|
คณะท่องเที่ยวกลับจากพัทยาในเวลาใกล้ค่ำของวันรุ่งขึ้น ก่อนหน้านั้นเล็กน้อย คุณอรอนงค์เพิ่งจะออกไปจากบ้าน
ทิ้งให้สองสาวพี่น้องทานอาหารค่ำกันตามลำพัง
ทั้งสองกำลังนั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์เมื่อมารดาลงมาจากข้างบน เธอสวมเสื้อผ้าลำลองซึ่งดูหรู สบายๆ สำหรับเวลาค่ำ
เธอแต่งหน้าสดใส เครื่องประดับชิ้นเดียวที่ใช้ คือกำไลข้อมือซึ่งประกอบด้วยเม็ดมณีล้อมเพชรแวววาม
"แม่ไม่ทานข้าวกับเราหรือคะ"เอมอมรถาม มารดาส่ายหน้า น้ำเสียงตอบร่าเริง
"ไม่จ้ะ ...แม่จะออกไปทานข้างนอก ประเดี๋ยวคุณนิยมจะมารับ"
สองพี่น้องมองหน้ากัน อริยาพูดอ่อยๆ "หมู่นี้คุณลุงมารับแม่อยู่เรื่อย"
"คุณลุงมารับแล้วเป็นไงล่ะจ๊ะลูก" เธอถามพลางหัวเราะ ลูกสาวไม่ตอบ อริยามองเห็นกำไลที่ข้อมือมารดาก็ทักถามว่า
"กำไลนั่นเป็นของใหม่หรือคะ ทำไมอะไม่เคยเห็นมาก่อน"
"ใช่จ้ะ" เธอยกข้อมือ ขึ้นพิศดูอย่างพอใจ "สวยไหม"
อริยาลุกมาดูใกล้ๆ "สวยจังเลยค่ะ ถ้าเป็นของแท้ก็คงจะแพงมากนะคะ"
"ของแท้ซีลูก... แต่แม่ไม่ได้ซื้อหรอก มีคนเขาให้"
เธอไม่บอกว่าใคร เอมอมรไม่อยากเดา กลัวว่าจะเดาถูก
พอมารดาคล้อยหลัง อริยาก็วิจารณ์ว่า "หมู่นี้แม่เราแจ่มใสจังเลยนะ พี่เอมว่าไหม"
"อึอ...ใช่
" สีหน้าหญิงสาวเคร่งขรึม
"แล้วก็อยู่ไม่ติดบ้านเลยด้วย พี่เอมว่าจะเป็นเพราะคุณนิยมใช่ไหม"
"พี่ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย" "แต่ถ้ามันเป็นจริงๆ ถึงไม่อยากก็ไม่มีประโยชน์ สร้อยนั้นก็เหมือนกัน แม่บอกว่ามีคนให้
ใครจะให้ถ้าไม่ใช่คุณลุง"
"อย่าเพิ่งเดาดีกว่าอะ" เธอพูดขรึมๅ น้องสาวไหวไหล่ "ความจริงแม่เรายังสาว ยังสวยอยู่นะ ไม่แปลกหรอกถ้าแม่จะมีแฟน
แต่ถ้าเป็นแฟนกับคุณลุงนิยม อะว่าไม่ดีแน่ ลูกเขาตั้งหลายคน เมียก็ร้ายอย่าบอกใคร
อะว่าอนาคตคงจะไม่แจ่มใสแน่ๆ"
เอมอมรถอนใจ "อย่าเพิ่งคิดไปก่อนเลย ทานข้าวกันเถอะ" แม่ออกจากบ้านไปแล้วเมื่อมีเสียงแตรรถดังที่หน้าประตู อริยาลุกขึ้นดู แล้วบอกอย่างดีใจ
"รถของพี่ชลิต..."
เอมอมรชะงักนิดหนึ่ง อริยาผลุบออกประตูหน้าบ้านไปทันที เธอจึงต้องลุกตาม
หนุ่มสาวหลายคนเดินตามกันลงจากรถ มีเสียงพูดคุยหัวเราะคิกคักสนุกสนาน ชลิตเดินนำมาข้างหน้า
ในมือถือข้าวของพะรุงพะรัง ยิ้มให้อริยาแล้วเลยมายังเอมอมรซึ่งเพิ่งโผล่พ้นประตู
"กลับมาแล้วครับผม" เสียงทุ้มตะโกนรายงานอย่างแจ่มใส
"คุณลิตเขามารายงานตัว"
สมรักประชดทั้งที่ยิ้มสดใสเดินตามมาติดๆ วางมือจับไว้ที่แขนที่มีมัดกล้ามเนื้อสวยงามแข็งแรงของอีกฝ่าย
อย่างสนิทสนม
ชายหนุ่มยิ้มจืดๆ ให้เอมอมร เห็นเธอยิ้มจางๆ มองเมินไปทางอื่น
"ผมซื้อของมาฝากครับ" "โอ...ขอบคุณพี่ลิตมากนะคะ" อริยาพูดอย่างซาบซึ้งใจตรงเข้ามารับของ
"ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลย"
"ยังกับจะซื้อมาขาย" สมรักต่อว่าอย่างชดช้อย
เพ็ญระพียืนกอดอกอยู่ข้างหลัง เมินหน้าหนีไปทางอื่น สีหน้าท่าทีบอกว่ากำลังขุ่นเคืองใจ และไม่ยอมพูดอะไรเลย
"เข้าไปข้างในก่อนซีคะ อะกับพี่เอมกำลังจะทานข้าวกัน ทานด้วยกันเลยนะคะพี่ๆ"
"ไม่เอาดีกว่า" สมรักปฏิเสธแทนทุกคน "พวกเรามากันหลายคน รถอีกสองคันล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เดี๋ยวจะไปทานข้าวแล้วก็จะแยกย้ายไปส่งกันกลับบ้าน"
"ถ้างั้นวันหลังก็แล้วกันนะคะพี่ลิต"
"ฮะ ชายหนุ่มรับแต่ส่งสายตาให้คนที่เป็นพี่สาว
"ไปกันดีกว่าค่ะคุณลิต เดี๋ยวพวกนั้นจะรอ... พี่ไปก่อนละน้องอะ... เอม รักไปละนะ"
"จ้ะ รัก บ๋ายบาย" เอมอมรโบกมือให้ "พี่ไปละอะ
.. คุณเอมครับ" เสียงทุ้มเรียกอ้อนๆ มองเธอด้วยสายตาอันเข้าใจกันได้เพียงสองคน
"ผมไปก่อนนะ"
"ค่ะ" เสียงตอบอ่อนปานกัน
กลุ่มหนุ่มสาวเดินกลับไปทางเดิม นอกจากเพ็ญระพีซึ่งเดินหน้าบึ้งสวนทางมายืนข้างอริยา สมรักทักถามว่า
"อ้าว...แล้วเพ็ญไม่ไปด้วยกันหรือ"
"ไม่ไปหรอก เราจะอยู่กินข้าวที่นี่ ประเดี๋ยวจะเรียกรถที่บ้านมารับ"
"ตามใจ งั้นบ๋ายบายก่อนละ" พูดแล้วก็ดึงแขนชายหนุ่มอย่างสนิทสนมพาเดินจากไป
เพ็ญระพีหันหลังให้ทันที เดินเข้าไปข้างในบ้านด้วยสีหน้าบึ้งตึง
"โอ๊ย เซ็งชะมัด" เสียงร้องบอกความหงุดหงิดขุ่นเคือง
อริยาถามงงๆ "ไม่สนุกหรือพี่เพ็ญ"
"ไม่สนุก หมั่นไส้แม่รัก
!"
อริยาชำเลืองยิ้มให้พี่สาวอย่างนึกคาดเดาได้ "พี่รักเขาเป็นยังไงหรือคะ"
"ก็ทำสวีทกับคุณลิตเสียจนน่าเกลียดน่ะซิ ผู้หญิงอาไร้ ไม่รู้จักอายคนอื่นมั่งเลย"
"แต่พี่รักเขาก็สวีทกับใครต่อใครมาตั้งนานแล้วนี่" เด็กสาวแย้ง
เพ็ญระพีกระแทกกายนั่งลงอย่างขัดใจ "เธอไม่รู้อะไรหรอก เป็นเด็กก็อยู่ส่วนเด็กเถอะ"
อริยาทำหน้าเบ้ เอมอมรจึงตัดบทว่า "ไหนเพ็ญว่าจะทานข้าวไง มาเถอะ ประเดี๋ยวจะเย็นเสียหมด"
"ไม่อยากทานแล้ว เบื่อ" อีกฝ่ายร้องออกมา " เอาใจกันไม่ถูกเลยจริงๆ"
หญิงสาวที่ควงแขนชายหนุ่มกลับแจ่มใสผิดกัน หลังจากทานอาหาร หล่อนก็จัดการให้เพื่อนๆ ไปส่งกันเอง
แล้วก็นั่งกันมาในรถตามลำพังอยู่กับชายหนุ่มเพียงสองต่อสอง พูดคุยนั่นนี่แล้วถามออดอ้อน
"คุณลิตขับรถทั้งวันเลย เหนื่อยไหมคะนี่"
รอยยิ้มของชายหนุ่มไม่คลายความแพรวพราย "ไม่เหนื่อยหรอกฮะ คุณรักล่ะ"
"รักไม่ได้ทำอะไร จะเหนื่อยได้ยังไงล่ะคะ มา รักจะนวดให้นะ"
หล่อนขยับเข้าไปใกล้เขา นวดคลึงที่ต้นขาเบาๆ "ดีไหมล่ะคะ"
"ดีฮะ...แต่ว่าผมกำลังขับรถอยู่นะ"
"งั้นก็หาที่จอดรถก่อนซิ...ดีไหม" หล่อนท้าทาย
เขาหัวเราะ "ที่ไหนดีล่ะครับ"
"ต้องให้บอกด้วย"
เลือดในกายเขาร้อนพล่าน ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันในสองวันที่ผ่านมา หล่อนทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมราวกับ
เป็นคนรักกัน เขายังรู้สึกถึงความนุ่มนิ่มอบอุ่นของกายหล่อนที่แนบซุกเข้ามาในอ้อมอกในช่วงเวลาของการเต้นรำ
ราวกับว่าหล่อนมีความสุขดื่มด่ำอย่างเหลือเกิน...
น้ำเสียงเขาหวั่นไหวเล็กน้อยเมื่อตัดใจพูดว่า "ผมกลัวว่าพ่อแม่คุณรักจะเป็นห่วง
..
หายหน้าไปสองวันแล้วนะครับ รีบกลับบ้านไม่ดีหรือฮะ"
"ฮึ" หล่อนกระแทกเสียง เงียบไปครู่หนึ่งก็สะบัดเสียงห้วนๆ "ยังไงก็ได้ค่ะ"
"ไม่เอาน่า คุณรัก" ชายหนุ่มยิ้มเอาใจ บีบมือหล่อนอย่างปลอบ "อย่าโกรธซีครับ"
ชลิตถอนใจเมื่อได้อยู่ตามลำพัง เขาเพิ่งจะกลับมาถึงที่พักซึ่งเป็นห้องชุดที่ตกแต่งสะสวย พรั่ง
พร้อมด้วยเครื่องอำนวยความสะดวก อดแปลกใจตนเองไม่ได้ เขาไม่เคยละเลยอารมณ์ปรารถนาของตนได้เลย
และผู้หญิงสะสวยร้อนแรงอย่างสมรัก ก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ผู้ชายอย่างเขาอยากจะปฏิเสธ ทว่าในเวลานั้นเขาไม่ได้มีใจ
ที่จะทำอย่างไรกับหล่อน กลับนึกถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา
เขากลัวว่าเอมอมรจะโกรธ...
ชายหนุ่มหมุนหมายเลขโทรศัพท์ที่จำได้ขึ้นใจ
"ฮัลโหล" เป็นเสียงของอริยา "ที่นี่บ้านคุณอรอนงค์ สายเสนีย์ค่ะ"
จะพูดอะไรดี เขาเพียงอยากได้ยินเสียงหญิงสาวอีกคนหนึ่งเพื่อที่จะบอกเธอว่าเขาคิดถึงเธอเหลือเกิน
แต่ในเมื่ออริยาเป็นคนรับสาย เขาคงต้องตอบคำซักถามมากมายรวมทั้งเรื่องเพ็ญระพี
ชายหนุ่มเกิดรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจ ได้แต่ถอนใจแล้ววางสาย
อริยาวางโทรศัพท์อย่างขุ่นใจ "ใครก็ไม่รู้ บ้าจัง โทรมาแล้วไม่ยอมพูด"
เอมอมรไม่ตอบ แต่ในดวงตาว้าเหว่ของเธอ แววอบอุ่นฉายขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนที่จะอ่อนเศร้าลงดังเดิม
|