|
เพ็ญระพี ยิ้มกับชายหนุ่มอย่างอ่อนหวาน อีกฝ่ายหนึ่งเพียงแต่ยิ้มตอบอย่างเคร่งขรึม ถามเป็นเชิงทักทาย
ด้วยน้ำเสียงห่างเหิน
"มาหาเอมหรือครับ"
"ค่ะ เอ่อ พี่คมสบายดีหรือคะ"
"ผมสบายดี"
"ผม..?" เธอหัวเราะ "แหม...ทำไมต้องผมด้วยคะ แล้วจะเรียกเพ็ญว่า คุณเพ็ญด้วยหรือเปล่า"
เขายิ้มเคร่งขรึม
"หมู่นี้เพ็ญทำตัวเป็นเด็กดีอยู่บ้านอยู่ช่องดูหนังสือหนังหา วันนี้เหงาก็เลยเดินมาหาเอม"
"เพ็ญรู้จักเหงาด้วยหรือ"
"รู้จักซีคะ เพ็ญเหงาเสมอละ"
"พวกคุณรักไปไหนเสียล่ะฮะ" "แม่รักน่ะหรือคะ" หญิงสาวเชิดจมูก สีหน้าบอกความขุ่นเคืองใจ
"เพ็ญเลิกคบแล้วละ เบื่อ
.. ไม่เห็นมีอะไรดีเลย มีแต่ความเสแสร้ง"
"อ้อ" เขารับคำสั้นๆ ขุ่นเคืองไม่หายที่เธอตีจากเขาไปโดยไม่แยแส
นี่นับเป็นครั้งแรกที่เพ็ญระพียอมเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ ตามลำพัง ที่แปลกก็คือเธอไม่มีทีท่าสะทกสะท้านหวั่นไหว
กลับยิ้มกับเขา พูดคุยราวกับไม่เคยทำให้เขาขัดข้องมัวหมอง
คมกริชทำเป็นไม่สนใจ พลิกดูหนังสือเฉย
"แล้วเอมอยู่ไหนล่ะคะ"
"คุณอาเพิ่งเรียกขึ้นไปข้างบนเมื่อครู่นี้เอง"
"เลยทิ้งให้พี่คมนั่งอยู่คนเดียว"
"ไม่เป็นไรนี่ครับ ผมอยู่ที่นี่อย่างนี้บ่อย ๆ"
"รู้แล้วละค่ะ ว่าสนิทกันยังกับที่นี่เป็นบ้านของพี่คมเอง" อีกฝ่ายอดเหน็บแนมไม่ได้
ร่างเพรียวๆ เดินจากไป ครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมกับแก้วเครื่องดื่ม วางแก้วหนึ่งลงแทนที่แก้วเดิมของเขา
"ขอบคุณครับ" ชายหนุ่มพูดอย่างมีพิธีรีตอง
"งานยุ่งไหมคะ หมู่นี้"
"ก็เป็นบางทีฮะ"
"อย่าทำงานให้มากเกินไปนะคะ พักผ่อนบ้าง ดูหน้าตาท่าทางพี่คมไม่ค่อยแจ่มใสเลย"
เขายิ้มขรึม
คุณอรอนงค์และเอมอมรเดินลงมาจากข้างบน คุณอรอนงค์แต่งหน้าแต่งกายพริ้มเพราแบบกำลังจะออกไปข้างนอก
พอเห็นหลานสาวนั่งอยู่กับคมกริชซึ่งเคยรักแล้วร้างกันก็อดแปลกใจไม่ได้
"อ้าว เพ็ญ มานานแล้วหรือ" "อาอรขา สวัสดีค่ะ" เธอไหว้ชดช้อย "เพ็ญมาไม่นานหรอกค่ะ ไม่เห็นใครก็เลยนั่งคุยกับพี่คม"
สุ้มเสียงเธอบอกความสนิทสนมไม่มีร่องรอยความบาดหมาง คุณอรอนงค์ยิ้ม ไม่แปลกใจ กับความไม่แน่นอนในอารมณ์ของลูกหลาน
"พี่รองกับพี่พิไลสบายดีหรือเปล่า" เธอถามถึงพี่ชายและพี่สะใภ้ซึ่งเป็นบิดามารดาของเพ็ญระพี
หลานสาวตอบว่า "สบายดีค่ะ แต่คุณแม่ฝากมาบอกอาอรว่าให้ไปหาญาติผู้ใหญ่บ้าง หมู่นี้อาอรหายเงียบไป
ใครๆ บ่นถึงกันหลายคนค่ะ วันก่อนมีงานรวมญาติ แม่โทรมาบอกแล้วแต่อาอรไม่ได้ไป พวกญาติๆ
ผิดหวังกันใหญ่เพราะไม่ได้เจอกันนานแล้วงานแบบนี้นานๆ ถึงจะมีสักครั้ง"
ญาติที่เหลืออยู่นั้น ไม่ว่าจะเป็นญาติของสามีผู้ล่วงลับหรือญาติของเธอเอง ถึงจะเป็นผู้ที่เคารพเกรงใจและ
มีความเกี่ยวพันใกล้ชิด ทว่าหาได้มีความสัมพันธ์ทางใจที่แน่นแฟ้นไม่ คุณอรอนงค์รู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่า
เธอถูกจับตามอง เมื่อใดก็ตามที่เธอตกเป็นข่าวในทางลบเธอจะได้รับโทรศัพท์จากบรรดาคนเหล่านี้ ซักถามคาดคั้น
จะเอาความจริงราวกับเธอเป็นเด็กที่นำความเสื่อมเสียมาสู่พวกเขาก็ไม่ปาน
สำหรับเรื่องฐานะในทางการเงินนั้น คุณอรอนงค์ยิ่งถือเป็นความลับที่ไม่อาจจะเปิดเผยได้ นานมาแล้วที่เธอ
ถูกสบประมาทว่าทำอะไรไม่เป็นนอกจากทำสวยและสนุกสนานไปวันๆ กับดีแต่จะผลาญเงินที่สามีหาได้
เธอจะรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างยิ่งหากว่าจะมีใครระแคะระคายล่วงรู้ความจริงในความล้มเหลวของเธอ
เธอไม่เห็นว่าจะมีใครสักคนในหมู่ญาติ ที่จะมีความจริงใจและเห็นอกเห็นใจ แม้แต่บิดามารดาซึ่งอาศัยอยู่กับพี่ชาย
พี่สะใภ้คนโต เธอก็ยังไม่อาจพึ่งพาได้ ท่านไม่เหลือทรัพย์สมบัติใดจะให้เธออีกแล้ว และถ้าท่านล่วงรู้ว่าเธอ
ได้ล้างผลาญทรัพย์สมบัติของสามีผู้ล่วงลับไปอย่างไรบ้าง ท่านคงไม่เห็นใจเธอเป็นแน่นอน
"อายุ่งมากจนลืมไป"
"คืนนี้อาอรมีงานอีกหรือคะ"
"จ้ะ เรื่องธุรกิจ ประเดี๋ยวคุณนิยมจะมารับ"
"อ๋อ คุณนิยมนั่นเอง"
เพ็ญระพีเคยพบชายสูงวัยผู้นั้นมาก่อนแล้ว ในงานกุศลงานหนึ่งที่เธอไปช่วยคุณอรอนงค์ทำงานเล็กๆ น้อยๆ
เขามีอิทธิพลอยู่มากพอสมควรทั้งในวงการธุรกิจและการเมือง เพ็ญระพีนึกทึ่งที่ชายผู้นั้นสนิทสนมกับอาของเธอ
"จ้ะ...เขานั่นแหละ หมู่นี้เรามีธุระต้องทำด้วยกันบ่อยๆ" น้ำเสียงและสีหน้าคนพูดสดใส
เอมอมรต้องแอบถอนใจ
มารดาออกจากบ้านไปแล้วเมื่ออริยากลับจากคณะเรียน เธอแปลกใจที่ได้เห็นญาติสาวมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
นั่งคุยกับคมกริชผู้ซึ่งแม้จะยังวางท่าทีแต่ก็มีไมตรีตอบรับ เมื่อจะกลับและหญิงสาวขอให้ไปส่ง ชายหนุ่มก็ไม่ปฏิเสธ
เธอหน้าชื่นร่ำลา
อริยาหันมามองพี่สาวงงๆ
"พี่เพ็ญเขามาทำไมหรือ พี่เอม"
"มาคุย" เอมอมรตอบสั้นๆ สีหน้าหงอยเหงาหม่นหมอง
"คงไม่ใช่มาคุยกับพี่เอมละมั้ง เห็นพูดแจ๋วๆ คุยกับพี่คมเสียละมากกว่า"
"พี่ก็ไม่มีอะไรจะคุยเหมือนกันเลยได้แต่นั่งฟัง" เธอพูดเหงาๆ "พี่เพ็ญนี่ก็แปลกจังเลย ทิ้งเขาไปหน้าตาเฉยแล้วจู่ๆ ก็กลับมาคืนดีด้วย สงสัยว่าจะผิดหวังจากคุณลิต
ละมัง ไม่รู้จะหันไปหาใครก็เลยหันกลับมาหาพี่คม เอ...อย่างนี้จะแปลว่าคุณลิตเขาโอเคกับพี่รักหรือเปล่า" "พี่ไม่รู้ น้ำเสียงอีกฝ่ายอ่อนระโหยจนน้องสาวแปลกใจ หญิงสาวปลีกตัวจากไปเสียเฉยๆ
อริยาได้แต่ส่ายหน้า คิดว่าเอมอมร คงจะกำลังมีปัญหาในใจอันเป็นไปตามปกติวิสัยของเธอ"
ไม่กี่วันที่ชลิตเงียบหายไป เอมอมรรู้สึกทุกข์ทรมานใจด้วยความถวิลหา แต่ครั้นเขามายืนคอยอยู่ตรงที่เดิม
ในบริเวณสถานศึกษาของเธอ เธอก็กลับลังเล
หญิงสาวเดินมากับกลุ่มเพื่อนซึ่งร่วมทางกันกลับบ้าน เพื่อนคนหนึ่งถามว่า
"ใครน่ะเอม แฟนตัวเหรอ เห็นมารับอยู่เรื่อย"
"ไม่ใช่แฟนเราหรอก" เธอหล่อนทำเสียงหนักแน่น "รอเดี๋ยวนะ เราจะไปพูดกับเขาเดี๋ยว เดียว"
ร่างบางเดินด้วยท่าทีมั่นคง แต่จิตใจหวั่นไหว ร่างสูงใหญ่ยืนยิ้ม มองเธอด้วยประกายตาลึกซึ้ง
"สวัสดีฮะ"
"สวัสดีค่ะ" เอมอมรหยุดยืนตรงหน้า รอยยิ้มเธออ่อนเจือเศร้า รู้สึกยากเย็นที่จะหาถ้อยคำมาพูดด้วย
"ขึ้นรถซี"
หญิงสาวไม่ขยับตัว "คุณลิตคะ ฉันจะไม่ไปไหนกับคุณอีก"
รอยยิ้มของอีกฝ่ายจืดจางลง สีหน้าผิดหวัง เธอจ้องมองเขาอย่างจริงจัง บังคับเสียงไม่ให้สั่น
"ฉันขอร้อง แต่นี้ต่อไป กรุณาอย่ามาที่นี่ ขอให้เราเลิกกันแต่เพียงนี้"
"เอมมี่
ไม่เอาน่า
.." "ฉันพูดจริงๆ ค่ะ คุณลิต ฉันตัดสินใจแล้ว เธอกลืนน้ำลาย พยายามเรียกความเข้มแข็งมาสู่ตัว
"ฉันตัดสินใจแล้วอย่างเด็ดขาด ที่จะเลิกติดต่อกับคุณ"
ชายหนุ่มนิ่งอั้น ตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าใสๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อถือ เธอจะตัดเขาจริงหรือ "ถ้าฉันทำให้คุณโกรธ ไม่พอใจ หรืออะไรก็ตามแต่...ฉันขอโทษ"
หยาดน้ำใสเริ่มผุดพราวขึ้นในดวงตาคู่สวย
"ฉันมีคู่หมั้นแล้ว และฉันไม่อาจทรยศต่อเขา เราจะต้องเลิกติดต่อกันก่อนที่เราจะเผลอตัว
ทำอะไรผิดๆ ลงไป แล้วจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต..."
"เอมมี่...ไปพูดกันในรถเถอะนะ" ชายหนุ่มวิงวอน
"ไม่ค่ะ เพื่อนของฉันรออยู่"
เธอหันหน้ากลับไปนิดหนึ่ง เพื่อนหญิงของเธอยืนรออยู่คนละทิศทาง ไกลเกินกว่าจะได้ยิน
เอมอมรมองอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง เปิดเผยความรู้สึกทั้งมวลในหัวใจให้เขาได้เห็น ทว่าคำพูดที่เอ่ยกลับตัดรอน
อย่างเด็ดเดี่ยวจริงจัง
"คุณลิตคะ ขอให้ถือว่านี่เป็นการลากันเถิดนะคะ นับแต่นี้ไป คุณเดินไปตามวิถีทางของคุณ
และปล่อยฉันไว้ในโลกของฉัน ฉันจะเป็นเพื่อนที่ดีของคุณตลอดไป..."
"เอมมี่.
."
หญิงสาวหันหนีเดินจากไป "เอมมี่" เธอได้ยินเสียงเรียก... รู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะแตกสลาย เธอกล้ำกลืนน้ำตาไว้แต่เพื่อนๆ
ของเธอก็ยังเห็นเธอแอบกรีดน้ำตาทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า ชลิตมองตามจนร่างบางก้าวหายเข้าไปในรถของเพื่อนเธอ มันค่อยๆ แล่นออกจากที่ ผ่านเขาไป
โดยฝ่ายนั้นไม่ได้เหลียวแลกลับมา
.
|