|
เสียงเพลงดังไปทั้งบ้าน หนุ่มสาวหลายคนออกันอยู่ตรงนั้นตรงนี้พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างสนุกสนาน
อารยะในท่ามกลางเพื่อนๆ ส่งเสียงดังไม่ได้ขาด ขณะที่อริยาและอาคันตุกะของเธอนั่งคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่ง
อริยาโทรศัพท์ไปหาชลิตก่อนหน้าสมรักจะมานิดเดียว บอกเขาว่าพี่ชายจะพาเพื่อนๆ มาบ้าน เธออยากให้ชลิตมาด้วย
เขารับคำอย่างยินดี เมื่อมีโอกาสที่จะมาที่บ้านหลังนี้เขาหรือจะไม่รีบฉกฉวย
พอวางโทรศัพท์จากอริยา สมรักก็มากดกริ่งประตู เรือนร่างในชุดลำลองสวยบาดใจ เธอตรงเข้ากอดและจูบเขา
อย่างถือสิทธิ์สนิทสนม
"พอตื่นนอน รักก็แต่งตัวขับรถตรงมาที่นี่เลย เธอบอกเขา
อีกฝ่ายพูดยิ้มๆ ว่า "ถ้าช้าอีกนิดเดียวก็ไม่เจอแล้วละฮะ"
"หรือคะ คุณลิตจะไปไหน"
"มีนัด"
"อีกละ" เธอทำสีหน้ามีแง่งอน "คุณลิตไม่อยากอยู่กับรักหรือคะ"
อีกฝ่ายยิ้มเฉย ลำแขนที่โอบตอบอยู่นั้นก็เป็นไปอย่างแกนๆ เพื่อถนอมน้ำใจมากกว่าอย่างอื่น สมรักรู้สึกขัดใจ
ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเขาไม่ได้มีหัวใจให้เธอ จริงละ เขาร่วมรักกับเธอแต่มันแค่เป็นไปตามครรลองของธรรมชาติมากกว่า
ความผูกพันของหัวใจ ชลิตไม่เคยแสดงอาการรักหลงออกมา และที่เขาถลำลงมาในบ่วงแห่งเสน่หานี้
ก็เพราะเธอนั่นเองที่เป็นฝ่ายนำเสนอหยิบยื่นให้ในเวลาที่เขาสิ้นหวังเป็นทุกข์
เธอฉลาดพอที่จะไม่แสดงความขัดเคืองใจ เธอไม่เหมือนเพ็ญระพีที่เป็นคนตรงไปตรงมา คิดอะไร รู้สึกอย่างไร
ก็แสดงออกมาอย่างนั้น เพราะอย่างนั้นเพ็ญระพีจึงต้องล่าถอยจากไปอย่างคนพ่ายแพ้
ขณะที่เธอได้กระหยิ่มยิ้มย่องในชัยชนะของตน
แต่กลับเหมือนเธอจะได้เขามาแต่ร่างกายเท่านั้น เธอยังไม่ได้หัวใจของเขา
ก็แล้วเขารักใครกันเล่า เธอมองไม่เห็นใครอื่นเลย
หญิงสาวกรีดนิ้วไปตามกล้ามอกหนาแน่น "ถ้าอย่างนั้นรักไปด้วยนะคะ"
ชายหนุ่มลังเล "เอ ไม่รู้ซิ"
"จะไปไหนกันหรือคะ"
"บ้านคุณเอม
..เอ้อ คืออะโทรมาชวน เห็นว่าพี่ชายชวนเพื่อนๆ มาเจอกัน"
"งั้นก็ดีสิคะ น่าสนุก
เธอหัวเราะ เพื่อนพี่อากินเหล้ากันเก่งๆ ทั้งนั้น วันนี้มีหวังได้เมาแต่วัน"
เมื่อมาถึง เขาพบเพ็ญระพีมาร่วมอยู่ด้วย แต่เขาต้องผิดหวังเมื่ออริยาบอกว่าเอมอมรออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า
"พี่เอมหนีไปท่องหนังสือที่คณะเรียนค่ะ บอกว่าถ้าอยู่คงดูหนังสือไม่รู้เรื่อง"
ใจเขาบินตามเธอไปในทันที อยากจะขึ้นรถขับตามไป แต่เขาจะทำได้อย่างไร ทั้งเพ็ญระพีและสมรักก็อยู่ที่นี่
ยิ่งกว่าอื่นใด เอมอมรเป็นฝ่ายตัดรอนเขา หลังจากที่เพียรตามง้องอนแล้วไร้ผล เขาก็เกิดทิฐิ รู้สึกอายทั้งเธอ
และอายตัวเอง ผู้ชายอย่างเขาไม่เคยต้องง้องอนผู้หญิงถึงเพียงนี้มาก่อนเลย
อริยาแนะนำให้ชายหนุ่มรู้จักกับเพื่อนๆ ของพี่ชาย สมรักกับเพ็ญระพีรู้จักกับคนเหล่านี้อยู่บ้างแล้ว ในไม่ช้า
ชายหนุ่มก็เข้ากับเพื่อนใหม่ได้อย่างกลมเกลียว
เขาได้ยินพิพัฒน์ถามถึงเอมอมร
"พี่เอมเขาหนีพี่พัฒน์น่ะซิ" อริยาแกล้งว่า
ชายหนุ่มยิ้มแหย ถามเจือหัวเราะ "เขาจะหนีพี่ทำไม"
เธอแกล้งยิ้มยั่ว "พี่พัฒน์ก็น่าจะรู้นี่นา"
ครั้นชายหนุ่มเดินจากไปแล้ว อริยาจึงกระซิบบอกชลิตว่า "พี่พัฒน์ชอบพี่เอมค่ะ พอพี่สิทไปเมืองนอกพี่พัฒน์ก็ยิ่งตื๊อหนักแต่ว่าพี่เอมไม่ยอมเล่นด้วย"
ชายหนุ่มนึกไม่ชอบหน้าชายผู้นั้นขึ้นมาทันที
คุณอรอนงค์เอาใจใส่ดูแลเรื่องอาหารการกิน เธอเป็นขวัญใจเพื่อนของลูกๆ เอาอกเอาใจราวกับพวกเขา
เป็นแขกของเธอเอง เธอตื่นเต้นไปด้วยเมื่อได้ยินพวกเด็กๆ นัดกันจะไปเที่ยวที่ชะอำ
"แล้วจะไปกันยังไงล่ะคะ" เธอถาม "ขับรถตามกันไปน่ะแม่ ไปเช้าวันเสาร์ กลับเย็นวันอาทิตย์"อาริยะตอบแทน
"บ้านพักมีห้องนอนแค่สองห้อง แต่ไม่เป็นไร พวกผู้ชายนอนกันในห้องรับแขกก็ได้"
"น่าสนุกนะ"
"ไปด้วยกันไหมแม่" เขาถาม เพื่อนๆ ของเขาช่วยกันชักชวน อริยาขัดว่า
"ไม่เอาหรอก อย่าไปเลยแม่ ประเดี๋ยวก็ต้องเป็นเจ้ามือตลอดรายการอีก"
"นังขี้ตืด" อารยะผลักศีรษะน้องสาว "ทำเป็นงกไปได้"
"ถึงจะเป็นเจ้ามือก็จะเป็นไรไป" คุณอรอนงค์พูดอย่างใจดี
ในระยะนี้ อริยาเห็นว่ามารดามีเงินใช้ไม่ได้ขาดมือ เธอเคยถามว่าแม่ได้เงินมาจากไหน อีกฝ่ายตอบอย่างอารมณ์ดีว่า
"แม่ก็มีปัญญาหาของแม่น่ะซิ" คุณอรอนงค์ทำท่าคิดคะเน
"แต่แม่คงจะไปไม่ได้หรอก อะไปกับพี่เขาซิลูก ชวนพี่เอมพี่เพ็ญกับพวกคุณลิตไปด้วย"
คนอื่นๆ เห็นดีด้วย หันมาชวนสมรัก
"ถ้าคุณลิต รักก็ไปด้วย" สมรักพูด
เพ็ญระพีที่ทำท่าทีปั้นปึ่งใส่คู่รักคู่ใหม่ อดค้อนไม่ได้ เธอแทบไม่ยอมเข้าใกล้สมรักเลยสองเพื่อนคู่หูกลายเป็นศัตรูกัน
ไปโดยปริยาย
คนที่เข้าใจว่าเธอยังเป็นคู่หูกับสมรักรีบพูดว่า "งั้นเพ็ญก็ไปด้วยนะ"
"เพ็ญจะไม่ไป เพ็ญระพีประกาศ
"ก็ชวนคมกริชเขาไปด้วยซี" สมรักยิ้มยั่ว "ไม่จำเป็นหรอก" อีกฝ่ายตอบโกรธๆ รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเย้ยหยัน สมรักไหวไหล่ยิ้มๆ
แกล้งเอนเข้าไปชิดชลิต เพ็ญระพีจึงสะบัดหน้าลุกหนีจากไป
"โมโห..." สมรักทอดเสียงเย้ยหยันเจือหัวเราะอยู่ข้างหลัง
พอบ่ายจัด เสียงสรวลเสเฮฮาที่ดังมาตั้งแต่เที่ยงก็ค่อยๆ ซาลง บางคนลากลับไปก่อน ที่เหลืออยู่ก็พากันนอนบ้าง
ล้อมวงเล่นไพ่บ้าง สมรักแอบอิงอย่างสบายอยู่ข้างชลิต เพ็ญระพีนั่งอยู่ตรงหน้าทำเหมือนขะมักเขม้นสนใจไพ่ในมือ
สมรักกรีดมือปิดปากหาว "ง่วงจัง เดี๋ยวไปกันดีกว่าค่ะคุณลิต"
เพ็ญระพีทำตาคว่ำมองเพื่อนสาว "ง่วงก็กลับบ้านไปนอนซิ"
"ก็ชวนคุณลิตอยู่นี่ไง" อีกฝ่ายแกล้งทำน้ำเสียงมีนัย
คนอื่น ๆ พากันหัวเราะ "น่าเกลียด" เพ็ญระพีกระแทกเสียงพึมพำ คนใกล้เธอเท่านั้นที่ได้ยิน จับความขุ่นเคืองในน้ำเสียงได้
จนต้องหันมามอง
"อย่าซีเรียสนักซี้ เพ็ญก็...เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นยังงี้เลย" สมรักเย้า
เพ็ญระพีเลยนิ่งโกรธๆ
สมรักขยับตัวอย่างเบื่อๆ "ไปไหนต่อกันดีคะ คุณลิต"
"คุณรักอยากไปไหน" เขาถามเรื่อยๆ รู้สึกเบื่อหน่ายหมดหวังเสียยิ่งกว่า
"ไม่รู้ซิคะ ไปเดินดูของกันก็ได้ รักอยากได้เสื้อใหม่สักสองสามตัว"
มีเสียงแว่วๆ ดังว่า "เอมมา" แล้วพิพัฒน์ก็ลุกเดินออกประตูไป
ชลิตหันขวับยืดตัวมองผ่านหน้าต่างบานยาว เห็นร่างบางเดินมาในระหว่างแถวรถยนต์ที่จอดเรียงกันอยู่
ที่ถนนคอนกรีตขอบสนาม
เธอกอดหนังสือไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าเป็นสีเข้มขึ้นเพราะความร้อน ผมยาวที่ถูกรวบไว้ที่ข้างหลังดูไม่เป็นระเบียบนัก
เธอคงจะนั่งรถเมล์และเดินเข้าซอยมาอย่างที่เคยทำ เธอแต่งตัวเรียบๆง่ายๆ ตามเคย แต่ประทับใจเขานัก
เขาเห็นเธอยิ้มให้พิพัฒน์ หนุ่มสำอางร่างสูงที่ลงไปรับ หยุดพูดคุยกันชั่วครู่ แล้วฝ่ายชายก็วางมือบนไหล่บางๆ
โอบพาให้เดินมาที่ตัวตึกอย่างสนิทสนิม
ชลิตรู้สึกวูบวาบด้วยความขัดเคือง
|