|
เอมอมรถอยรถของพี่ชายออกมาจากบ้านพัก พาเลี้ยวสู่ถนนลาดยางซึ่งเชื่อมขนานกับชายหาด เธอจอดรถ
ก้าวลงมายืนมองหนุ่มสาวที่ส่งเสียงกรีดกราดอยู่ริมทะเล
อดไม่ได้ที่จะมองหาร่างสูงหนาที่เคยใกล้ชิด เห็นว่ายน้ำออกไปในทะเลพร้อมกับกระดานเล่นคลื่นเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
คมกริชเดินอยู่ที่ริมหาดเขาหันมามอง พอเห็นก็โบกมือวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา เขาไม่ได้สวมชุดว่ายน้ำ
แต่เป็นกางเกงขาสั้นและเสื้อตัวหลวม
"ไปตลาดค่ะ"
"พี่ขับรถให้ เขาอาสา
"อย่าเลยค่ะ พี่คม" เสียงอ่อนรีบขัด
ชายหนุ่มชะงัก เธอจึงยิ้มให้ "เอมไปเองได้"
"พี่ไปด้วยไม่ได้หรือ"
"ประเดี๋ยวเพ็ญงอนเอาอีกนะคะ"
"ฮื้อ ไม่หรอก" ชายหนุ่มทำสีหน้าอึดอัดใจ เห็นเพ็ญระพีกำลังสนุกอยู่กับคนอื่นๆ "เห็นไหม กำลังสนุกอยู่นั่น ไปกันเถอะ เขาไม่สนใจเราหรอก"
เขาไม่ฟังเสียงตรงมาเปิดประตูที่นั่งด้านคนขับ เธอจึงได้แต่ตามขึ้นรถ
คลื่นลมแรงมากเมื่อทั้งสองกลับมาถึงที่พัก หนุ่มสาวบางคนยังอยู่ที่ชายหาด ขณะที่คนอื่นๆ
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านั่งนอนเล่นกันอยู่บนบ้าน เธอและคมกริชช่วยกันถือของเดินผ่านเข้าไปในครัว
คนที่อยู่ใกล้ๆ มีน้ำใจตามมาช่วยถือด้วย
เธอถูกถามเซ็งแซ่ว่า "ไปไหนกันมา"
"ก็ไปตลาดน่ะซีคะ"
"ไปถึงตลาดไหนกันจ๊ะ ชักช้าป่านนี้ มีเสียงถาม แล้วก็หัวเราะหยอกเย้าสนุกสนาน
"นั่นซิ ใครต่อใครบ่นถึงกันให้วุ่นวาย"
จริงของพวกเขา เธอเสียเวลานานเกินไปเพราะคมกริชมัวแต่จอดรถชวนดูนั่นนี่อย่างไม่รู้จักร้อนใจ
เธอเสียอีกที่กระวนกระวาย ไม่มีแก่ใจชมวิวกับเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคิดว่าเพ็ญระพีคอยอยู่
แล้วยังมีชลิตอีกคน เขายิ่งชอบประชดประชันกล่าวหาคมกริชว่าคิดไม่ซื่อ
พิพัฒน์เดินมา ถามว่า "ไปไหนมา นานจัง"
"ไปตลาด...แล้วไถลไปหน่อยค่ะ"
"ทีหลังเรียกพี่ไปก็ได้" เขาว่า มองหน้าคมกริชก็เห็นทำเฉย
ชายสองคนนี้รู้จักกันมานานแล้ว แต่เข้ากันไม่ได้และมีอุปนิสัยที่แตกต่างกัน พิพัฒน์เป็นคนกะล่อนคล่องแคล่ว สำอางรักสนุก ผิดกับคมกริชซึ่งเคร่งขรึมเอางานเอาการ
"เพ็ญถามหาคุณคมกริช" เขาบอก
คมกริชมองหา เห็นเพ็ญระพีกำลังนอนคว่ำอยู่ในวงไพ่ เธอใส่กางเกงขาสั้นกุด สวมเสื้อยืดรัดรูปลายฉูดฉาด
เธอสนใจอยู่แต่ไพ่ในมือ อันเป็นกีฬาที่เธอโปรดปราน แม่ของเธอมีเพื่อนๆ หลายกลุ่มมาเล่นไพ่ที่บ้านบ่อยๆ
และถ้าเพ็ญระพีว่างก็จะรวมกลุ่มด้วยไม่มีขีดแบ่งเพศวัยแต่ประการใด
อริยาเดินเข้ามา ถามว่า
"มีอะไรมาบ้างคะ ของแกล้มเหล้ามีบ้างไหม"
"มีจ้ะ กำลังจะจัดให้ ถ้ารอไม่ไหวก็ช่วยตัวเองก่อนได้เลย"
"คุณลิตเขาบ่นถึงพี่เอม"
เอมอมรนิ่งฟัง ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นจากถ้วยชามและห่ออาหาร
"เขาบอกพี่เพ็ญว่าเห็นพี่เอมรับพี่คมนั่งรถออกไป"
"เข้าใจหาเรื่อง" เธอพึมพำ อริยาเห็นมานานแล้วว่าพี่สาวทำเหมือนชิงชังชายหนุ่มจึงรีบแก้ตัวแทน
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก พี่ลิตคงเป็นห่วงน่ะ"
เอมอมรก็เลยเฉย ค้นดูตามถุง จัดผลไม้ใส่รวมลงในถาดใหญ่ แล้วเรียกให้ยกไปตั้งไว้ในที่ซึ่งจะหยิบกันได้ง่ายๆ
เธอกำลังช่วยนวลหั่นผักอยู่ในครัว ใจวูบเมื่อชลิตโผล่เข้ามา
เขาอยากจะถามนักว่าเธอหายไปไหน แต่ที่เขาพูดก็คือ "มีแก้วน้ำไหมครับ"
"มีค่ะ" หญิงสาวตอบเรียบๆ ลุกไปยังถาดใหญ่ที่เรียงรายไว้ด้วยถ้วยแก้วสะอาด ได้ยินเสียงพูดแว่วๆ
"ผมขอใบเดียว"
เธอหยิบแก้วมาส่งให้ มือใหญ่ได้รูปกลับจับลงบนมือบางๆ ที่เจ้าของสะดุ้งวาบมองหน้าอีกฝ่ายอย่างตกใจ
เกือบจะปล่อยแก้วใสตกลงพื้น มันเลื่อนไปอยู่ในมือเขาเสียก่อน ร่างสูงหนาเดินกลับออกไป สีหน้าเฉยเมย
ทำให้เธอไม่แน่ใจว่าเขาเจตนา หรือว่าแกล้งเข้ามายั่วให้เธอวุ่นวายใจ
เขากลับออกไปหาสมรักและเพื่อนๆ ที่ยิ้มหวัวต้อนรับ ทิ้งเธอไว้กับความเจ็บปวด
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงทุกทีเมื่อร่างบางๆ เดินคนเดียวไปตามชายหาด ลมทะเลพัดแรงไล่คลื่นลูกใหญ่ให้กระโจน
โยนตัวเรียงกันเข้าหาฝั่งอย่างดุเดือดลูกแล้วลูกเล่า ผมยาวของเธอปลิวกระจายเช่นเดียวกับชายเสื้อตัวหลวมที่สวมใส่
ชายทะเลตอนนี้แทบจะไร้ผู้คน เพราะอยู่ในตอนปลายฤดูฝนและยังเป็นช่วงชายหาดซึ่งไกลจากบรรดาบังกะโล
โรงแรมซึ่งรับรองนักท่องเที่ยวทั้งหลาย
เธอนึกถึงเหตุการณ์ระหว่างเธอกับชลิตราวกับเป็นวังวนที่หนีไม่พ้น นับตั้งแต่เขาเข้ามาทำความรู้จักในนาม
ของนักท่องเที่ยวชาวฟิลลิปปินส์สัญชาติอเมริกันที่พูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงของเจ้าของภาษา
เมื่อครั้งเธอไปทำงานกับบริษัทนำเที่ยวตอนปิดภาคเรียนฤดูร้อนที่ผ่านมา ในครั้งกระนั้น เขาได้แสดงความกรุ้มกริ่ม
เจ้าชู้ออกมาอย่างเปิดเผย และก็น่าแปลกที่เธอไม่เคยสนใจใครเลยกลับประทับใจเขาไม่รู้คลาย
เขาหายไปจากชีวิตของเธอ ทว่าเธอยังคงคิดถึงปลุกเขาให้ประทับอยู่ในความคิดฝันอันเปล่าเปลี่ยวเงียบเหงา
แต่แล้วเขาก็กลับมาอีกครั้งในบทบาทของหนุ่มนักเรียนนอก นายชลิต สิริวัฒน์ เพื่อนชายคู่หมายมาดคนใหม่
ของเพ็ญระพีญาติสนิทของเธอเอง
เธอพบเขาด้วยความหวาดหวั่นกริ่งเกรง แม้ท่าทีในเบื้องแรกจะแสดงความดูถูกเย้ยหยัน คำพูดแม้สุภาพแต่ก็ไม่วาย
เชือดเฉือน ริมฝีปากยิ้มแย้ม ทว่าดวงตาคมวาววามคอยจ้องจับผิด แต่หลังจากนั้นมันได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
กลายเป็นความอ่อนหวานและถวิลหา เป็นความดื่มด่ำลึกล้ำในหัวใจ เป็นความปรารถนาที่ล้ำลึก และเป็นความรัก
เธอรักเขา...!
ทว่าจิตสำนึกบอกว่าเธอและเขาไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ เธอไม่รู้ใจชลิต รู้แต่เพียงว่าเขาเป็นผู้ชายเจ้าชู้รักสนุก
ที่ไม่มีขอบเขตในเรื่องของความรัก ยิ่งกว่าอื่นใด พันธะผูกพันระหว่างเธอกับสิทธาเป็นสิ่งที่ไม่อาจกระทบกระเทือน
เธอรักนับถือคนที่เป็นคู่หมั้นซึ่งรักและไว้ใจเธอ ด้วยความปวดร้าว ทรมานใจ เธอตัดสินใจตัดรอนความสัมพันธ์ก่อน
ที่ความรักและปรารถนาจะก่อให้เกิดปัญหาที่จะทำให้เสียใจในภายหลัง
ในคราวนี้ เขากลับมาใหม่ด้วยท่าทีของคนแปลกหน้า ห่างเหินและมึนชาจนเธอเจ็บปวด...
ลมพัดแรงจัดขึ้นทุกที เสียงลมและคลื่นอื้ออึงอยู่ในหู เสื้อผ้าและผมเผ้าของเธอสะบัดตัวอย่างรุนแรง
เอมอมรไม่เคยลืมจุมพิตของชายหนุ่ม สัมผัสอบอุ่นเร้าร้อนเกือบจะละลายหัวใจของเธอ
เธอถามตัวเองว่าฉากชีวิตอ่อนหวานดื่มด่ำลึกซึ้งระหว่างเขาและเธอนั้น เคยเกิดขึ้นจริงหรือว่า
เป็นแต่เพียงความฝันกันแน่...
|