|
ความไม่สบายใจของเอมอมรไม่อาจจะยุติลงได้ง่ายๆ แม้เหตุการณ์นั้นจะผ่านพ้นไปแล้วหลายวัน
เพราะนับแต่นั้น อารยะก็เฝ้าคาดคั้นถามถึงสาเหตุและแม้แต่พิพัฒน์เองก็ยังงงงวยเกินกว่าจะให้คำตอบ
คุณอรอนงค์เป็นอีกผู้หนึ่งที่ตกอกตกใจเมื่อได้ทราบเรื่อง คุณอรอนงค์สนิทกับพิพัฒน์มากกว่าสนิทกับชลิต
เนื่องจากเพื่อนคนนี้ของลูกชายเข้านอกออกในบ้านของเธอราวกับเป็นบ้านของเขาเองมานานหลายปีแล้ว
ทว่าเธอไม่ได้โกรธเคืองหรือเข้าข้างฝ่ายใด ได้แต่พูดเจือหัวเราะ
"คนหนุ่มก็เลือดร้อนอย่างนี้ พัฒน์น่ะโดนเสียมั่งก็ดี นิสัยหลุกหลิก รุ่มร่ามนัก"
กับลูกสาว เธอถามว่า "คุณชลิตเขาชอบเอมหรือ"
กับมารดาแล้วเธอแทบจะไม่มีเรื่องปิดบัง และสำหรับคำถามนั้นเธอได้แต่หลบตาพูดอ่อยๆ
"เอมไม่รู้ค่ะแม่..."
"ถ้าเขาไม่ชอบเอม เขาคงไม่ทำอย่างนั้น แม่เองสังเกตมานานแล้วว่าเขามีอะไรอยู่ในใจ..." เธอถอนใจ "เฮ้อ โลกเรานี่ช่างไม่มีอะไรพอดีเสียเลยนะ"
นั่นซี...เอมอมรคิด มันถึงได้วุ่นวายอยู่ร่ำไปไม่รู้จบสิ้น
"แต่หนูคงจะไม่เปลี่ยนใจจากพ่อสิทธาใช่ไหมลูก"
"ไม่เปลี่ยนค่ะแม่" คำตอบเหมือนหนักแน่น
คนฟังพยักหน้าอย่างวางใจ ไม่คิดว่าหัวจิตหัวใจของลูกสาวได้ผิดผันไปจากเดิมแล้วโดยสิ้นเชิง
คมกริชก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำให้เอมอมรไม่สบายใจ นับตั้งแต่เกิดเรื่อง เขาก็เงียบขรึมลงไป
สายตาที่มองเธอก็มักจะฉายแววสำรวจตรวจตราระแวงสงสัย
เขามาหาเธอ ท่าทางห่างเหิน สีหน้าเครียดขรึม
"เอมเป็นยังไง สบายใจดีแล้วใช่ไหม"
"เอมสบายดีค่ะ พี่คมล่ะคะ เข้าใจกันกับเพ็ญแล้วใช่ไหม" เขาพูดขรึมๆ "ผมเข้าใจเขานานแล้ว และก็ไม่ได้หวังด้วยว่าเขาจะอยู่กับผมตลอดไป
ความรู้สึกของผมที่มีต่อเขาในตอนนี้ไม่เหมือนกันกับเมื่อก่อนหรอกนะ ตอนนี้ผมไม่ได้รัก ไม่ได้หลง
เพียงแต่ว่ายังมีเยื่อใยอยู่ ที่ผมยอมกลับมาคืนดีกับเขาก็เพราะว่าสงสารที่เขากำลังว้าวุ่น
แต่ไม่มีใครอื่น..." เขามองเธอนิ่ง "ตัวผมเองก็เหมือนกัน ผมไม่ได้มีใคร" เพราะคนที่ผมอยากจะรัก...
ก็กลับไม่อาจจะรักได้"
หญิงสาวหลบตา สีหน้าของเธอหม่นหมองพอกัน "เอมรู้ไหมว่าเพราะผมรักเอม จึงอยากเห็นเอมเดินไปในวิถีทางที่ถูกต้อง
ผมคงเสียใจ ถ้าได้รู้ว่าเอมก้าวผิด"
เธอได้แต่หลบตามองพื้นห้องทำสีหน้าสลด
แล้วเขาก็ถามออกมาตรงๆ "เอมไม่ได้มีอะไรกับชลิตใช่ไหม"
ดวงตาของเธอตระหนก "ทำไมพี่คมถามอย่างนั้นล่ะคะ พี่คมคิดว่าเอมมีอะไร" "ไม่รู้ แต่ผมรู้สึกมานานแล้วว่า มีอะไรบางอย่างระหว่างเอมกับชลิตที่ผมไม่เข้าใจ
แล้วพอเกิดเรื่องที่ชะอำ เพ็ญโทรไปถามแล้วก็มาเล่าว่าสมรักพูดไม่ดีถึงเอม"
"สมรักพูดอะไรคะ"
ชายหนุ่มส่ายหน้า "อย่าให้ผมบอกเลย"
สีหน้าของเธอเผือด ไม่ยอมอธิบายอะไรทั้งสิ้น คมกริชถอนใจ "ผมหวังว่าคงจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูด ผมไม่อยากจะเสียใจ...
เท่าๆ กับที่ไม่อยากให้นายสิทเสียใจ เอมเข้าใจนะ"
"ค่ะ" เธอพึมพำ
แม่ขับรถออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า และอริยาก็มีนัดกับเพื่อนๆ เอมอมรถูกทิ้งให้อยู่กับบ้านคนเดียว
และในเวลาเช่นนี้ เธอก็ยินดีที่จะอยู่คนเดียวเป็นที่สุด
ในระยะนี้แม่มักจะขับรถเอง ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ซึ่งทำให้เธอและน้องสาวแปลกใจ
แม่เคยชอบที่จะนั่งรถที่มีคนขับให้มากกว่า ครั้นถามว่าเพราะเหตุใดก็ไม่ได้รับคำตอบ
แม่แต่งตัวสะสวย ท่าทางมีความสุข เธอนึกเดาและได้แต่หวั่นกลัวคำตอบ
เธอกำลังนั่งซึมเมื่อโทรศัพท์กรีดเสียงขึ้น แล้วสาวใช้ก็มาบอกให้เธอรับสาย
"ใครพูดหรือ"
"ผู้หญิงค่ะ"
พอรู้ว่าไม่ใช่คนที่เธอปฏิเสธไม่ยอมพูดด้วย หญิงสาวก็ยกหูโทรศัพท์โดยดี เสียงใสๆ ทางปลายทางกลับพูดว่า
"คุณเอมอมรหรือคะ กรุณารอสักครู่นะคะ"
มีเสียงดนตรีในโทรศัพท์ดังสั้นๆ แล้วเสียงทุ้มแผ่วอ่อนโยนก็ดังมา
"เอมมี่..."
เอมอมรตัวชาวาบ
"เอมมี่..." เขาอ้อน "พูดกับผมหน่อยซีครับ"
"คุณชลิต" เธอพึมพำ
"ผมอยากพบคุณ... นะครับ.."
"ไม่ได้ค่ะ"
"ทำไมล่ะ"
"คุณชลิตคะ...ฉันเสียใจที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่อง...ฉัน...ขอโทษถ้าทำให้คุณโกรธ"
"เอมมี่ ผมไม่อยากได้คำขอโทษ ผมอยากจะพบคุณ"
"คุณชลิตคะ ฉันไปพบคุณไม่ได้ ฉันไม่อยากจะกลับไปเริ่มต้นใหม่อีก"
"กลับไปเริ่มต้นใหม่... เอมมี่
เรายังไม่ได้ไปถึงไหนเลย เรายังอยู่ที่เดิม... เรายังรักกันยังต้องการกัน เพียงแต่ว่าเวลานี้เรากำลังทรมานตัวเองแล้วก็ทรมานกันเองด้วย"
จริงซี นับแต่วันที่เธอตัดใจตัดรอนจากเขาจนถึงบัดนี้ เธอยังอาวรณ์โหยหามิได้ลดน้อยลงเลย
ดูเหมือนนับวันมันจะยิ่งทวีขึ้น นับวันเธอจะยิ่งทรมาน ทุรนทุรายมากขึ้น
ทว่าเขาล่ะ เธอไม่เชื่อว่าเขาพูดจริง ภาพของเขาและสมรักตามบาดใจเธอ
"จริงหรือเปล่า เอมมี่" เสียงทุ้มออดอ้อน
"ไม่จริงคะ คุณชลิต ฉันไม่ได้คิดถึงคุณเลย ฉันเดินมาจากที่เดิมไกลแล้ว"
"เอมมี่ อย่าหลอกผม..."
"โปรดยุติมันเสียเถอะค่ะ คุณชลิต... ฉันเสียใจ... ลาก่อนค่ะ..."
เธอวางโทรศัพท์ลง ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เธอตัดเขาอีกครั้งหนึ่ง และคราวนี้เขาคงไม่หวนกลับมาอีก
เธอรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวอยู่ในอก น้ำตาไหลเป็นทางลงมาตามร่องแก้ม แม้จะปัดจะปาดสักกี่ครั้งกี่หน
มันก็ไม่ยอมเหือดแห้ง
|