แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 20
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)

ไม่ว่าจะได้รับโทรศัพท์กี่ครั้ง หญิงสาวก็นิ่งเสีย ลำคอตีบตัน น้ำตาแทบจะหยาดหยดเมื่อได้ยินเสียงออดอ้อนเว้าวอน

"เอมมี่ ผมอยากพูดกับคุณนะ…..ได้โปรดเถอะ อย่าทำอย่างนี้เลย..."

เธอตัดสายทั้งๆ ที่หัวใจโหยหาบีบคั้น ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีก... เธอได้ตัดสินใจแล้ว
หากเธอไม่เข้มแข็งเรื่องก็จะต้องคาราคาซังไปเช่นนี้

ถ้าไม่เลิกกับเขา ก็คงจะมีสักวันหนึ่งหรอกก่อนที่คู่หมั้นของเธอจะกลับมา ที่เธอได้เผลอตัวถลำลึก
ทำสิ่งที่หัวใจเรียกร้องปรารถนา เธอจำเป็นต้องยอมทุกข์ทรมานเสียในบัดนี้ ดีกว่าที่จะให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น

หญิงสาวจ้องมองรูปถ่ายของคู่หมั้น ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาตามร่องแก้ม

"พี่สิทคะ... เอมกำลังพยายามอยู่แล้วนะ เอมทำอย่างนี้ถูกต้องแล้วใช่ไหม...
พี่สิทช่วยเป็นกำลังใจให้เอมด้วยนะคะ... "

"คิดว่าคุณลิตจะไม่มาเสียแล้ว"

สมรักยิ้มทักชายหนุ่มด้วยสีหน้าระรื่น ประกายตาแพรวพราย สีหน้าชายหนุ่มกลับหม่นหมองเคร่งขรึม
ที่นั่นเป็นห้องอาหารในย่านเจริญแห่งหนึ่ง สมรักโทรศัพท์ไปบอกชายหนุ่มว่าเพื่อนๆ
จะมาพบกันอยากให้เขามาร่วมด้วย

"เป็นยังไงไปคะ หน้าตาไม่ค่อยสบาย งานยุ่งมากหรือยังไง"
"เปล่าฮะ"
เขาทักทายทุกคนจนทั่วหน้า ก่อนจะนั่งลงใกล้หล่อน
"ทำไมไม่เห็นคุณเพ็ญ"
สมรักยิ้มอย่างหฤหรรษ์ "เพ็ญเขาไม่มาหรอกค่ะ เขาโกรธกับรักแล้ว"
"เรื่องอะไรหรือฮะ"

ชายหนุ่มพอจะรู้สึกอยู่บ้างว่าเพ็ญระพีโกรธเขาและสมรัก ตั้งแต่คราวไปเที่ยวพัทยาด้วยกัน สมรักทำตัวใกล้ชิด
และเขาก็ไม่ได้หลบหลีกขัดขืน กลับคล้อยตามโอนอ่อนให้คนอื่นๆ เห็น ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย
แม้อีกฝ่ายหนึ่งจะเชิญชวนรอคอยอยู่ก็ตาม

เพ็ญระพีไม่รู้เลยพาลโกรธเขาทั้งสองคน

"ไม่รู้ซีคะ" สมรักโยกไหล่ "อารมณ์เพ็ญไม่เสมอต้นเสมอปลาย เดาใจไม่ถูกหรอกค่ะ"

ชลิตเองก็เซ็ง เซื่องซึมจนไม่อยากจะรับรู้อะไรทั้งหมด

ชายหญิงกลุ่มนั้นทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน สมรักคุยและหัวเราะเสียงดังไม่แพ้ใคร
จะมีก็แต่ชลิตคนเดียวที่ได้แต่ฝืนยิ้ม ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เขาดื่มมากกว่าทานอาหาร
ทำท่าทางเครียดขรึมทุกครั้งที่เผลอ

สมรักแอบสังเกตเห็นแต่ไม่พูด เขาจะมีปัญหาอะไรก็ช่างเขาปะไร เขาอยู่ใกล้หล่อน
และไม่ได้โกรธกับหล่อนเท่านั้นก็พอ

"เดี๋ยวเราไปกันต่อนะคะ"

หล่อนหันมาบอก หลังจากที่อาหารมื้อนั้นผ่านพ้น บางคนแยกย้ายไปที่อื่นและบางคนชวนกันจะไปฟังเพลงต่อ
สมรักส่งกุญแจรถให้เพื่อนชายคนหนึ่ง

"เธอเอารถเราไป เราจะไปกับคุณลิต"

เพื่อนๆ โห่ฮาอย่างรู้เท่าทัน สมรักหัวเราะอย่างไม่ขัดเขิน ดูเหมือนทุกคนจะรับรู้ว่าหล่อนเป็นแฟนกับเขา
หล่อนเองก็ได้ทำให้คนอื่นๆ เข้าใจอย่างนั้น แม้จะตระหนักอยู่ก็ตาม ว่าหล่อนกำลังหลอกคนอื่น
และหลอกตัวเองต่างหาก

ชลิตที่นั่งอยู่ข้างๆ ในห้องฟังเพลงที่มืดสลัวไม่แพรวพรายช่างเล่นเหมือนก่อน ดูเขาเซื่องซึมหม่นหมอง
หล่อนพูดคุยและเขาก็ตอบอย่างสุภาพเงียบขรึมบางครั้งใจลอยไม่อยู่กับตัว เขาดื่มมากกว่าที่หล่อน
เคยเห็นราวกับว่าเขาไม่มีอะไรจะทำดีไปกว่านั้น และเมื่อหล่อนเบียดกายอยู่ในอ้อมแขนเขาในเวลาเต้นรำ
เขาก็โอบกอดไว้ราวกับไม่มีหัวจิตหัวใจ เขาไม่ใช่ชายที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
สนุกสนานเริงร่าที่หล่อนหลงใหลคนก่อน

"ไม่สนุกเลยหรือคะ วันนี้"
หล่อนถามเอาใจขณะที่นั่งมาด้วยกันในรถ ชลิตหันมายิ้มฝืนๆ "สนุกซีครับ"
"แต่ท่าทางคุณลิตบอกว่ากำลังเซ็งจัง ทำให้รักน้อยใจแล้วละ"

ไม่มีคำตอบ หญิงสาวมองใบหน้าด้านข้างของเขา เห็นจมูกโด่งตรง ดวงตาคมลึกที่วาบวับคล้ายกำลังเจ็บปวด
มองตรงออกไปข้างหน้า ใบหน้าสะอ้านคมเข้มขึ้นด้วยฤทธิ์เหล้า กลิ่นของมันยังอบอวลหอมกรุ่น

หยิงสาวเลื่อนกายเข้าไปใกล้ ลูบไล้ท่อนแขนอย่างประจบ

"มีอะไรในใจหรือเปล่า" หล่อนทอดน้ำเสียงออดอ้อน
ชายหนุ่มหันมายิ้ม สีหน้าหม่นมัวอยู่อย่างเดิม "เปล่าฮะ"
"ไม่อยากจะเชื่อ...รู้ไหมคะ ว่ารักเป็นห่วงคุณลิต เห็นคุณลิตไม่สบายอย่างนี้ รักพลอยไม่สบายใจไปด้วย"
"หรือฮะ ขอบคุณคุณรักมาก"
"ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ เป็นเรื่องธรรมดาเวลาที่เรารักใคร เราก็ต้องเป็นห่วงคนนั้น
พอเห็นเขาไม่สบายใจก็พลอยทุกข์ใจไปด้วย..."
ชายหนุ่มหันมามอง "ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น อย่างน้อยก็มีคุณรักคนหนึ่งละที่บอกว่ารักผม"
"โถ คงจะไม่ได้มีรักคนเดียวหรอกค่ะ" หล่อนทอดน้ำเสียงอ่อน เว้าวอน
"รักชอบคุณลิตมาตั้งนานแล้ว ไม่รู้ตัวบ้างเลยหรือคะ"
เขาหัวเราะในลำคอ "ผมไม่กล้าคิด"
"ทำไมถึงไม่กล้าล่ะคะ มีอะไรที่จะต้องกังวล"
ชายหนุ่มส่งหล่อนที่หน้าประตูบ้าน สมรักยิ้มอ่อนหวาน บีบมือหนาหลายครั้ง
"ขับรถให้ดีๆ นะคะ คุณลิต ระวังตัวอย่าเป็นอะไรไป รักจะเสียใจมาก"
"ขอบคุณครับ ผมไม่เป็นอะไรหรอกรับรองได้"

หล่อนยื่นหน้ามาจุมพิตที่แก้ม อีกฝ่ายไร้การตอบสนอง

ชายหนุ่มพารถออกมา ขับเรื่อยไปตามถนน ใจกลับคิดถึงเอมอมรอย่างโหยหา

เขาไม่อยากจะยอมรับว่าตัวเองอกหัก ก็เขาเพิ่งจะรู้ตัวแท้ๆ ว่าเขารักหล่อน


page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81