|
นิยมจับตามองร่างสูงใหญ่ที่เปิดประตูก้าวออกมาจากรถ เดินตรงเข้ามาหาด้วยประกายตาวาบวับ
นึกไม่พอใจอยู่ครามครัน ทว่าที่เขาทำก็คือยิ้มให้อย่างผู้ใหญ่ใจดี
ชลิตไหว้สาวสูงวัยอย่างคุ้นเคยแล้วไหว้เลยไปยังร่างสูงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เธอด้วย
"สวัสดีค่ะ คุณชลิต เอ้อ นี่คุณนิยม เป็นเพื่อนของอาค่ะ"
ฝ่ายนั้นรับไหว้ยิ้มๆ " สวัสดีครับ" "คุณชลิตไปหาหนูเพ็ญมาหรือคะ" เธอถามแล้วหันมาอธิบายว่า
"คุณชลิตสนิทกับหนูเพ็ญหลานสาวที่อยู่บ้านใกล้ๆ กันนี่ยังไงล่ะคะ นานๆ ก็จะแวะมาที่นี่สักทีหนึ่ง"
ชายหนุ่มชำเลืองมองหญิงสาวที่ยืนเงียบอยู่ทางด้านหลัง เธอทำสีหน้าขรึมนับตั้งแต่เห็น แล้ว
ยังไม่ยอมยิ้มหรือกล่าวต้อนรับทักทายเลยแม้สักคำ
"ไปมาแล้วครับ"
"แล้วทำไมไม่ชวนเพ็ญมาด้วยล่ะคะ อากำลังจะไปข้างนอกพอดี เอมไม่ใช่คนช่างคุย อะก็ยังไม่กลับ"
"ผมจะแวะมาธุระประเดี๋ยวเดียวครับ" เขาตอบอย่างเรียบร้อยเป็นที่สุด
"อ้าว...อย่าเพิ่งรีบกลับนะคะ อยู่ทานข้าวก่อน เอมชวนคุณชลิตทานข้าวด้วยซีนะจ๊ะลูก"
นิยมออกจะไม่พอใจ นึกในใจว่ายายแม่นี่ช่างทอดสะพานแทนลูกสาวจริง
ชลิตมองเอมอมร เห็นทำเฉยเหมือนไม่ได้ยินที่มารดาพูด
"ขอบคุณครับ"
"งั้นอาจะไปก่อนละ"
คุณอรอนงค์หันไปพยักชวนนิยม ชายสูงวัยยิ้มให้ชายหนุ่ม ไม่วายหันมามองเอมอมรอย่างห่วงใย
ก่อนจะพากันเดินไปขึ้นรถ
ชลิตหลีกทางให้ รออยู่จนกระทั่งรถคันนั้นถอยออกไปจากบ้าน
"สวยนะ" เขาพูดยิ้มๆ
สีหน้าของเขาทำให้หญิงสาวร้อนตัว ถามเกือบจะห้วน "อะไรสวยคะ"
"รถ..."
"อย่าดูถูกแม่ฉันนะ"
เธอเดินหนีเข้าข้างในบ้าน ชายหนุ่มเดินตามมาติดๆ
"ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย คุณน่ะกินปูนร้อนท้อง"
ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่ง สายตาและรอยยิ้มสบายอกสบายใจของเขาทำให้เธออ่อนไหว
ไม่ลืมว่าเขาเคยใกล้ชิด แล้วยังเคยจูบเธอ
จูบที่ไร้การต่อต้าน!
"คุณมีธุระอะไรหรือคะ" "มีธุระอะไร มาทำไม ทำไมคุณต้องถามอย่างนี้ด้วยนะ ผมจะตอบอีกครั้งเดียวว่า ผมไม่มีธุระ
ผมมาเพราะว่าอยากจะมา เพราะว่าผมคิดถึงคุณ" ประกายตาคนฟังวาบขึ้นอย่างไม่พอใจ "ทำไมวันนี้ว่างล่ะคะ " หล่อนถากถาง
"มีคนเข้าคิวรออยู่ตั้งเยอะไม่ใช่หรือ"
"ใช่" เขายิ้มยั่ว "แต่ว่าวันนี้เป็นคิวของคุณ"
"ใครขอกัน" เสียงถามตวัดขุ่นข้อง
"อ้าว คุณไม่ได้รอผมอยู่หรอกหรือ"
"อย่าสำคัญตัวเองผิดอย่างนั้นซิ"
"แต่ผมรู้ว่าคุณเองก็คิดถึงผม" เขาพูดหน้าตาเฉย "ใจเราตรงกัน เราต่างก็รู้ดี"
"ฉันไม่อยากฟังอะไรแบบนี้ คุณกลับไปดีกว่า"
เธอทำท่าจะเดินหนี ร่างสูงลุกขึ้นมาขวาง ใกล้กันจนเธอรู้สึกถึงไออุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆ
"เอมมี่..." เสียงเรียกบอกความอาทร ดวงตาในใบหน้าคมเข้มทำให้เธอรู้สึกใจวูบ
เธอถอยห่างออกไปก่อนที่เขาจะทันแตะตัว เมินหน้าหนีซ่อนความหวั่นไหวไว้ในท่าทีกระด้างแข็งขืน
ได้ยินเสียงพูดอ่อน "อย่าปฏิเสธนะว่าคุณไม่ได้คิดถึงผม ผมรู้ว่าคุณเองก็ชอบผม
ถ้าคุณไม่รู้สึกอย่างนั้น ตอนนั้นคุณคงไม่"
"ฉันเสียใจในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น" น้ำเสียงขัดเจือกระด้าง "ฉันลืมมันไปหมดแล้ว"
"แต่ผมไม่ลืมนะ" "เพราะคุณไม่ยอมลืมน่ะซิ คุณไม่ยอมเลิกง่ายๆ ในเมื่อมันเป็นทางที่จะคอยรังควานคนอื่น
มันเป็นความสำราญอย่างหนึ่งของคุณ"
ชายหนุ่มนิ่งมอง แต่แล้วก็ยักไหล่ พูดยิ้มๆ "แล้วแต่คุณจะคิด"
เธอกัดริมฝีปากมองร่างสูงเดินกลับมาทิ้งตัวนั่งลงอย่างสบายอกสบายใจ เหลียวมองไปรอบๆ
"เฮอ นี่คุณอยู่คนเดียวจริงๆ เลยนะ ไม่มีใครเข้ามายุ่มย่ามเกะกะเลยสักคน.
.เป็นอย่างนี้อยู่เสมอเลยหรือเอมมี่ พอเธอไม่ตอบเขาก็แกล้งยั่ว "ถ้าอย่างนั้น เวลานายคมกริชมา คุณก็อยู่กันตามลำพังนะซิ"
"เขาไม่ได้มาบ่อยๆ หรอกค่ะ เขารู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร"
"แต่ผมไม่รู้... ผมเลือกที่จะไม่รู้ดีกว่านะ จะได้ทำอะไรได้ตามใจชอบ"
"ถ้าทำแล้วไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"
"แล้วมาหาคุณนี่ เป็นไรไหมล่ะ"
"เป็นค่ะ"
เขาหัวเราะ มองดูร่างบางซึ่งยืนอย่างห่างเหิน เรียกอ่อนโยน "เอมมี่...มานั่งนี่เถอะ"
"คุณบอกว่าจะมาธุระประเดี๋ยวเดียวไม่ใช่หรือคะ" เสียงถามราบเรียบไร้ไมตรี
"แต่คุณแม่คุณชวนให้ผมทานข้าวนะ"
"งั้นคุณก็ต้องทานคนเดียวหรือไม่ก็รอยายอะ เพราะเย็นนี้ฉันจะไม่ทานข้าว" "โอ้โฮ ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ เขาหัวเราะ ลุกขึ้นเดินมาจับแขนบางๆ ดึงให้มานั่งด้วย
อีกฝ่ายทำตามด้วยท่าทีแข็งขืน "อิ่มอกอิ่มใจที่ได้พบผมจนถึงกับทานข้าวไม่ลงเชียวหรือ"
"สำคัญตัวผิดอีกแล้วนะคะ" พูดพลางขยับตัวออกห่างร่างหนาที่นั่งข้างๆ "ไม่เป็นไร ปล่อยให้ผมคิดผิดไปเถอะ แต่ว่าคุณจะไม่ทานข้าวไม่ได้นะ คุณผอมลงไปรู้ไหม
แล้วสีหน้าก็ดูไม่ได้เลย เหมือนกับคนป่วยไข้ไม่สบาย"
"ฉันคงจะแย่ลงเรื่อยๆ ถ้าคุณยังตามตอแยอยู่อย่างนี้"
"อะไรกัน นี่คุณรำคาญผมถึงขนาดนั้นเชียวหรือ" เสียงถามผิดหวัง
อีกฝ่ายหันหน้าหนี แต่ชายหนุ่มก็เห็นจากใบหน้าด้านข้างว่าประกายตาของเธออ่อนลง
"ไม่เอาน่าเอมมี่ เขาเลื่อนกายตามเข้าไปใกล้จับมือบางไว้ "ผมเสียใจรู้ไหมถ้าคุณรู้สึกอย่างนั้น
อีกฝ่ายพยายามจะดึงมือออก แต่มือหนายิ่งกระชับยึดไว้ น้ำเสียงพูดออดอ้อน
"ผมไม่ได้คิดจะตามตอแยคุณ หรือรังควานเพราะเห็นเป็นเรื่องสนุกอย่างที่คุณพูดหรอกนะ
ผมมาเพราะใจปรารถนาแท้ๆ ผมคิดถึงคุณจริงๆ"
สีหน้าเธออ่อนลง หลบตาเพราะความรู้สึกสับสน "คุณลิตคะ
.." คำพูดอัดอั้นกำลังจะพร่างพรูก็ต้องหยุดชะงักเพราะเสียงใสๆ ที่ดังขึ้น
"โอ้โฮ วันนี้พี่ลิตมาได้
..!"
เอมอมรถึงกับสะดุ้ง อริยาเพิ่งก้าวเข้าประตู ชลิตปล่อยมือบางในทันที ลุกขึ้นยืนปั้นยิ้มกลบเกลื่อนต้อนรับ คมกริชเดินตามเข้ามา โชคดีที่เขาตามอยู่ข้างหลังเด็กสาวซึ่งส่งเสียงเข้ามาก่อน
ทั้งคมกริชและอริยาจึงไม่ได้เห็นภาพก่อนชลิตจะปล่อยมือเอมอมรจังๆ
"สวัสดี อะ สวัสดีครับคุณคมกริช" คมกริชมีสีหน้าเครียดลง มองเอมอมรอย่างระแวงเมื่อจับได้ถึงความผิดปกติในสีหน้าของเธอ
"สวัสดีครับ" น้ำเสียงตอบรับเป็นการเป็นงาน เขาพยักหน้าให้หญิงสาว
"สวัสดี เอม"
"พี่คม" เธอยกมือไหว้พลางทักเสียงแผ่ว มองหน้าชายหนุ่มผู้มาใหม่ไม่สนิท "อะพบพี่คมกลางทาง เลยไปเดินดูของซื้อกันค่ะ ซื้อขนมเค้กมาฝากพี่เอมด้วย" อริยาเล่า
"พี่ลิตคะ ประเดี๋ยวทานข้าวด้วยกันนะ"
"ครับผม
"วันนี้ทำไมพี่ลิตมาได้ล่ะคะ พี่เพ็ญไม่อยู่หรือ"
เอมอมรมองคมกริช ใบหน้าขรึมเครียดก่อความรู้สึกไม่สบายใจให้เธอ อริยายังทับถมญาติซึ่งเคยเป็นคนรักของเขา
อย่างไม่นึกถึงใจใคร
"ไปเที่ยวอีกละซี พี่เพ็ญก็ยังงี้แหละ ตั้งแต่มาเข้ากลุ่มกับพี่รักนี่ เที่ยวกันใหญ่เลย"
"อะ..." พี่สาวต้องปราม อริยาไม่สนใจ "อะไปล้างหน้าก่อนนะคะ" เธอหันมาชวนชายหนุ่ม
"พี่คมคะ ไปล้างหน้าล้างตาก่อนไหม"
คมกริชเดินตามไป เป็นการแสดงว่าเขาสนิทสนมกับพวกเธอเป็นอย่างดี
|