|
หลายครั้งแล้วที่ชายหนุ่มมาจอดรถรอคอยแต่ไม่ได้พบหญิงสาว เขารู้ว่าเธอจงใจที่จะหลบ และ
หากมีบางครั้งที่พบเห็น เธอก็เพียงแต่หันมามองแล้วเดินหลบลี้หนีหาย ไม่เช่นนั้นก็ขึ้นรถไปกับเพื่อนๆ
ชายหนุ่มได้แต่นั่งนิ่งรอคอยหัวใจหนักอึ้งแล้วก็ต้องผิดหวัง เขารู้สึกโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่หันมาระบายอารมณ์
กับการเหยียบคันเร่งพารถกระชากวิ่งปรูดปราดไปตามท้องถนน
หญิงสาวเองก็ทรมานใจไม่น้อยไปกว่ากัน พอเห็นร่างสูงๆ สีหน้าขรึมๆ ของคนที่มีอิทธิพลครอบงำหัวใจ
ก็ใจวูบไหวยวบๆ อยากจะวิ่งเข้าไปหาแต่ก็ต้องบังคับตัวเองไม่ให้ทำอย่างที่ใจปรารถนา เธอมีคู่หมั้นที่รักผูกพัน
ประดุจพี่น้องแล้วยังมีพันธนาการของเกียรติยศผูกมัดอย่างหนาแน่น แล้วเขาล่ะ...
ในสายตาของเธอ เขาเป็นเพียงหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่แวดล้อมไปด้วยสาวๆ เป็นผู้ชายเจ้าสำราญซึ่งไม่มีจุดมุ่งหมายที่จริงจัง
กับชีวิตและไม่สนใจจะรู้แม้แต่ความต้องการแท้จริงของหัวใจตัวเอง
เขามีชีวิตอยู่กับการแสวงหาความสุขสำราญบานใจไปวันๆ เขาเข้าถึงตัวเธออย่างง่ายๆ เช่นเดียวกับที่สนิทสนม
กับสาวๆ ทั้งหลายอย่างไม่มีขีดกั้น ความรักและความหลงของเธอคงเทียบกันไม่ได้กับความรู้สึกที่ฉาบฉวย
ของคนที่ต้องการอะไรก็เคยได้ทุกอย่าง
หญิงสาวคิดว่าชายหนุ่มก็คงมีความรู้สึกต่อสมรักไม่น้อยไปกว่าที่แสดงออกมากับเธอ
ดวงตาคู่สวยวาบน้ำตา ลำคอตีบตันจนต้องหลบตาเพื่อนๆ และเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถาม เธอไม่มีแก่ใจจะพูดจากับใคร
รู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลายเมื่อต้องบอกตัวเองว่า ชีวิตของเธอจะไม่มีคนชื่อ ชลิต
"นี่นายหันมากินเหล้าแทนน้ำตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ"
วิชาถามเพื่อนชายอย่างสมเพช ใบหน้าแดงก่ำของชลิตสะท้อนความหม่นหมอง แม้เขาจะพยายาม
ทำน้ำเสียงสนุกสนานก็ตาม
"ทำไมวะ กูกินเหล้ามั่งไม่ได้หรือยังไง"
"ด้าย..." วิชาลากเสียง "แต่ว่ามึงต้องกินเหล้าจริงๆ นะ อย่าให้เหล้ากินมึง"
ชลิตหัวเราะ กังวานสะท้อนความรู้สึกหมดหวัง และสมเพชตนเอง วิชาสายหน้า ชายหนุ่มโทรศัพท์ไปเรียกเขา
เมื่อเขามาถึงก็เห็นเพื่อนนั่งดื่มเหล้าอยู่ก่อนแล้ว
เจ้าของห้องยังสวมกางเกงซึ่งใส่กลับมาจากทำงาน ทว่าเสื้อแขนยาวสีขาวถูกถอดโยนพาดไว้บนพนักเก้าอี้
มันร่นลงจนเกือบจะลงไปกองกับพื้นโดยเจ้าของไม่ได้สนใจ ร่างใหญ่สวมเสื้อคลุมหลวมๆ ที่ เปิดอ้าจากคอลงไป
ถึงสะเอว เห็นแผ่นอกหนาที่ประปรายอยู่ด้วยไรขนอ่อนบางๆ เรื่อแดงเหมือนอย่างใบหน้าและดวงตาของเจ้าของ
"เมื่อก่อนมึงชอบกินเบียร์ไม่ใช่หรือวะ หมู่นี้ไหงเปลี่ยนมากินเหล้า"
อีกฝ่ายชูแก้วขึ้น "กูว่ากินเหล้าเมาเร็วดีกว่ากินเบียร์ว่ะ" "แล้วมึงอยากจะเมาให้มันได้อะไรขึ้นมา เขามองเพื่อนอย่างพิจารณา ชะโงกหน้าเข้าไปถามว่า
"เฮ้ยถามจริงๆ เถอะ ใครหักอกมึงวะ"
ชลิตอึ้งไปเป็นครู่ก่อนจะหัวเราะเสียงต่ำๆ "ใครจะมาหักอกกูได้
.."
"ก็นั่นน่ะซิ กูก็ยังสงสัยอยู่.
.หนุ่มรูปหล่อพ่อรวยอย่างมึง มีแต่จะหักอกสาวๆ น่ะซิไม่ว่า" อีกฝ่าย ยกแก้วขึ้นมอง ประกายตาวาววาบแข็งกร้าว เม้มริมฝีปากเหมือนถูกสะกิดเตือน
น้ำเสียงเคืองแค้น "กูไม่เคยง้อใคร" "กูว่าแล้วเชียว มึงกำลังมีปัญหาหัวใจจริงๆ แต่ว่ายอมรับเถอะ ว่า มึงไม่ได้เสียอกเสียใจอะไรหรอก
แต่มึงขัดใจมากกว่า คนอย่างมึงเคยอยากได้อะไรแล้วก็ต้องได้ พอไม่ได้ดังใจเข้าหน่อย
ก็เลยถึงกับจะตายเอา
"เออ...มึงด่ากูเถอะ" "เฮ้ย...กูไม่ได้ด่ามึง กูปลอบมึงต่างหากล่ะ วิชาตบไหล่เพื่อนหนักๆ
"ผู้หญิงเพียงคนเดียวไม่ทำให้มึงเป็นยังไงไปได้หรอกวะ" "อืม มึงพูดถูก..." ชายหนุ่มคล้อยตาม พูดพร่ำเหมือนปลอบใจตนเอง
"ไม่มีใครทำให้กูเป็นยังไงไปได้หรอก ก็เพียงแค่ผู้หญิงเพียงคนเดียวเท่านั้นเอง "ว่าแต่ ผู้หญิงคนไหนวะ ที่ปฏิเสธนายชลิต ทำให้นายชลิตเป็นไปได้ถึงอย่างนี้
เจ้าหล่อนหูหนวกตาบอด หรือว่าเสียสติกันแน่"
เสียงเขาต่ำพร่าเมื่อตอบคำถาม หล่อนปกติดี เพียงแต่ว่ามีเจ้าของแล้ว"
"ไอ้ห่ะ...แล้วไหงมึงอุตริไปรักคนที่เขามีเจ้าของแล้ว ล่ะโว้ย..."
"ก็ใจมันรักนี่หว่า..."
"งั้นเลิกรักได้แล้ว หาเรื่องแล้วมึง รักใครไม่รักดันไปรักคนที่เขามีเจ้าของ"
"กูไม่เลิก..." เขาเถียงอย่างดึงดัน ก่อนจะกรอกเหล้าเข้าปาก นัยน์ตาดื้อดึงมีประกายรวดร้าว
วิชาได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา "มึงก็แค่อยากจะเอาชนะเท่านั้นแหละ ใช่ไหม แล้วมึงจะได้อะไรขึ้นมา มันคุ้มกันยังงั้นหรือ
สำหรับความเดือดร้อนที่จะตามมา"
เขาไม่ยอมรับว่าที่เขาทำทั้งหมดเพียงเพื่อที่จะเอาชนะ มันอาจจะมีส่วนอยู่บ้างในตอนแรก แต่ไม่ใช่ในภายหลัง
เขารักเธอต่างหาก
ทิฐิ ทำให้ชายหนุ่มไม่อาจดึงดันต่อไป และหากเขาดึงดัน ใครเล่าจะเป็นฝ่ายเดือดร้อน ไม่ใช่เขา
แต่ว่าเป็นเธอ และผลที่ตามมาคงหนีไม่พ้นความขุ่นเคืองชิงชังในเมื่อเธอไม่ยินยอมพร้อมใจ
เธอเลือกคนที่เป็นคู่หมั้น...! เขาขบกรามอย่างโกรธ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สองชายหันหาพร้อมกัน วิชาซึ่งมีความคล่องตัวมากกว่าเป็นคว้าโทรศัพท์มาพูด
"เฮ้ย ผู้หญิงโทรมาหามึง"
ประกายตาของชายหนุ่มวาบขึ้น รับโทรศัพท์ไปพูดอย่างมีความหวัง
"ฮัลโหล..." พอรับสาย วิชาก็เห็นสีหน้าเพื่อนชายสลดอย่างผิดหวัง เสียงพูดต่ออ่อนขรึม
"ครับ...คุณรัก...ผมอยู่กับเพื่อนฮะ กำลังกินเหล้ากัน... ได้ฮะ มาเถอะ...
ผมไม่ได้ออกไปไหนหรอกฮะ...ฮะ
ผมจะรออยู่ที่นี่"
เขาวางโทรศัพท์อย่างเงื่องหงอย
"สาวจะมาหาหรือวะ" วิชาถามกึ่งเย้า
"เออ
!"
"แล้วทำไมมึงทำท่าเซ็งอย่างนั้นโว้ย เฮ้ย คึกคักหน่อยซี เป็นไงสาวคนนี้ สวยไหม"
"สวย" เสียงตอบไม่สนใจ หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาถือไว้
"อะฮ้า งั้นก็ดีน่ะซิ "
วิชาตบไหล่เพื่อนอย่างชักชวนจะให้สนุก อีกฝ่ายหนึ่งกลับทำทีคล้ายไม่รู้สึกรู้สมอันใด
หญิงสาวที่มาหาเพื่อนของเขา เป็นสาวสวยสะดุดตา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หล่อนแต่งกายทันสมัย แต่งหน้าเข้ม
และไว้ผมทรงพะรุงพะรังซึ่งน้อยคนนักจะกล้าทำด้วยทีท่าเชื่อมั่นในตนเองเช่นนั้น และหล่อนก็มาคนเดียวเสียด้วย
ชลิตแนะนำ และหล่อนก็ทักทาย พูดคุยด้วยอย่างปราดเปรียว ดูหล่อนเปรี้ยวและเปิดเผย แต่ก็อ่อนหวานชดช้อยอยู่ในที
"มีอย่างนี้แล้วยังจะนั่งอกหักอยู่ได้" วิชานึกด่าเพื่อนของตัว
"รักใครไม่รัก ดันไปรักคนมีเจ้าของ เฮ้อ...นายชลิตนี้ทำไมมันโง่เง่าเต่าตุ่นอย่างนี้วะ"
วิชารีบกล่าวลา หวังจะเปิดโอกาสให้เพื่อนได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง บางทีเจ้าหล่อนผู้นี้จะช่วยเพื่อนของเขา
ให้เป็นปกติได้ในเร็ววัน เขาหวังไว้ว่าจะเป็นเช่นนั้น
|