น เดินออกจากห้อง ขับรถจากไปในทันที
อริยาเพิ่งจะออกมา ทว่ายังทันเห็นว่าสมรักโกรธกลับไป
"พี่รักเขามาทำไมหรือ พี่เอม" อีกฝ่ายไม่ตอบ ครั้นอริยาเดินเข้ามาจึงเห็นว่าพี่สาวกำลังร้องไห้ "อ้าว..." เด็กสาวร้อง
"ทะเลาะกันเรื่องพี่ลิตหรือ"
"เปล่า" เอมอมรปาดน้ำตาหยิบสร้อยขึ้นมาถือไว้ อริยาทันเห็นจึงถามว่า
"อ้าว นี่สร้อยใครกันล่ะ ของพี่เอมหรือว่าของที่พี่ลิตให้พี่รัก"
"ของพี่..."
"พี่รักเขาเอามาให้หรือ..." แล้วเธอก็นึกได้ "เอ๊ะ...หรือว่ามันเป็นเส้นเดียวกัน"
เอมอมรไม่ตอบ ลุกเดินหนีไปห้องนอนของตน อริยาเดินตาม ถามอย่างสงสัยไม่หาย "พี่เอม สร้อยนั้นเป็นเส้นเดียวกันใช่ไหม"
พอไม่ได้คำตอบ น้องสาวยิ่งสงสัย "เรื่องมันเป็นยังไง ทำไมพี่เอมไม่ยอมเล่าให้อะฟังบ้างเลย"
"อะจะอยากรู้ไปทำไม..."
"ทำไมอะจะรู้ไม่ได้ หรือว่ามันมีอะไรน่าอับอายเสื่อมเสีย" อริยาชักโกรธ
"เอาละ ถ้าอะอยากรู้ พี่ก็จะบอก ถูกแล้ว สร้อยนั้นเป็นเส้นเดียวกัน"
"ฮ้า..." เด็กสาวร้อง ตาค้างจ้องมองพี่สาว เอมอมรเล่าต่อไป
"เมื่อคราวที่พี่ไปทำงานกับบริษัททัวร์ ตอนปิดเทอม พี่พบคุณชลิต เขาเอาสร้อยไปจากพี่" "งั้นหรือ...พี่เอมรู้จักกับเขามาก่อน โธ่เอ๋ย อะก็สงสัยอยู่แล้วเทียวว่าทำไมถึงได้สนิทกันเร็วนัก...
มิน่าซิพี่ชลิตถึงพูดเต็มปากเต็มคำว่ารักพี่เอม คงจะติดใจมาแต่คราวนั้น"
"อย่าไปฟังเลย เวลาเขาพูดคำว่ารัก คนๆ นั้นไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร" อริยามองพี่สาวอย่างเคร่งคิด "พี่เอมโกรธพี่ลิตเพราะเรื่องพี่รักใช่ไหม พี่เอมจะว่าเขาได้ยังไง
ในเมื่อพี่เอมก็รอพี่สิทอยู่ทั้งคน" "พี่ไม่ได้โกรธเขาหรอกอะ" เธอหลบตา ก่อนน้ำเสียงจะเข้มแข็งขึ้น
"เอาละ อะรู้เรื่องหมดแล้วนะ ตอนนี้เราก็ได้คืนมาแล้วทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแหวนหรือสร้อย
พี่กับเขาไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว ทีนี้หากว่าเขามาหาหรือโทรศัพท์มา อะรับปากได้ไหมว่า
จะไม่เคี่ยวเข็ญเรียกพี่ พี่ไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไป แล้วถ้าเป็นไปได้ พี่ไม่อยากให้อะ
ใกล้ชิดเขาด้วยเช่นกัน"
"อะรับปาก..." อริยาพูดอ่อยๆ "สำหรับเรื่องแรกเท่านั้นนะคะ"
ดวงตาช้ำของเอมอมรที่มองน้องสาว ต้องเครียดขึ้นด้วยความหนักอกหนักใจ
|