แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 16
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)
"หมอนั่นเป็นใครกันนะ"

นิยม ซ่อนความขุ่นข้องไว้ในน้ำเสียงที่ถามราบเรื่อย ไม่ชอบเจ้าหนุ่มร่างสูงใหญ่แคล่วคล่องผู้มีสีหน้าระรื่นสำราญใจ
ผู้นั้นเสียเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนายคนนั้นพาตัวเข้ามาในบ้านของคุณอรอนงค์ในเวลาค่ำคืนเช่นนี้และ
เอมอมรก็อยู่บ้านแต่ลำพังเสียด้วยซิ

คุณอรอนงค์ตอบว่า "เขาเป็นแฟนใหม่ของเพ็ญ หลานสาวของฉันค่ะ"
"แฟนใหม่รึ" เขาถามยิ้มๆ
"ค่ะ" เสียงเล่าเจือหัวเราะ "เดิมยายเพ็ญรักอยู่กับคมกริช แล้วก็ทิ้งคมกริชมาชอบคนนี้"
"ลูกเต้าเหล่าใคร ท่าทางไม่กลัวใครเลย"
"เขาชื่อชลิต วันก่อนฉันพบพี่พิไลแม่ของเพ็ญเขาก็พูดให้ฟัง เห่อกันจังเลยว่าเป็นลูกคนมีเงิน
ไปอยู่เมืองนอกหลายปี พอกลับมา พ่อก็ยกอะไรต่ออะไรให้เพราะว่าเป็นลูกชายคนโตแต่ว่าไม่ถูก
กับแม่เลี้ยง น้องๆ ลูกแม่ใหม่ก็ยังเล็กๆ กันทั้งนั้น"
"แหม...รู้ละเอียดดีจริง”" เขาหัวเราะเจือประชด
"ก็คนเล่าเขาเห่อเหลือเกินนี่คะ"
"แล้วเป็นยังไงถึงมาหาเอมของเราทั้งๆ ที่ค่ำมืดอย่างนี้"
"เขารู้จักยายเอมมาก่อนค่ะ เอมกับเพ็ญสนิทสนมกันมาก เขาคงจะสั่งอะไรถึงกันละมังคะ"
"อย่างวางใจให้มากไปนักนะคุณอร ลูกสาวคุณน่ะ สวยเหมือนแม่ รู้ไหม หนุ่มที่ไหนอยู่ใกล้ๆ จะอดใจได้"
คุณอรอนงค์หัวเราะคิก "ดูพูดเข้าซี... แต่ยายเอม ถึงจะสวยก็ไม่มีเสน่ห์นะคะ"
เธอวิจารณ์ลูกสาวอย่างตรงไปตรงมา
"แกทื่อๆ แข็งๆ สู้ยายเพ็ญไม่ได้หรอกค่ะ นั่นเขาเก๋ไก๋ มีชีวิตชีวา ไม่ทำตัวน่าเบื่ออย่างลูกเรา
อีกอย่างหนึ่ง ยายเอมมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ใครๆ ก็รู้ คุณชลิตเองก็รู้ค่ะ"
"มันก็ไม่แน่หรอก คู่หมั้นอยู่ไกลกันคนละซีกโลกนี่มันเหมือนกับเป็นความฝันนะคุณอร
จะสู้ของจริงใกล้ๆ ตัวได้ยังไง"
"แต่ยายเอมคงไม่อ่อนไหวง่ายๆ หรอกค่ะ ไม่เห็นแกเคยสนใจใคร เหมือนยังกับแกไม่มีหัวใจ
อย่างนั้นแหละ"
"ใครบอกคุณ ลูกสาวคุณไม่ใช่อิฐใช่หินนะครับ ถึงแกจะทำเฉยๆ แต่ดูนัยน์ตาแกซิ
รู้ไหมว่าลูกสาวของคุณเป็นคนที่มีอะไรในใจมากมายทีเดียว
"แหม คุณนิยมช่างสังเกตจริง" เธอว่ายิ้ม ๆ
เขายิ้มอย่างยอมรับ "แล้วผมยังสังเกตอีกด้วยว่า เจ้าหมอชลิตคนนี้เจ้าชู้ไม่เบาเลย
หนอย มาหาแฟน พอออกจากบ้านแฟนก็ดอดมาบ้านเพื่อนแฟน แล้วดูหน้าตาท่าทางเข้าซิ
ผมว่าเขามีอะไรในใจกับเอมพอสมควรเทียวละ"
"เที่ยวว่าแต่คนอื่นเขาเจ้าชู้ ก็แล้วตัวคุณเองล่ะคะ ไม่ได้เจ้าชู้งั้นซี" เธอเปลี่ยนเรื่อง
"อ้าว.…..ก็ผมเปล่าจริง ๆ นี่ครับ" เขาพูดยิ้มๆ
"แน่หรือคะว่าเปล่า"
"ผมเจ้าชู้กับคนบางคนเท่านั้น" เขาทำน้ำเสียงกรุ้มกริ่มคล้อยตาม
แต่ในใจยังนึกกังวลถึงคนที่ถูกทิ้งไว้ตามลำพังที่บ้านไม่คลาย


เพ็ญระพี มาหาชายหนุ่มที่ที่ทำงานแล้วก็ถามด้วยความคับข้องใจ

"เมื่อคืนวานนี้คุณชลิตไปไหนมาคะ พวกเรานัดจะไปฟังเพลงกัน เพ็ญเข้าใจว่าคุณจะตามไป
ถามรักเขาก็บอกว่าคิดว่าคุณมารับเพ็ญ….." หล่อนทำสีหน้าเง้างอดทำให้เกิดรอยเส้นขึ้นที่หน้าผาก
ทั้งๆ ที่หล่อนยังเป็นสาวอยู่แท้ๆ
"ไม่อยากเชียว ปล่อยให้รอเก้อไปตามๆ กัน"
เขาหัวเราะ "อ้าว หรือครับ ขอโทษด้วย ผมไม่นึกว่าจะมีใครรอก็เลยไปที่อื่น"
"ที่อื่นคือที่ไหนหรือคะ” หล่อนถาม แล้วจู่ๆ ก็เกิดระแวงสงสัยขึ้นมา
"เอ คงไม่ใช่ที่บ้านยายเอมหรอกนะ"
"อ้าว..." น้ำเสียงอุทานแปลกใจ "ทำไมเพ็ญถึงคิดอย่างนั้นเล่าครับ"
"ก็ไม่ทราบหรือคะ เห็นทำท่าสนิทสนมกันอยู่นี่ ระวังนะคะ คุณลิต เอมเขาอยู่ในโลกแคบๆ
เขาไม่ใจกว้างอย่างพวกเรา อย่าไปทำให้เขาคิดมาก เกิดเขาเข้าใจผิด คิดว่าคุณไปชอบเขาเข้า
มันจะยุ่งนะคะ"
"คุณเอมคงไม่หวั่นไหวง่ายๆ หรอกน่า"
"ก็ว่าไม่ได้ เขายิ่งเหงาๆ อยู่ด้วย นี่เพ็ญเห็นพี่คมกริชไปมาหาสู่ เพ็ญยังกลัวว่าจะเกิดเรื่องเลย"

ภายใต้รอยยิ้มที่เครียดขรึมลง ชายหนุ่มระแวงกังวลไปด้วย

"แต่ก็ช่างเถอะ เรื่องของเขา" เพ็ญระพียกไหล่ วกกลับมาที่เรื่องของตน
"ว่าแต่วันนี้ คุณลิตมีธุระอะไรอีกหรือเปล่า ไปทานข้าวด้วยกันนะคะ"

ชายหนุ่มนึกอยากวิ่งไปหาคนที่ถูกพูดถึง แต่เพ็ญระพีคงไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นแน่ๆ ยิ่งกว่านั้นเธอผู้นั้น
ไม่มีท่าทีตอบสนอง นอกจากพยายามผลักไสไล่ส่ง และที่เธอยังยอมพูดดีๆ กับเขาก็คงเป็นเพราะกลัวว่า
เขาจะบอกใครๆ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วเธอจะต้องอับอาย

"สุดแต่จะบัญชาครับผม" น้ำเสียงตอบไม่แจ่มใสนัก เพ็ญระพีหัวเราะอย่างพอใจ
เขาแทบไม่เคยพูดคำว่า "ไม่"

แล้วจะไม่ให้หล่อนเผลอเคลิ้มว่าเขามีความรู้สึกเป็นพิเศษกับหล่อนได้อย่างไร เวลาไปไหนด้วยกันก็มีเรื่อง
พูดคุยหัวเราะกันไม่ได้ขาด หล่อนหวังว่าอีกหน่อยเถอะ จะต้องมีอะไรที่พิเศษยิ่งขึ้นไปกว่านี้
หล่อนไม่รู้ว่า เขาก็ตอบรับสมรักง่ายๆ เช่นเดียวกัน

พอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ ชายหนุ่มก็สับหลีกสาวๆ พาตัวมาที่บ้านของเอมอมร

"พี่เอมไม่อยู่หรอกค่ะ" อริยาเป็นคนให้การต้อนรับ "พี่เอมไปกับพี่คม"
ชายหนุ่มฝืนยิ้มทั้งๆ ที่ใจวูบด้วยความไม่พอใจ "เขาไปไหนกันฮะ"
"ไปบ้านคุณพ่อคุณแม่ของพี่สิทค่ะ พี่เอมไปเยี่ยมพวกเขาเสมอๆ"
"อ้อ... ทำหน้าที่ว่าที่ลูกสะใภ้ที่ดี" เขาประชด
"ถ้าไม่ไปนานนิด เขาก็โทรฯ มาหา ตามให้ไปค่ะ คุณลุง คุณป้ารักพี่เอมมาก"
ชายหนุ่มรู้สึกอิจฉาตาร้อนอยู่ครามครัน
"แล้วทำไมวันนี้พี่ลิตมาได้ล่ะคะ ไม่มีนัดกับใครหรือ"
"จะให้พี่มีนัดกับใครดี"
"ไม่รู้ซีคะ กับพี่เพ็ญมั้ง หรือไม่ก็พี่รัก พี่ลิตชอบพี่รักมากเหมือนกันไม่ใช่หรือ"
เขาหัวเราะ "ทำไมถามอย่างนั้นเล่าครับ"
"อะได้ยินพี่เพ็ญพูดเวลาที่เขามาคุยกับพี่เอม"
"เขาคุยว่ายังไงมั่ง"
"เยอะแยะค่ะ ว่าแต่ พี่ลิตชอบใครกันแน่คะ พี่เพ็ญหรือว่าพี่รัก"
เขาหัวเราะ "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน"
"แล้วรู้จักกับใครก่อนคะ" เด็กสาวซักถามอย่างอยากรู้
"รู้จักพร้อมกันเลย มีคนแนะนำให้รู้จัก ตอนนั้นคุณเพ็ญกับคุณรักเขาอยู่ด้วยกัน"
"เลยเลือกไม่ถูกหรือคะ" เธอหัวเราะคิก
"พี่ยังไม่ได้เลือกใครนะครับ"
"สองคนนั่นเขามีแฟนแยะทั้งคู่ พี่ลิตระวังตัวเถอะ รู้ไหมคะว่าพี่คมก็ อกหักเพราะพี่เพ็ญ"
"อย่างนั้นหรือครับ” เสียงถามแปลกใจ ชลิตรู้แต่เพียงว่าคมกริชสนิทสนมกับสาวๆ ที่นี่ในฐานะที่เขา
เป็นเพื่อนของคู่หมั้นเอมอมร แต่ไม่ได้รู้เรื่องที่เกี่ยวกับเพ็ญระพี
อริยาเล่าอย่างคนช่างพูด
"พี่คมเขารักอยู่กับพี่เพ็ญแล้วก็ต้องผิดหวัง สงสัยว่าจะเป็นพี่ลิตนี่แหละที่เป็นต้นเหตุ"
"พี่หรือ... แต่พี่ไม่เคยรู้เลยว่าคมกริชเคยรักอยู่กับคุณเพ็ญ"
"งั้นก็รู้ไว้เถอะค่ะ"
"แต่รู้สึกว่าคมกริชจะสนิทกับพี่เอมและอะมาก"
อริยาตอบว่า "สนิทมากซีคะ เรารู้จักกันมาตั้งนานแล้วตั้งแต่อะยังเป็นเด็กอยู่เลย
ก็พี่คมเป็นเพื่อนรักของพี่สิทนี่คะ ตอนที่พี่สิทจะไปเมืองนอก ยังฝากให้พี่คมดูแลพวกเราเลย
เพราะรู้ดีว่าพี่อาของเราไม่เอาไหน พึ่งไม่ได้แน่นอน” เธอพูดพาดพิงถึงอารยะซึ่งเป็นพี่ชายคนโต
"เพราะว่าพี่สิทฝากฝังไว้ พี่คมถึงคอยดูแลพวกเราอย่างดี"
"อือ...เข้าใจฝากนะ อะเคยได้ยินสุภาษิตที่ว่า ฝากแมวให้เฝ้าปลาไหม"
"แหม... ก็ตอนนั้นพี่คมเขามีพี่เพ็ญอยู่ทั้งคน แล้วก็ดูเหมือนจะรักกันมาก"
"แต่ตอนนี้ไม่ได้รักกันเล้วนี่ แย่หน่อยนะที่คู่หมั้นของเอมไม่รู้" เขาอดเยาะหยันไม่ได้……………

page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81