แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 23
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)

หาดชะอำไม่มีผู้คนพลุกพล่านนัก เพราะเป็นช่วงต้นฤดูหนาว ชลิตเสียเวลาวนรถอยู่เพียงครู่เดียว ก็หาบ้านพัก
อันเป็นจุดหมายพบ เขาจอดรถต่อจากรถคันอื่นๆ ใกล้บริเวณบ้าน เห็นเงาคนและได้ยินเสียงเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวดังแว่ว

"นั้นรถของคมกริชนี่นา"

สมรักชี้ที่รถยนต์คันหนึ่ง ชลิตไม่ตอบ รู้ดีอยู่แล้วจากคุณอรอนงค์ว่าคมกริชก็มาด้วย

เพราะอย่างนี้กระมัง เอมอมร จึงมา

เขาไปที่บ้านของเธอ พบแต่คุณอรอนงค์ซึ่งบอกว่าเด็กๆ ไปชะอำกันหมด เพ็ญระพี อริยา และเอมอมร
นั่งไปกับรถคมกริช ส่วนอาริยะขับรถของเขารับเพื่อนๆ ไปอีกคันหนึ่ง สมทบกับรถคันอื่นๆ ซึ่งจะแล่นตามกันไป

เขาตั้งใจจะตามไปทันที แต่ถ้าเขาไปคนเดียวก็ดูจะกระไรอยู่ เขาจึงชักชวนสมรัก

ใครๆ พากันทักทายอย่างยินดีที่เห็นทั้งสองตามมาสมทบด้วย เอมอมรกำลังช่วยคนอื่นๆ จัดข้าวของ
เธอหันมามองอย่างแปลกใจ สีหน้าเฉยเมยเศร้าหมองมีแววเจ็บปวดวูบขึ้น ก็เธออุตส่าห์หนีเขาทั้งสองมาแล้ว
ยังจะตามมาแสดงบทคนรักกันให้เห็นอีกทำไม

ได้ยินเสียงทักทาย พูดคุย หัวร่อต่อกระซิกดังอยู่รอบตัว เพ็ญระพีและคมกริชนั่งคุยกันอยู่ใกล้ๆ
ส่วนอริยากำลังช่วยกันกับแม่ครัวที่พามาด้วยจากบ้านทำอาหารที่แวะซื้อของสดจากกลางทาง เวลานั้นเลยเที่ยงวันมามากแล้ว

สมรักและชลิตส่งการทักทายด้วยสายตามาก่อน หลังจากนั้นครู่ใหญ่ ฝ่ายหญิงก็จูงชายหนุ่มเข้ามาด้วยท่าทีของคนรัก
ที่กำลังหวานชื่น

"ฮ้าย มาถึงนานแล้วหรือจ้ะ" หญิงสาวทักอย่างร่าเริง
"เพิ่งมาถึง" เพ็ญระพีตอบ

สีหน้าที่พูดคุยสดใสอยู่กับคมกริชเมื่อครู่กลับเครียดลง แม้จะพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้สะทกสะท้าน
กับความสัมพันธ์ของผู้มาใหม่ทั้งสองแต่ประการใดก็ตาม

"ทำไมช้าล่ะ ออกจากกรุงเทพ ตั้งแต่เช้าไม่ใช่หรือ"
"เราแวะเที่ยวแล้วก็แวะซื้อของกันด้วยฮะ" คมกริชตอบยิ้มๆ อย่างไม่สนิทใจนัก
ไม่ชอบหนุ่มร่างสูงหนาที่ตามอยู่ข้างหลังมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
"ดีจังเลย ไม่นึกว่าพี่ลิตกับพี่รักจะมาด้วย" อริยาพูดอย่างยินดี ดีใจจริงๆ ที่เห็นชลิตเขา

ชายหนุ่มทำสีหน้าขรึมเฉยมองเอมอมร เห็นหันมายิ้มทักทายกับสมรักแล้วมองเลยมาที่เขา
ยิ้มให้อย่างเคร่งขรึมที่เขาได้เห็นจนเจนตา

เขาอดคิดไม่ได้ว่า กับคู่หมั้น เธอคงไม่ทำสีหน้าแบบนี้

อริยาพูดว่า "เอาของขึ้นไปเก็บข้างบนซีคะ พี่รัก"
"ประเดี๋ยวก็ได้" สมรักยกไหล่
"พวกเราพักห้องข้างในกันนะคะ" อริยาบอก
"ห้องใหญ่ข้างหน้านั้น ผู้หญิงห้าคนพวกพี่อาเขาอยู่กัน ส่วนพวกผู้ชายไม่มีห้องนอนค่ะ”
"ไม่เป็นไรนี่ฮะ คืนนี้คืนเดียวพวกเราผู้ชายไม่นอนกันอยู่แล้ว” ชลิตทำเสียงร่าเริง
อริยาถามว่า "จะไหวหรือคะ พรุ่งนี้จะต้องขับรถกลับอีกตั้งไกล"
"ถ้าง่วงก็อาศัยหลับแถวนี้แหละ"
"ง่ายดี" สมรักพูด
"ผมชอบง่ายๆ" เขาพูดยิ้มๆ
สมรักหยิกที่ต้นแขนชายหนุ่ม "ดูพูดเข้าซิ"
"กินข้าวกันมาหรือยังคะ เรากำลังจะทานกันเดี๋ยวนี้แหละค่ะ"

มีเสียงเรียกกันต่อๆ ให้มาทานอาหาร หนุ่มสาวทยอยกันเข้าไปตักแบ่งอาหารใส่จานเลือกที่นั่งคุยกันตามอัธยาศัย
เอมอมรถือจานเดินมานั่งข้างน้องสาว มีเพ็ญระพีและคมกริชนั่งอยู่ใกล้ ๆ

คมกริชส่งสายตามองเธอ อึดอัดใจไม่น้อยในสภาพที่เป็นอยู่ เขาเคยรักกับเพ็ญระพีถึงขนาดมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง
ต่อกัน เมื่อเพ็ญระพีทิ้งเขาไป หลังจากที่เจ็บปวดอยู่พักหนึ่ง ชายหนุ่มก็ทำใจได้ เขาหันมาใกล้ชิดอริยาและเอมอมร
โดยยกเอาคำฝากฝังของสิทธาที่ขอให้ช่วยดูแลเธอทั้งสองขึ้นมาเป็นข้ออ้าง

เขามีความสุขที่ได้อยู่ใกล้เธอ

แล้วเพ็ญระพีก็หันกลับมา คมกริชรู้ดีว่าเป็นเพราะเธอผิดหวังจากชลิต

แม้เพ็ญระพีจะเก้อเขินบ้าง แต่ก็อาศัยความสนิทสนมคุ้นเคยอันเคยมีมาก่อนในครั้งแรก แล้วก็ค่อยๆ กลมกลืนมากขึ้น
เรื่อยๆ กว่าคมกริชจะรู้ตัว เขาก็ถูกมัดไว้เสียแล้ว เขาสงสารเพ็ญระพี แล้วยังเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่เคยมีมาแต่ก่อน
ยิ่งกว่าอื่นใด เขารู้ว่าเขากับเอมอมรไม่มีวันที่จะลงเอยกันได้

"ทำไมตักมานิดเดียวครับเอม ไม่หิวหือ"
"ไม่หิวค่ะ ตักมากเดี๋ยวทานไม่หมด"
"เหนื่อยไหม"
"จะเหนื่อยได้ยังไงคะ พี่คม เอมเขาไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย พี่คมเสียอีกซิ ขับรถอยู่คนเดียว" เพ็ญระพีขัด ขวางหูขวางตาท่าทีที่เขามีต่อญาติสาวของตน

เธอมองออกตั้งนานแล้ว เมื่อเธอทิ้งเขา เธอรู้ว่าเขาไปหาเอมอมรและอริยาเสมอ ตอนนั้นเธอโล่งใจ
แต่เมื่อเธอผิดหวังจากชลิตหวนกลับมา เธอก็ต้องทนกับความรู้สึกหึงหวงที่ได้เห็นความสนิทสนมห่วงใยอาทร
ที่คมกริชแสดงต่อพี่น้องสองสาว

พิพัฒน์ผละจากกลุ่มเพื่อนมานั่งลงข้างๆ เอมอมร ใกล้จนแขนเสียดสีกัน เอมอมรขยับชิดน้องสาวเข้าไปได้อีกนิดหนึ่ง
แต่ไม่พ้นสัมผัสจากเขาอยู่ดี

พิพัฒน์สนิทสนมกับสาวคนหนึ่งที่อยู่ในขบวน เพื่อนๆ ของเขากระซิบบอกมาว่า เจ้าหล่อนคือคนที่กำลังจะกลายเป็นแฟน
คนใหม่ "อีกแล้ว" ของพิพัฒน์

"เป็นไง ชอบบ้านนี้ไหม" เขาชวนคุย
เอมอมร ตอบว่า "ชอบค่ะ บ้านโปร่งดี มากันตั้งหลายคนก็อยู่ได้ไม่อึดอัด"
"แต่ไม่ค่อยสวยนะ พี่พัฒน์ เก่าแล้วด้วย" อริยาว่า
"ก็เขาปลูกมานานแล้วนี่ นี่ได้ยินว่ามาคนขอื้อ อีกไม่นานคงไม่ได้มาแล้ว"
"น่าเสียดายนะคะ อยู่ใกล้ทะเลเสียด้วย" เอมอมรว่า
"ตอนนี้ที่ทำเลอย่างนี้แพงมาก"
"อยากมีบ้านชายทะเลแบบนี้สักหลังนะ พี่เอม"
"ฮื่อ..."

ตาเธอแลไปพบชลิต เห็นเขากำลังมองอยู่พอดี ดวงตาคมเข้มในใบหน้าสะอ้านมองเมินไปทางอื่นอย่างเฉยเมย
ขณะที่พูดจาโต้ตอบพูดคุยกับคนข้างเคียงโดยมีสมรักร่วมสนทนาอยู่ด้วย ท่าทางเป็นคู่รักที่มีความสุขกันจริงๆ

เสียงพิพัฒน์ดังอยู่ข้างๆ "โอ๊ย อยากมีทำไม สมัยนี้ที่เที่ยวเยอะแยะ อยากไปไหนก็ไปหาเช่าบ้านเช่า
โรงแรมเอา ซื้อบ้านไว้ก็ต้องมาคอยห่วงคอยดูแล ยุ่งเปล่าๆ"
"ผู้ชายก็อย่างนี้แหละ ชอบเร่ๆ ร่อนๆ ไปทางโน้นทีทางนี้ที อยู่กับที่ไม่ได้" อริยาค่อน
"หนอย ว่าแต่ผู้ชาย แล้วพวกผู้หญิงล่ะจ๊ะ ไม่ขี้เบื่อหรือ..."

เพราะอยู่ใกล้กัน เพ็ญระพีจึงได้ยินขัดเจน เธอหันไปค้อนพิพัฒน์ตาขวางทำให้ชายหนุ่มทำหน้าเหรออย่างแปลกใจ
เพราะไม่รู้ว่าคำพูดของเขากระทบใครเข้า

"เป็นไงไปล่ะเพ็ญ ค้อนพี่ซะแล้ว" เขาถามเสียงซื่อ
เพ็ญระพีหงุดหงิดอยู่ก่อนแล้วจึงโกรธง่ายดาย
"อยู่ๆ ก็มาพูดหาเรื่อง" เธอลุกเดินหน้างอไปกระแทกนั่งลงทางอื่น
พิพัฒน์มองตามงงๆ "อ้าว มีอะไรกันหรือ" เขาถามงง ๆ
อริยาหัวเราะคิก
"เปล่าน่า" เอมอมรไกล่เกลี่ย

หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จกันแล้วชั่วครู่ กลุ่มหนุ่มสาวก็ชวนกันลงเล่นน้ำ หลายคนแยกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
และทยอยกันขนเครื่องเล่นลงทะเลไป คนที่กลัวแดดและไม่ชอบกีฬาทางน้ำ ก็จับวงกันเล่นไพ่อยู่ที่พื้นห้อง

เอมอมรช่วยแม่บ้านลำเลียงถ้วยชามที่ใช้แล้วเข้าไปล้างในห้องครัว ก่อนจะทำความสะอาดห้อง

คมกริชช่วยอยู่ครู่หนึ่งก็จะถูกเพ็ญระพีชวนลงไปเดินเล่นที่ชายทะเล เขาหันมาถามเธอว่า

"เอมล่ะ ไม่ไปเล่นน้ำหรือ"
"ยังค่ะ ประเดี๋ยวถึงจะไป"
"อะไปก่อนได้ไหม" อริยาหันมาถามเมื่อถูกเพื่อนๆ ของพี่ชายเรียกร้อง
"ไปเถอะ"
พิพัฒน์กระแซะเข้ามาอีกตามเคย "เอม...ไปเปลี่ยนเสื้อซี"
หญิงสาวบอกเขาว่า "เอมยังไม่ลงน้ำหรอก พี่พัฒน์ไปก่อนเถอะ เอมจะช่วยนวล"
"โธ่เอ๊ย ไปเถอะ ของแค่นี้นวลทำคนเดียวได้ พี่ชวนมาอยากให้สนุก ไม่ได้จะให้มาทำงาน"
"เดี๋ยวเอมตามไปน่า"
"ไม่เอา ต้องไปเดี๋ยวนี้" เขาดึงแขนหล่อน

ชลิตจับตามองอยู่ก่อนแล้วขณะที่รอสมรักเปลี่ยนเสื้อผ้าจะลงทะเล ชายหนุ่มขบกรามอย่างขุ่นเคือง

"เอ๊ พี่พัฒน์นี่” ชายหนุ่มเอมอมรหัวเราะฝืนๆ ขืนตัวไว้ "เอมยังไม่อยากไปนี่นา"
"เฮ้ยๆ ไอ้พัฒน์ เล็กรอมึงอยู่นะโว้ย" เสียงเพื่อนของเขาตะโกนสอดแทรกเจือหัวเราะดังมา
ไม่ใช่พิพัฒน์จะกลัว "เล็ก "แต่อดเขินไม่ได้ที่เพื่อนๆ คอยแซว เขาปล่อยมือจากหญิงสาว
ตามใจ ประเดี๋ยวตามไปจริงๆนะ" เขาคาดคั้นก่อนจะเดินไปหากลุ่มเพื่อน
สมรักดึงแขนชลิต "ไปกันเถอะ คุณลิต"

ชลิตปล่อยให้หญิงสาวกอดแขนออกแรงจูงแกมลากไปโดยดี

เอมอมรมองตามกลุ่มหนุ่มสาวที่เดินตามกันไป นัยน์ตาสวยเศร้าหยุดที่ร่างสองร่าง หนึ่งสูงใหญ่ล่ำสันหนึ่งเล็กเรียว

กลมกลึง ที่คลอเคลียกันฉันท์คู่รักหวานชื่น ประกายน้ำตาวาบจนเธอต้องแอบปาดทิ้ง


page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81