แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 15
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)
"เอม...ดูที่นี่หน่อยซีจ๊ะ ลูก"

เอมอมรหันมาตามเสียงเรียก คุณอรอนงค์อยู่ในชุดเสื้อกระโปรง ตัดด้วยผ้าไหมสีน้ำตาลแดงเข้ากันดี
กับสีผิวนวลเนียนของเธอ เธอแต่งหน้าและทำผมแล้วน้ำหอมอย่างดีส่งกลิ่นกรุ่นกำจาย

"อะไรคะแม่"

เธอชี้ที่ลวดลายปักบริเวณเหนือทรวงอก
"หนูว่าลายปักสองข้างนี่มันเท่ากันไหม"
หล่อนมองดูอยู่ครู่หนึ่ง "ก็เท่ากันนี่คะ"
"แน่หรือจ๊ะ ดูให้ดีๆ ซิ แม่ว่าตรงข้างนี้ลายและสีมันเพี้ยนไปนะ"
"จริงซีนะคะ เป็นอย่างแม่พูดจริงๆ แต่ถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็นหรอกค่ะ"
อีกฝ่ายบ่นอย่างไม่สบใจ "เฮ้อ...ไม่อยากเชียว อย่างนี้จะใส่เข้าไปได้ยังไง"
"โธ่ แม่ คงไม่มีใครเขามานั่งจ้องจับสังเกตหรอกค่ะ มองเผินๆ ไม่เห็นจริงๆ ค่ะ"
"แต่แม่ไม่อยากจะใส่แล้วละ แหม จะทิ้งก็เสียดาย เพิ่งตัดมาใหม่ๆ"

แม่เธอละเอียดประณีตกับการแต่งกายเสมอ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เห็นเป็นเรื่องใหญ่ เป็นนิสัยที่ติดตัวมานาน
สมัยที่ยังร่ำรวยแม่ทิ้งของดีๆ มีราคาเพียงเพราะตำหนิเล็กน้อย เดี๋ยวนี้เธอต้องกล้ำกลืนฝืนใจใช้ของมีตำหนิ
และเครื่องประดับที่เลียนของจริง

หญิงสาวนึกสงสารเห็นใจแต่ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง

"แม่จะไปข้างนอกหรือคะ"
"จ้ะ วันนี้คุณนิยมเขาจะเลี้ยง"
เอมอมรรู้สึกถึงความกระดากขวยอายที่แฝงเร้นอยู่ในน้ำเสียงนั้น
ไม่ต้องถามคุณอรอนงค์ก็พูดออกมาเองว่า
"ไม่ได้มีโอกาสอะไรเลย ไปเลี้ยงเฉย ๆ เพียงสองต่อสองเท่านั้นด้วย"

นิยมคือชายวัยกลางคนนักธุรกิจร่ำรวยซึ่งมาติดพัน ทว่าเขามีครอบครัวแล้ว และภรรยาเขาก็เป็นลูกหลานนักการเมือง
ผู้เรืองอำนาจ ซึ่งมีความกว้างขวางในวงสังคมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดี เธอผู้นั้นและมารดาของเธอก็พบแล้วทักทาย
พูดคุยกันในงานสังคมอย่างสนิทสนม

แม่เคยกลัวคำครหาเป็นที่สุด แต่บัดนี้ เธอกำลังก้าวเข้าไปหามันอย่างลืมตัว

คุณอรอนงค์ยังไม่หมดธุระที่หน้ากระจกแต่งตัวที่ชั้นบน เมื่อรถเยอรมันคันใหญ่แล่นเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้าน
เธอใช้เวลาเนินนานอยู่ที่หน้ากระจกเสมอ สังขารที่ร่วงโรยตามวัยก่อให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในตนเอง
แม้เมื่อเปรียบเทียบกับสตรีในวัยเดียวกัน เธอจะมีความงดงามกว่าอยู่มากก็ตาม

เอมอมรนั่งอยู่ข้างล่างจึงลุกออกไปต้อนรับ

"อ้าว สวัสดี หลานสาว"

เขารับไหว้ทักทาย ร่างสูงดูสง่าปราดเปรียวท่าทางคล้ายผู้ใหญ่ใจดี แต่ดวงตาเข้มคมประดุจตาเหยี่ยว
มักมองสำรวจหญิงสาวและเก็บรายละเอียดอย่างรวดเร็วเสมอ เขาคิดว่าเธอเป็นเด็กขรึมๆ พูดน้อย
ไม่คล่องแคล่วอ่อนหวานอย่างแม่และ ไม่เบิกบานร่าเริงเหมือนน้องสาว แต่เขาก็เห็นว่าเธอสวย

"คุณแม่แต่งตัวเสร็จแล้วหรือยัง"
"จะเสร็จแล้วค่ะ เชิญคุณลุงนั่งก่อนซีคะ"
ร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้นวมตัวหนึ่ง หญิงสาวเดินไปยกน้ำเย็นมาให้ เขากล่าวขอบใจ เห็นเธอยังสวมเสื้อกระโปรงชุดนักศึกษาก็ชวนคุย
"เพิ่งกลับจากมหาวิทยาลัยหรือจ๊ะ"
"ค่ะ"
"เรียนเป็นยังไง ใกล้จะจบอยู่แล้วซิ"
"เรียนปีนี้เป็นปีสุดท้ายค่ะ"
"น่ายินดี แล้วหนูอะล่ะ"
"อะเพิ่งเข้าเรียนปีแรกค่ะ"
"อ้อ ยังต้องเรียนอีกนาน ว่าแต่เอมเถอะ จบแล้วจะทำอะไร"
"ยังไม่ได้คิดเลยค่ะ"
"ถ้าจะทำงานละก็บอกลุงนะ ลุงมีงานดีๆ ทำสบายๆ แต่ได้เงินเดือนแยะๆ จะเสนอ"
"แหม งานอะไรคะจะดีอย่างนั้น" เธอถามเจือหัวเราะ
"อ๊ะ... เอมไม่เชื่อหรือ ลุงมีงานแบบนั้นให้ทำจริงๆ นะ"

สีหน้าแย้มยิ้มน้ำเสียงหยอกเย้าบอกความเป็นกันเอง แต่อะไรบางอย่างทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจ
เธอหวังว่าจะไม่ต้องพึ่งพาเกี่ยวข้องกันให้มากนัก

คุณอรอนงค์ลงมาจากชั้นบน ยิ้มหวานให้อาคันตุกะซึ่งลุกขึ้นยืนต้อนรับ

"คุยอะไรกันอยู่คะ"
"โอ้โฮ คุณอรสวยจังเลยครับ” เขาร้องทัก มองเธอด้วยดวงตาเป็นประกาย
คุณอรอนงค์ยิ้มหวานระคนขวยเขิน "ก็ต้องแต่งให้สวยซีคะ จะควงคนสำคัญทั้งทีนี่"
"แต่ผมว่าถึงไม่แต่งก็คงยังสวยอยู่ดีนะฮะ"
"อุ๊ย...ตาย..." เธอหัวเราะชอบใจ ชม้อยตาหวานให้คนพูด
"ผมกำลังทาบทามให้เอมทำงานด้วย" เขายังติดใจเอมอมร
คุณอรอนงค์ทำตาโตยินดี "แหม ดีจัง" เธอหันมาหาลูกสาว
"เอมฝากตัวกับคุณลุงเลยซิลูก คุณลุงมีช่องทางธุรกิจมากมายต้องมีงานดีๆ ให้ลูกทำแน่ๆ เลย"

รอยยิ้มอ่อนๆ ไม่บอกความยินดีลิงโลด นิยมสังเกตรู้อยู่เงียบๆ ด้วยความรู้สึกไม่ถูกใจนัก ถ้าเป็นคนอื่นคงกระโดด
เข้ากราบที่อกเขาและคาดคั้นหมายมั่นอยู่นั่นแล้ว งานดีๆ เงินเดือนสูงๆ ที่มีเขาเอ็นดูสนับสนุน ใครๆ
ก็ย่อมจะต้องอยากได้

สาวบางคนยอมแลกเปลี่ยนสิ่งที่ควรหวงให้ง่ายๆ เสียด้วยซ้ำ

"แม่คงจะไม่กลับดึกนักหรอกจ้ะลูก" คุณอรอนงค์สั่งเสียลูกสาวซึ่งเดินออกมาส่งที่ลานเทอเรซ
นิยม ซึ่งเดินเคียงมาข้างๆ มองเอมอมรยิ้มๆ ถามหยอกเย้า
"อยู่บ้านคนเดียวคงไม่กลัวนะ เอม"
"ไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกค่ะ มีคนขับรถ แม่ครัว คนทำงานบ้านรวมแล้วตั้งหลายคน "
"ยายเอมแกเคยแล้วค่ะ แล้วประเดี๋ยวยายอะก็กลับ บางวันกลับเร็วแต่บางวันก็กลับค่ำ"
"คุณแม่ก็ไม่ได้หวงลูกสาวเลยนะ"
"หวงแล้วจะทำยังได้ล่ะคะ ตัวของเขา เราไปบังคับเขาได้ที่ไหน ไม่ใช่เด็กๆ กันแล้ว"
"นี่ดีนะที่ลูกๆ เป็นเด็กน่ารัก” รอยยิ้มแพรวพรายส่งให้หญิงสาวเยาว์วัยอย่างเจาะจง

เอมอมรรู้สึกไม่ปลอดโปร่งใจนัก รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าเขาไม่ใช่คนจริงใจแต่เป็นนักธุรกิจที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ
เสมอกับสิ่งที่เขาเล็งเห็นผลได้ตอบแทน เธออยากให้แม่ห่างจากเขา รู้ว่าแม่เธอไม่ใช่คนที่รู้เท่าทันคน
แล้วยังใจอ่อน หวั่นไหวง่าย และไร้เดียงสาในหลายๆ เรื่องอีกด้วย

"ต้องชมแม่ถึงจะถูก ที่เลี้ยงลูกได้ดี” หนุ่มสูงวัยหันไปป้อนคำหวาน
คุณอรอนงค์หัวเราะคิกคัก ความสุขฉายอยู่ในใบหน้า
"แม่ดีลูกก็ต้องดีซีคะ" เธอแกล้งเยินยอตัวเองเป็นเชิงให้ขบขัน
เขาทำสีหน้าจริงจัง "อ้าว...จริงนะ เขาเรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวยังไงล่ะ"
รถยุโรปคันใหม่สีฟ้า เลี้ยวเข้าประตูมา ครั้นเห็นรถเบ๊นซ์คันใหญ่จอดอยู่ก่อน
ก็แทรกเข้าจอดใกล้ๆ กัน คุณอรอนงค์จ้องมองอยู่ตั้งแต่แรก
"แน่ะ คุณชลิต..." เธออุทานออกมา

page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81