|
ในบางครั้งที่นิยมมารับ คุณอรอนงค์ยังแต่งตัวไม่เสร็จก็ขอให้ลูกสาวรับแขกแทนไปพลาง บางครั้งเอมอมรอยู่คนเดียว
แม้จะอึดอัดใจแต่ก็จำเป็นต้องทำตาม
สายตาท่าทางของผู้ชายวัยพ่อคนนี้ทำให้เธออึดอัด แม้รู้ดีแก่ใจว่าขาเป็นคนเช่นนี้เอง ในกิริยาอาการของผู้ใหญ่ใจดี
ชักชวนพูดคุย เขามักจะยิ้มมองจับจ้อง ประกายตาวาววามจนเธอหายใจไม่สะดวก
พอเสร็จคุณอรอนงค์ก็ตามลงมา
"สองคนนี่กำลังคุยอะไรกันอยู่ไม่ทราบคะ" คุณอรอนงค์ยิ้มอ่อนหวานและเขาก็ยิ้มตอบ
หญิงสาวอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ว่าคนทั้งสองดูจะอ่อนหวานต่อกันเสียเหลือเกิน เธอกลัวว่า
เขาจะเสแสร้งแกล้งทำให้มารดาของเธอเข้าใจไขว้เขว
"กำลังเกลี้ยกล่อมให้เอมไปเดินแฟชั่น งานคุณหญิงราตรีอยู่ครับ"
"อ๋อ..." คุณอรอนงค์ลากเสียง "ไม่สำเร็จใช่ไหมล่ะคะ"
"เอมไม่ยอมท่าเดียว เขาพูดเจือหัวเราะ
"เขาไม่ชอบงานสังคม ชอบแต่จะเก็บตัวเงียบๆ แม้แต่เพื่อนที่มหาวิทยาลัยก็ยังสนิทสนมกันอยู่ไม่กี่คน"
"น่าจะฝึกไว้นะครับ อีกหน่อยจะได้เป็นคนเก่งคล่อง"
"ท่าจะฝึกยาก" คุณอรอนงค์หัวเราะ
"ก็ใจมันไม่รักนี่คะ" เอมอมรพูดอ่อยๆ
"น่าเสียดาย... เอมไม่น่าขี้อายขนาดน"้ เขาส่ายหน้า
"อีกหน่อยพอแต่งงานแต่งการก็คงหายขี้อายเองค่ะ" "กว่าจะถึงตอนนั้น โอกาสดีๆ ก็ผ่านไปหมด. แต่ก็นั้นแหละ
.."
เขามองเธออย่างหยอกเย้าประกายตาวาววาบ "เอมคงจะเป็นภรรยาที่ดี"
ของสิทธานะรึ... เธอเองก็หวังเช่นนั้น
เอมอมรออกมาส่งแล้วเดินลงมาที่สนามเมื่อรถคันใหญ่ของนิยมกำลังเคลื่อนช้าๆ จะออกจากประตูรั้วที่เปิดกว้าง
รถยนต์คันใหม่หรูสีฟ้าแล่นสวนเข้ามา ชลิตยังทันได้ทำความเคารพผู้ใหญ่ทั้งสองในช่วงนั้น
หญิงสาวรู้สึกหัวใจกระตุกวาบ ทำอะไรไม่ถูก ชายหนุ่มนำรถเข้าไปจอดแทนที่ เมื่อเห็นว่าไม่ควรจะหลบเธอ
ก็กลับแอบยินดีตัดสินใจที่จะพบเขา
ร่างสูงลงจากรถ เดินตรงมาหา "สวัสดีครับ" น้ำเสียงทักราบเรียบ เคร่งขรึมจนเธอแปลกใจ สีหน้าชายหนุ่มเคร่งขรึม
"สวัสดีค่ะ..."
"ผมมาหาอริยา" น้ำเสียงเขาห่างเหิน
สีหน้าหญิงสาวเจื่อนจางลง "อะอยู่ข้างในค่ะ"
"ขอบคุณครับ" เขาตอบรับเป็นงานเป็นการ
ร่างสูงผละจากไป เอมอมรมองตามด้วยความมึนงง หลายวันที่เธอต้องทุกข์ทรมานเพราะนอกจากการตัดสินใจ
ที่จะตัดจากกันแล้ว ในระยะหลังๆ นี้เธอยังได้ยินเพ็ญระพีมาพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างชายหนุ่มกับสมรัก ความห่างเหินเฉยชาที่เขาแสดงออกมาในครั้งนี้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวด
เธอไถลอยู่ที่สนาม ดูต้นไม้ดอกไม้ที่ปลูกประดับไว้อย่างไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านั้นนานจนอริยาต้องออกมาตาม
"พี่เอม พี่เอมคะ..." เธอหันไปเห็นน้องสาวโบกมือเรียก ร่างสูงหนายืนอยู่ข้างๆ ท้าวเอวมอง
"พี่เอมมานี่เถอะ"
เธอเดินเข้าไปหา รู้สึกว่าใจเต้นไม่เป็นจังหวะไม่กล้ามองตอบดวงตาคมขรึมที่จับมอง
"ทำอะไรอยู่คะพี่เอม พี่ลิตอุตส่าห์มา ขึ้นมาคุยกันดีกว่า"
คนอุตส่าห์มา มองเธออย่างตัดพ้อต่อว่าแต่ก็รักษาท่าทีไม่คลาย "พี่จะดูหนังสือสอบ" เธอทำเสียงเรียบขณะที่ระมัดระวังสีหน้าท่าทีให้เป็นปรกติที่สุด
"คุยด้วยไม่ได้หรอกนะ"
"แหม...พี่เอมก็ หยุดสักประเดี๋ยวไม่ได้หรือ"
"อย่าดีกว่า ถ้าอยากได้เพื่อนคุย อะโทรไปชวนเพ็ญมาก็แล้วกัน"
ร่างบางที่สมส่วนเดินส่วนผ่านเข้าไปข้างใน ตำรับตำรายังวางอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ทว่าเธอกลับเดินเลยขึ้นไป
ชั้นบนด้วยใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ชลิตที่ทิฐิจนวางท่ากับเธอต้องมองตามอย่างใจเสีย อริยาบ่นว่า
"พี่เอมเป็นอะไรไปนะ พี่ลิตอุตส่าห์มากลับทำไม่รู้ไม่ชี้เสียอย่างนั้นแหละ"
"ก็เขาไม่อยากให้พี่มานี่" เขาพูดขรึม ๆ
"แต่ก่อนก็เห็นคุยกันดีออก"
เด็กสาวนึกถึงเมื่อครั้งที่ชลิตมาคลุกคลีอยู่ด้วย ตอนนั้นแม้ว่าเอมอมรจะสำรวมระมัดระวังท่าที
แต่ก็ดูแจ่มใสมีความสุข ทั้งสองสนิทสนมกันค่อนข้างมากจนเด็กสาวเคยรู้สึกแปลกใจมาแล้ว
"เอ...หรือว่าพี่ลิตทำอะไรให้พี่เอมโกรธ"
"พี่ไม่ได้ทำอะไรเลย"
"แน่ใจหรือคะ"
"ถ้าไม่เชื่ออะก็ถามเอมดูซี"
อริยาพาชายหนุ่มเดินกลับเข้าข้างใน ร่างสูงลงนั่งหงอยๆ เด็กสาวเลยเอาใจโดยถามว่า
"อะโทร ไปตามพี่เพ็ญมาคุยด้วยดีไหมคะ พี่ลิต"
"ไม่ต้องหรอกครับ"
ชายหนุ่มรู้ว่าเพ็ญระพีโกรธเขาเรื่องสมรักแล้วกำลังจะกลับไปคืนดีกับคมกริช เขาไม่ต้องการทำให้เธอไขว้เขวอีก
"เพ็ญคงกำลังดูหนังสือจะสอบเหมือนกัน"
ทว่าเพ็ญระพีก็มาเองโดยไม่ต้องมีใครโทรศัพท์ตามตัว หญิงสาวแวะเวียนมาหาเป็นประจำอยู่แล้วในระยะนี้
ซึ่งหล่อนเพิ่งจะแยกตัวห่างจากสมรัก เธอว่างและไม่ชอบอยู่คนเดียวที่บ้าน
เพ็ญระพีเห็นรถของเขาก่อน ใจเต้นแรงเพราะคิดว่าได้ตัดการติดต่อไปแล้ว แต่เมื่อพบชายหนุ่มในห้องข้างใน
เธอก็ทักทายด้วยสีหน้าไว้ตัวห่างเหินสงวนทีท่า
"สวัสดีค่ะ คุณชลิต ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะพบกันที่นี่"
"อะชวนผมมาฮะ" เขายิ้มฝืดฝืน
เธอยิ้มมีนัยสงสัย "มาเพราะอะชวนหรือว่ามีเหตุอื่นด้วยคะ"
ยิ้มของเขาช่างไม่แจ่มใสแพรวพรายเหมือนเดิม
"รักไม่ได้มาด้วยหรือคะ"
"ทำไมคุณรักจะต้องมาด้วย" "อ้าว...ไม่ทราบหรือคะ..." น้ำเสียงของเธอประชดประชัน
"เห็นรักเขาคุยนักหนาว่ามีนัดกับคุณชลิตทุกวัน" "หรือฮะ" เขาถามยิ้มๆ แล้วก็เงียบไป ช่างไม่เหมือนชลิตคนก่อนที่เคยตอบโต้ยั่วเย้ากับสาวๆ
อย่างไม่รู้จักอับจน
เพ็ญระพีหันมาถามอริยา "เอมไปไหนล่ะอะ"
"ดูหนังสืออยู่ข้างบน พี่เอมบอกว่ากำลังจะสอบ"
"อ้าว...เหรอ"
ญาติสาวร้องอย่างแปลกใจ เอมอมรดูหนังสือข้างบน ทิ้งให้ชลิตคุยกับอริยา เธอเคยระแวงว่าชลิตมาชอบเอมอมร
ทว่าเท่าที่เห็น คนทั้งสองกลับไม่มีท่าทีต่อกัน
หรือว่าชลิตจะติดใจอริยา เพ็ญระพีไม่อยากจะเชื่อ
"ทีเวลาพี่คมมา ถึงจะสอบอย่างไรเขาก็ลงมาอยู่ด้วยได้ทำไมยังงั้นล่ะ" เธอแกล้งยั่ว
อีกฝ่ายหนึ่งยิ้มเฉย ทั้งที่รู้สึกแปลบปลาบในใจ
หลังจากครู่หนึ่งเพ็ญระพีก็ค่อยมีอารมณ์ดีขึ้น แม้จะยังน้อยใจ และอับอายที่เขาไม่ได้เห็นเธออยู่ในสายตา
ทั้งๆ ที่เธอเข้าใจมาแต่แรกว่า เขามาชอบเธอแท้ๆ เมื่อเอมอมรลงมาจากชั้นบนจึงได้ยินเสียงคนทั้งสาม
พูดคุยหัวเราะกันอย่างแจ่มใส
หญิงสาวยิ้มให้อย่างฝืดฝืน ทักว่า "คุยกันสนุกจังนะ"
ชายหนุ่มมองใบหน้าเซียวๆ ที่นั่งลงรวมกลุ่มด้วยอย่างตัดพ้อ
"กำลังดูหนังสืออยู่หรือ เอม ขยันจัง" เพ็ญระพีถาม
"อืม กำลังจะสอบ เพ็ญล่ะจะสอบเมื่อไหร่"
"ก็ใกล้ๆ กับตัวนั่นแหละ แต่เรายังขี้เกียจอยู่เลย"
"ตัวเก่งกว่าเรา ไม่ต้องใช้ความพยายามเท่าไหร่ก็สอบได้เกรดดี ๆ"
เพ็ญระพียิ้ม โอ่ๆ "อาศัยหัวดีเสียอย่าง" "รู้สึกว่าคุณเอมจะขยันมากนะครับ" ชลิตพูดกับหญิงสาวด้วยท่าทีระมัดระวังกว่าเคย
"คุณเพ็ญกับคุณรักน่ะ ขยันแต่หนีเที่ยว" "เป็นธรรมดาค่ะ เพ็ญเป็นคนไม่มีพันธะก็ได้แต่เที่ยวไปตามประสา เอมเขาทำอย่างนั้นได้ที่ไหน
ก็เขาเป็นเด็กดีของพี่สิทธานี่คะ"
อีกสองคนต่างก็เงียบงันไป ก็เพราะคนชื่อ สิทธาไม่ใช่หรือ ที่ขวางอยู่ตรงกลางระหว่างเธอกับเขา
เอมอมรพูดว่า "เอมหัวไม่ดี ขืนหนีเที่ยวก็แย่ซีคะ ขนาดขยันอย่างนี้ ยังทำข้อสอบได้ไม่ค่อยดีเลย" "ไม่ใช่หัวไม่ดี แต่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวต่างหาก ลอยไปอเมริกาอยู่เรื่อยใช่ไหม
" พออีกฝ่ายได้แต่ยิ้มฝืนๆ เพ็ญระพีก็หันไปบอกชายหนุ่มว่า "
ตั้งแต่พี่สิทไป เอมเรียนแย่ลงทั้งที่ขยันมากขึ้นกว่าเดิมอีกค่ะ"
"หรือฮะ" น้ำเสียงถามปร่าแปร่ง
อริยาพูดว่า "เมื่อตอนพี่สิทอยู่ พี่สิทช่วยเราสองคนดูหนังสือเสมอค่ะ"
"ตอนนี้ไม่มีใครช่วยหรือฮะ ผมช่วยเอาไหม"
"จะช่วยจริงๆ หรือคะ" น้ำเสียงเด็กสาวกระตือรือร้น
เสียงเรียบๆ ขัดว่า "อย่าลำบากดีกว่าค่ะ"
ทั้งหมดรับประทานอาหารด้วยกัน เพ็ญระพีดูจะมีเรื่องพูดคุยหัวเราะมากมายเช่นเดียวกับอริยา
ผิดกับเอมอมรซึ่งมักจะเป็นฝ่ายฟังทั้งบางครั้งก็ฟังไม่รู้เรื่อง เธอไม่เข้าใจในท่าทีของชลิต เขาพูดคุยกับเธอ
อย่างห่างเหินขณะเดียวกันก็เอาอกเอาใจหญิงสาวทั้งสอง
หรือเขาต้องการจะบอกให้รู้ว่า เขาก็ตัดเธอได้อย่างที่เธอต้องการ
หลังจากอิ่มอาหาร เธอก็กลับขึ้นห้องโดยไม่บอกกล่าว ไม่ดึกนักที่อริยาขึ้นมารายงานว่า
"พี่เพ็ญให้พี่ลิตไปส่ง"
"เหรอ" "พี่เพ็ญเขาจะเอายังไงกันแน่ กลับมาหวานกับพี่คมไม่กี่วัน มาวันนี้ชมดชม้อยกับพี่ลิตอีกแล้ว
อะเห็นแล้วกลุ้มใจจังเลย
"จะต้องกลุ้มทำไม ไม่สนใจเสียก็หมดเรื่อง"
พี่สาวซึมๆ สีหน้าหม่นมัว
|