|
เธอเผลอทอดถอนใจ พอจบเพลงก็ลุกขึ้นเดินหนี
"ทำไมคุณต้องหนีผมอยู่เรื่อยนะ เอมมี่"ชายหนุ่มถามอย่างตัดพ้อ
เอมอมรตอบว่า "ก็มันทำให้ฉันไม่สบายใจนี่คะ คุณลิต เราไม่ใช่คู่รักกัน แล้วฉันก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วทั้งคน"
"ไม่ใช่คู่รัก...มีคู่หมั้น...คุณคอยเตือนผมอยู่อย่างนี้ทั้งๆ ที่คุณก็รักผม
.. คุณรักผมใช่ไหม.....
"ฉันไม่รู้ ฉันไม่อยากจะรู้ด้วย"
ร่างสูงลุกเดินตามมา "คุณไม่ยอมรับเพราะคุณกลัว... ในเมื่อมันทำให้คุณวุ่นวายนักก็ถอนหมั้นเสียซิ
"ไม่ได้หรอกค่ะ" เธอหลบตา "เลิกกับคุณจะเป็นการง่ายกว่า"
อีกฝ่ายอึ้งไปก่อนจะเรียกเว้าวอน "เอมมี่... อย่าพูดอย่างนั้น"
มืออุ่นแตะแขนมีผลให้ร่างบางผละหนี สีหน้าเธอหวั่นไหวแต่กลับแสดงความตั้งใจที่จริงจัง "ฉันคิดเรื่องนี้อยู่นานแล้ว เราควรจะเลิกพบกัน ฉันอยากให้คุณหายไปจากชีวิตของฉัน
คุณจะกรุณาช่วยฉันหน่อยไม่ได้หรือคะ ใบหน้าสะอ้านประกายตาเคร่งขรึมยืนมองเธอนิ่งอยู่อย่างนั้น เอมอมรมองตอบอย่างรอคอย
แล้วเขาก็ขยับตัว ถามเสียงขรึม หิวไหม...
"ไม่ค่ะ"
"แต่ผมหิวแล้วนะ หาอะไรกินกันเถอะ" แล้วร่างสูงก็ผละจากไป เอมอมรยืนมองก่อนจะเดินตามอย่างอ่อนใจ
อาหารที่เขามีอยู่ก็คือขนมปัง "ไม่ใช่ผมติดฝรั่งหรอก แต่ว่าขี้เกียจหุงข้าว"
เขาหยิบเนยสดออกมาวางบนโต๊ะและจักแจงทอดไส้กรอก มีขวดผักดองและน้ำซอสหลายอย่างเรียงกันอยู่ในตู้เย็น
ไม่ช้า ทุกอย่างก็ถูกวางรอบนโต๊ะ
"เตรียมอาหารอย่างนี้ คุณก็ตำหนิไม่ได้นะ ว่าไม่อร่อย"
เธอได้แต่ยิ้มฝืนๆ "ที่จริงผมทำกับข้าวอร่อยนะ วันหลังคงจะ..." เขาหยุดพูดแต่เพียงนั้น ตามองตา ใช่แล้ว เขาเอง
ก็คงไม่แน่ใจว่าจะมีวันหลัง
เขาเทนมสดใส่แก้ว เลื่อนมาให้ ฝืนทำน้ำเสียงร่าเริง "ชอบดื่มนมไหม ผมดื่มทุกวันเลยนะ"
"ยังไม่หย่านม" เธอเย้า
"ยังไม่ยอมหย่า" อีกฝ่ายแกล้งทำนัยน์ตาวาวเน้นถ้อยเน้นคำ "ผมชอบนม"
เธอหัวเราะ แล้วต่างก็ทานอาหารกันเงียบๆ เพราะความคิดกังวลครอบงำ
"เอมมี่..."
"คะ.."
"จะเป็นยังไงถ้าคุณไปจากผม" เขาถามขรึม ๆ
เธอยิ้มซึมๆ "คุณก็สบายดีน่ะซีคะ"
"คุณไม่คิดว่าผมชอบคุณจริงๆ ใช่ไหม คุณเห็นผมเป็นคนมักง่าย ฉาบฉวย เจ้าชู้..."
"สำส่อน กะล่อน" เธอแกล้งพยักหน้าเห็นคล้อยต่อคำให้
"นั่นละ แต่จะบอกให้ ผมไม่เคยอยากจะรักใครเท่าคุณ"
"เคยแต่รักแล้วจริงๆ"
"ผมลืมอดีตไปหมดแล้ว ตอนนี้ผมมีแต่คุณนะ"
เธอหันไปจากดวงตาที่มองจ้อง "ไม่จริงหรอกค่ะ" "จริง" น้ำเสียงเบาแต่หนักแน่น "คุณอาจจะอ้างสมรัก หรือเพ็ญระพี จริงละผมเคยชอบเขา
แต่ไม่ใช่ในแบบที่ผมชอบคุณ ผมไม่ได้นึกถึงสองคนนั่นเลยตั้งแต่ได้ใกล้ชิดคุณ
"ต่อจากนี้ไป คุณเริ่มคิดถึงพวกเขาได้แล้ว ฉันตัดสินใจแล้วค่ะว่า..."
"ไม่ได้..."
เธอถอนใจ "ถือว่าเป็นการขอร้อง ในฐานะที่เรา...มีใจตรงกันนะคะ" "คนใจตรงกัน มีใครเขาขอร้องกันอย่างนี้ ร่างสูงลุกมายืนข้างหลัง บีบไหล่บางเบาๆ
"เลิกพูดแบบนั้นทีเถอะนะ เอมมี่" หญิงสาวนิ่งเหมือนถูกตรึงอยู่ด้วยสัมผัสนั้น แต่ก่อนที่จิตใจจะหวั่นไหวต่อไป เธอก็ผละลุกขึ้น
"คุณอิ่มแล้วหรือคะ ฉันจะล้างจานให้นะ"
สีหน้าเขาขุ่นข้อง "วางไว้เถอะ เดี๋ยวผมทำเอง"
"แล้วก็จะมานินทาฉันลับหลังน่ะซิ ไปนั่งซีคะ ฉันจะจัดการให้" เขาจำเป็นต้องถอยหลัง ยืนกอดอกมอง ขณะเธอกุลีกุจอเก็บถ้วยชามไปล้าง
"รู้ไหมว่าคุณทำให้ผมคิดถึงใคร" เธอหันมายิ้ม เหมือนสบายอกสบายใจอยู่ตรงอ่างล้างจาน
"คงไม่ใช่แฟนเก่าคนใดคนหนึ่งนะคะ ฉันไม่คิดว่าคุณจะเคยมีแฟนเชยๆ อย่างฉันหรอก"
เขายิ้ม "เปล่า ผมคิดถึงแม่"
"หรือคะ..." "จริงๆ นะ ไม่ใช่จะเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาหรอก ผมยังเล็กมากตอนที่แม่ตาย
ผมจำเขาไม่ได้นอกจากรูปร่างหน้าตาที่เห็นในรูปภาพ"
"ฉันเสียใจด้วยค่ะ..." "แต่คุณมีอะไรหลายอย่างที่
..อืม
..คุณทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น...
คล้ายๆ แบบนั้น
.. ผมเองก็พูดไม่ถูก"
"ต่อไปคุณจะเรียกฉันว่าแม่ก็ได้นะคะ" เธอเย้า ร่างสูงเดินมาข้างหลัง โอบเอวบางๆ ไว้
"เรียกว่าแม่คุณ...แม่ทูนหัว...แม่เทพธิดา...แม่ยอดเสน่หา ได้ไหม"
เขากระซิบที่หู พร้อมกันนั้นก็กดจมูกลงที่แก้มใสๆ "คุณลิตคะ
" หญิงสาวเรียกเสียงสะท้านเบี่ยงตัวหลบ แต่อ้อมแขนยิ่งรัดแน่นขึ้น
จมูกและปากอุ่นๆ รุกไล่ซุกไซ้ใบหน้าด้านนั้นด้วยความสนิทเสน่หา
"คุณลิต..." ใจเธอจะขาดรอนลงเสียให้ได้ "เราไม่ใช่..." "คู่รักกัน" เสียงกระซิบต่อคำให้ และอย่างรวดเร็วทว่าหนักแน่น มือที่แข็งแรงจับร่างบาง
ให้หันมาแล้วกอดไว้ทั้งตัว ใบหน้าสะอ้านที่มีดวงตาอ่อนโยนลึกซึ้งลอยอยู่ใกล้ๆ "ผมไม่ฟังแล้วละ ผมรักคุณ แล้วคุณก็รักผมด้วย"
พูดแล้วริมฝีปากอบอุ่นก็ประทับลงบนริมฝีปากบางๆ ของหญิงสาว
เอมอมรไร้เรี่ยวแรงที่จะขัดขืน แม้เนื้อตัวเกร็งด้วยความแตกตื่นทว่าริมฝีปากอ่อนบางก็เผยอรับจุมพิตราวกับถูกมนต์
อ้อมแขนอบอุ่นกอดกระชับเมื่อเขาจูบเธอครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างดูดดื่มอ่อนหวาน เนิ่นนานราวกับจะถ่ายทอด
ความรู้สึกทั้งปวงที่ท่วมท้นอยู่ในหัวใจ และเธอก็เคลิ้มตามด้วยหัวใจอ่อนไหว เธอจงใจลืมหมดสิ้นทิ้งสิ่งต่างๆ
ไว้กับสำนึกผิดที่เธอละเลยมันเสียเฉยๆ
แล้วจูบนั้นก็เริ่มหนักหน่วงขึ้น สัมผัสรุกล้ำรุนแรงจนหญิงสาวตกใจ หญิงสาวรับรู้ถึงอารมณ์ปรารถนาของเขา...
และของตัวเธอเอง... เธอหวั่นใจ แต่ว่าหยุดมันไม่ได้...
เสียงโทรศัพท์กรีดกังวานขึ้นในท่ามกลางความเงียบกระชากอารมณ์อันกระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมาอีกครั้ง
เอมอมรรู้ตัว สลัดหนีผละไปอีกทางหนึ่ง
"เอมมี่
."
"รับโทรศัพท์ซีคะ" เธอเสียงสั่น ตัวสั่นไปทั้งร่าง
ชลิตมองโทรศัพท์ มันยังส่งเสียงเรียก "ไม่"
เสียงนั้นดังจนเงียบไปเอง
"เอมมี่..." เขาก้าวเข้ามาหา เอมอมรถอยหนี สีหน้าต่อต้านหวั่นไหวทำให้ชายหนุ่มชะงัก
"คุณลิตคะ...ฉันอยากจะกลับบ้าน"
ชลิตคงจะโกรธ หรือไม่ก็น้อยใจ เพราะเขาแทบไม่ได้พูดอะไรเลยตลอดทางที่ขับรถมาส่ง หญิงสาวต้องต่อสู้
กับความรู้สึกของตนเองอย่างสาหัส เมื่อรถจอดที่ประตู เธอมองเขานิ่งนาน
"ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะ คุณลิต"
เขาหันมาสบตาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ขุ่นเคืองตัดพ้อ พอเธอก้าวพ้นประตู เขาก็ออกรถพรืด พาแล่นจากไป
ทิ้งเสียงเครื่องยนต์คำรามไว้ข้างหลังในท่ามกลางความเงียบของราตรี
|