"พี่เอม...พี่เอม...ตื่นเถอะ"
เอมอมรลืมตาขึ้น อริยากระซิบเรียกพลางเขย่าแขน
หญิงสาวนอนอยู่ในห้องพัก เนื่องจากมีเตียงใหญ่อยู่เพียงเตียงเดียว เธอจึงลากหมอนมานอนที่พื้นมุมหนึ่งของห้อง
ทิ่งที่นอนไว้ให้คนอื่น
"หือ อะไร"
"พี่เอมลุกเถอะ อะไรก็ไม่รู้ ขึ้นมานอนตั้งแต่หัวค่ำ ใจคอจะหลับจนถึงเช้าเชียวหรือ" "ก็ไม่ได้หรือไง" ถามพลางลุกขึ้นนั่ง กรีดปลายนิ้วเก็บผมให้พ้นจากหน้าตา
เธอปลีกตัวขึ้นมานอนเล่น แล้วก็เผลอหลับไป
"ไม่ได้หรอก พี่เอม รู้ไหม ใครๆ เขาไปอยู่กันที่หาดทรายหมด พี่เอมนอนอยู่ที่นี่คนเดียวไม่ค่อยปลอดภัย"
"ทำไมล่ะ ใครจะมาทำอะไรพี่"
"อ้าว... ว่าไม่ได้นะ พี่พัฒน์เมาได้ที่แล้วด้วย เห็นเขาถามหาพี่เอมมาตั้งแต่ค่ำแล้วนะ"
"พี่พัฒน์น่ะเหรอ พี่ไม่กลัวหรอก"
เธอพูดอย่างมั่นใจ เธอรู้จักพิพัฒน์มานานนักหนาแล้ว เขาอาจจะเข้าชู้ ชอบฉวยโอกาส หยอกเย้าถึงเนื้อถึงตัว
แต่ไม่กล้าหาญพอที่จะก่อเรื่องกับเธอแน่ๆ
"งั้นก็ลงไปดูเขาเต้นรำกันก็ได้ เหอะน่า ไปดูพี่เพ็ญตามง้อพี่คม แล้วก็ดูคู่พี่รักกับพี่ลิต
โอ๊ย สนุกเป็นบ้าเลย ยังกะนิยายแน่ะ"
"เหรอ...ไม่เห็นอยากดูเลย"
พูดพลางเอนกายลงนอน ตะแคงข้างให้ซ่อนสีหน้าเจ็บปวดจากอีกฝ่าย
"โธ่ พี่เอมก็..." อริยาดึงแขนพี่สาว "ลุกหน่อยน่า"
"อ๋อ...อยากให้พี่ลงไปเป็นเพื่อนใช่ไหมล่ะ..." เธอดักคอ "พี่อาก็อยู่ทั้งคนนี่นา"
"พี่อาเขาเอาแต่จีบแฟนเขา อะไม่อยากเป็นกอขอคอ ทุกคนมีคู่ ส่วนคนไม่มีคู่ก็น่าเบื่อ"
"เอา ไปก็ไป"
เธอลุกขึ้น ใช้นิ้วมือสางผมสองสามครั้ง เดินตามอีกฝ่ายลงมาข้างล่าง
บ้านทั้งหลังเงียบเพราะเป็นเวลาดึกจัด นวลเข้าห้องปิดประตูและคงจะนอนหลับสนิทเพราะรับใช้คนอื่นๆ มาทั้งวัน
ลมทะเลสงบลงแล้ว ในท่ามกลางความมืดบนชายหาดมีแสงไฟจากเตาปิ้งย่างวอมแวม เอมอมรเห็นเงาของผู้คน
เคลื่อนไหว ได้ยินเสียงเพลงดังแว่ว แทรกแซมด้วยเสียงพูดคุย เมื่อเธอเดินไปถึงก็ได้เห็นว่า
นอกจากพวกที่นั่งอยู่ใกล้กองไฟแล้วก็มีหลายคู่ที่จับกันเต้นรำอยู่ในอยู่จังหวะสโลว์ห่างออกไปในเงามืด
"เห็นสองคู่ชู้ชื่นนั่นไหม พี่เพ็ญกับพี่คม แล้วก็พี่รักกับพี่ลิต"
อริยากระซิบ เอมอมรไม่อยากจะเห็นจึงได้แต่ดึงน้องสาวให้นั่งลง
คนที่นั่งอยู่ก่อนหันมาทัก เอื้อเฟื้อเครื่องดื่มให้ เธอทำเป็นสนใจปิ้งย่างอาหารฟังเขาคุยกันแต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองคู่เต้น เห็นคมกริชและเพ็ญระพี คู่ของอารยะ คู่ของพิพัฒน์ แล้วก็ชลิตกับสมรัก
ทุกคนก็ล้วนอยู่ในลักษณะกอดตระกองเหมือนๆ กันทั้งนั้น แต่ไฉนเธอจึงบาดใจกับราสงที่สูงกว่าใครๆ
ที่เห็นอย่างโดดเด่น ร่างทั้งสองอิงแอบแนบชิดโยกน้อยๆ คล้ายกับคู่รักที่กำลังตระกองกอดกระซิบคุยกัน
ท่ามกลางแสงจันทร์สายลมและเสียงคลื่น
เอมอมรแอบกรีดน้ำตา
"ดูคู่พี่รักกับพี่ลิตซี พี่เอม ยังกับรักกันหวานชื่นเหลือเกิน" อริยาหันมากระซิบ
"ไปดูเขาทำไม"
"ก็อะรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้"
เอมอมรมองน้องสาว นึกภาวนาขออย่าให้อริยาถูกผู้ชายมากรักคนนี้ครอบงำไปด้วยอีกคน ความสนใจสนิทสนม
ที่เขาให้กับเด็กสาวนั้น ถ้านำเอาไปคิดเพ้อฝันฟุ้งซ่านก็นับเป็นเรื่องอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
อริยาอยู่ในวัยอันมีอารมณ์ผันผวนอ่อนไหวอยู่ด้วย
"ก็อย่าไปสนใจซิ" พูดอย่างนั้นทั้งที่น้ำตาวาบพาลจะไหล
เธอเองก็ถูกบีบคั้นด้วยความรู้สึกปวดร้าวทรมานใจ เมื่อไหร่หนาจะชาชิน
"เอม"
ได้ยินเสียงพิพัฒน์เรียก ชายหนุ่มพาคู่ออกจากวงเต้นรำเดินมาเอาน้ำและเห็นเอมอมรจึงเข้ามา
ทิ้งตัวลงนั่งใกล้จนได้กลิ่นเหล้า
"ลุกขึ้นมาแล้วหรือ นึกว่าใจคอจะนอนจนถึงเช้า"
เธอฝืนยิ้ม "ก็ไม่ดีหรือคะ จะได้ไม่ต้องเป็นกอขอคอใคร"
"ขอคงขอคออะไรกัน พี่รออยู่ไม่รู้หรอกหรือ"
เธอคิดว่าเขาคงจะเมาได้ที่แล้วจริงๆ หล่อนไม่ชอบเมื่อเขาเมา และในตอนนั้นยิ่งไม่มีอารมณ์จะพูดด้วย
เธออยากจะร้องไห้อย่างเดียว
"นั่นกินอะไร น้ำอัดลมหรือ" เขาดึงแก้วเครื่องดื่มของเธอไป
"อย่ากินเลยน่า วันนี้เลิกเป็นเด็กซะที เอาไอ้นี่ดีกว่า"
แก้วเบียร์ถูกยื่นมาตรงหน้า เอมอมรสั่นหน้า "ไม่ล่ะค่ะ"
อริยาฉวยไปแทน "อะกินเอง" เด็กสาวพูดแล้วจรดปากแก้วกับริมฝีปาก
"ยายอะนี่" หญิงสาวตีเผียะ
"ช่างน้องเถอะน่า วันนี้เรามาสนุกกันให้เต็มที่ดีกว่า
"อะลองกินมาตั้งนานแล้ว ไม่เห็นเป็นยังไงเลยนี่พี่เอม กินแล้วมึนดี เดี๋ยวก็หลับสบาย"
พี่สาวได้แต่ค้อน ไม่ดุว่าเพราะแม้แต่แม่ก็ส่งเสริม หัดไว้บ้าง จะได้ไม่ถูกใครมอม"
"นั่นซี...เอมลองซี" พิพัฒน์ส่งตามมาอีกแก้วหนึ่ง
"ไม่เห็นอยากลองเลย"
"นิดเดียวน่า..."
"กินแล้วจะเป็นยังไงคะ"
"กินแล้วก็เมา เมาแล้วก็สนุก...หมดสิ้นความทุกข์
" เสียงของเขาครึกครื้น
หญิงสาวไม่รู้ว่าชลิตที่กำลังเต้นรำจับตามอง เขาเห็นตั้งแต่เธอกับอริยาจูงมือกันเดินลงมาแต่แรกแล้วเลย
ยิ่งเลื่อนตัวออกมาทางด้านนอกให้เธอมองเห็นเขาได้ถนัด เขาอยากให้เธอเจ็บปวดเหมือนอย่างที่เขากำลังเป็น
เสียงพิพัฒน์ดังไม่เบา ชายหนุ่มจับความไม่ได้ แต่จับได้ถึงกระแสเสียงที่บอกความรึกครื้นสบายอกสบายใจเต็มที่
เอมอมรแกล้งจิบเบียร์เอาใจพิพัฒน์ ครั้นฝ่ายนั้นเผลอเธอก็เททิ้งทีละนิด
คมกริชและเพ็ญระพีเดินกลับเข้ามา ชายหนุ่มมองพิพัฒน์อย่างไม่สบอารมณ์นัก
"พี่คมนี่ไม่ไหวเลย เต้นแค่นี้ก็บ่นเมื่อยแล้ว" เพ็ญระพีฝืนหัวเราะร่าเริงนั่งลงใกล้คมกริช
รู้สึกขุ่นมัวเป็นที่สุดที่ได้เห็นคู่ของสมรักซาบซึ้งกันอย่างไม่สนใจผู้ใด
"พี่คมไม่ชอบเต้ารำหรือคะ" อริยาถาม
"เฉยๆ" เขายิ้มขรึมๆ มองเอมอมร "ตื่นนานแล้วหรือเอม"
"ตอนนี้ชักง่วงอีกแล้วละค่ะ" หญิงสาวตอบแกน ๆ "อ๊าย...ง่วงไม่ได้นะ ห้ามง่วง" พิพัฒน์ร้องอย่างไม่ยอมถนอมเสียง "มานี่"
มือใหญ่จับแขนเรียว ดึงให้ลุกตาม "มากับพี่" เอมอมรเห็นหน้าง้ำๆ ของเพ็ญระพีแล้ว ก็บอกตัวเองว่าควรจะปลีกตัวให้ห่างคมกริช
เธอลุกเดินตามพิพัฒน์ไปโดยดี
"ไปไหนคะพี่พัฒน์"
"ไปเต้นรำกัน"
หญิงสาวขืนตัวไว้ "ไม่เอาหรอก เอมไม่ชอบเต้น"
"ทำไม ไม่เห็นจะยากเย็นอะไรเลย"
"ก็เอมไม่อยากเต้นกับพี่พัฒน์นี่คะ ดูเถอะ จังหวะอย่างนี้ มีแต่คู่รักเขาเต้นกัน เอมไม่ซึ้งกับพี่พัฒน์หรอก" "ทำไม หรือจะรอไว้ซึ้งกับคู่หมั้น" พูดพลางดึงเธอเข้ามาจนชิด แม้อีกฝ่ายพยายามขัดขืน
แต่แรงของฝ่ายชายมากกว่า "เบื่อพี่พัฒน์จัง" เธอพยายามจนสลัดหลุดจากมือที่ตามพัวพัน อึดอัดอับอายที่เขาทำรุ่มร่ามเช่นนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี่คมกริชซึ่งเห็นเธอเป็นเด็กดีอยู่ตลอดเวลาก็อยู่ที่นี่ด้วย
แล้วยังมีชลิต...
"ไว้หายเมาแล้วค่อยมาพูดกับเอมเถอะ"
ร่างบางหันวิ่งกลับขึ้นไปบนบ้าน ไม่ได้มองชลิตซึ่งหยุดเต้นยืนจ้องมองอยู่ด้วยประกายตาคมกล้า
ตั้งแต่เห็นพิพัฒน์ดึงเธอออกมาแล้วยังยื้อยุดฉุดแขนจะให้เต้นรำด้วย...
ถ้าเธอไม่สลัดหลุดจากไปก่อน เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะทนดูอยู่เฉยๆ ได้หรือไม่..
|