|
เพ็ญระพีอยู่ในเครื่องแบบนักศึกษา ยังวันอยู่แท้ๆ เมื่อหล่อนขับรถมาหาเขาที่บริษัท ชายหนุ่มทำงานที่บริษัทนี้ในฐานะบุตรชายของเจ้าของ บิดาของเขามีอายุเพียงห้าสิบปีเศษ
แต่ว่าสุขภาพไม่แข็งแรง พอลูกชายกลับมาจากเมืองนอกจึงถือโอกาสมอบหมายงานให้ดูแลหวังว่า
มันจะไม่ทำให้เขาหนีหายไปทางไหนนานๆ อีก
เพ็ญระพีทำท่าอึดอัดขัดใจ จนชายหนุ่มต้องถาม
"โกรธใครมาครับ คุณเพ็ญ"
"เปล่าหรอกค่ะ... เพ็ญหงุดหงิดเท่านั้นเอง"
"หงุดหงิดเรื่องอะไรฮะ"
"เปล่าค่ะ"
"อ้าว" เขาร้อง แล้วก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ท่าทีของชายหนุ่มทำให้อารมณ์ของหล่อนดีขึ้น มีโทรศัพท์มาถึง หล่อนนิ่งฟัง จับใจความได้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานของเขา เขาทำให้หล่อนรู้สึกทึ่งจับใจ
อยู่ทุกวัน ผู้ชายหนุ่มรูปหล่อคนนี้ไม่ใช่ธรรมดาเลยแล้วยังมีท่าทีกับหล่อน แล้วจะไม่ให้หล่อนฟุ้งซ่าน
หึงหวงได้อย่างไร
"คุณลิตกำลังงานยุ่งหรือคะ เพ็ญมาขัดจังหวะใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเพ็ญกลับก่อนดีกว่านะคะ"
"ไม่เป็นไรฮะ คุณเพ็ญก็... เกรงใจไปได้ ว่าแต่คุณเพ็ญมีอะไร ทำไมมาถึงที่นี่
"เพ็ญไม่สบายใจมีเรื่องอยากคุยด้วยค่ะ"
"งั้นไปข้างนอกกันดีไหมครับจะได้สบายใจขึ้น"
"อ้าว แล้วงานคุณลิตไม่เสียหรือคะ"
"ถึงเสียก็จะทำไมล่ะ ใจเรารักจะไปเสียอย่าง" เขาพูดยิ้มๆ อย่างหยอกเย้าทำให้หล่อนยิ้มออกมาได้
ชั่วครู่เขาก็จัดการสั่งงานเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พาหล่อนนั่งรถออกมาจากอาคารที่ทำงาน ดูเอาเถอะ
เขาให้ความสำคัญถึงเพียงนี้แล้วจะไม่ให้หล่อนเข้าใจผิดอย่างไรได้
หญิงสาวเขี่ยอาหารในจานอย่างไม่รู้สึกหิวโหย เบื้องหลังของหล่อนคือน้ำตกจำลองขนาดเล็ก
ทั่วบริเวณนั้นร่มครึ้มไปด้วยพันธ์ไม้ ที่นั่นเป็นสวนอาหารซึ่งอยู่ในย่านอันเจริญของเมืองหลวง
การตกแต่งสถานที่เป็นไปอย่างประณีตงดงาม แข่งขันกับอีกหลายแห่งที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน
"ทำไมวันนี้เลิกเรียนแต่วันล่ะครับ" เขาชวนคุย
อีกฝ่ายหนึ่งย่นจมูก "ขี้เกียจค่ะ ไม่มีอารมณ์อยากเรียน "
"แหม นักเรียนสมัยนี้
.." เขายกนิ้วโป้งชูให้ หล่อนค้อนวาบ "จะเอาอะไรกันนักหนาล่ะคะ เรียนจบแล้วจะได้เอาวิชาความรู้ไปใช้หรือก็เปล่า
เพ็ญไม่ได้คิดจะเป็นนักวิชาการนี่"
"จบแล้วตั้งใจจะทำอะไรล่ะครับ"
"เพ็ญคงไปเรียนต่อเมืองนอก สมรักก็ว่าจะไป" หล่อนไม่วายเอ่ยถึงคู่แข่ง
"ไปเรียนอะไรต่อฮะ ไหนว่าไม่อยากเป็นนักวิชาการ"
"คงจะเรียนพวกบริหารละมังคะ"
ท่าทางของหล่อนทำให้ชายหนุ่มถามอย่างเอาใจ "อาหารไม่อร่อยหรือฮะ สั่งอย่างอื่นมาเพิ่มอีกไหม"
"ไม่ละค่ะ เพ็ญไม่อยากกินอะไรสักอย่าง"
"เป็นยังไงไปครับวันนี้"
หล่อนนิ่งไปนิดหนึ่งก็ถามออกมาตรงจุด "เพ็ญอยากรู้ว่า คุณลิตมีอะไรกับสมรัก"
อีกฝ่ายชะงัก แล้วหัวเราะ "มีอะไรยังไงครับ" "ก็ไม่รู้ซีคะ เห็นเขาเที่ยวได้เอาสร้อยเส้นใหม่ไปอวดเพื่อนๆ พูดเรื่องที่ไปเต้นรำกันสองต่อสอง
แล้วก็พูดเป็นนัยๆ ว่า"
"ว่ายังไงครับ" นัยน์ตาเขาพราวขณะยิ้มพรายคอยฟัง หล่อนขัดอกขัดใจ อยากจะทุบตีหยิกข่วนให้สมกับความขุ่นเคืองนัก เสียงถามตวัดแง่งอน
"คุณลิตให้สร้อยเส้นใหม่กับสมรักเขาอีกทำไมคะ" "อ๋อ...สร้อย..." เขาคิดแต่งปั้นเรื่องขึ้นมาเล่า
"ก็ไม่มีอะไรนี่ฮะ ผมเห็นว่าสร้อยที่ผมให้คุณรักแต่แรกเหมือนของที่คุณเอมทำหาย
ผมก็เลยหาเส้นใหม่ไปเปลี่ยนคืนเท่านั้นเอง สร้อยทั้งสองเส้นนั้นไม่มีความสำคัญสำหรับผมหรอกฮะ
แต่ว่ามันมีสำหรับคุณเอม ในเมื่อผมไม่ได้ลำบากอะไร ช่วยใครได้ผมก็อยากจะช่วย" "เอ๊ะ นี่คุณลิตทำเพื่อเอมหรือคะ" หล่อนถามอย่างแปลกใจ
"ทำไมล่ะคะ คุณลิตเพิ่งจะรู้จักกับเอมแท้ๆ แล้วสร้อยของเอมก็ไม่ใช่ว่าจะแพงนักหนา
แค่ทองคำขาวฝังเพชรเม็ดเล็กๆ เทียบกันได้ยังไงกับเส้นที่คุณลิตให้กับแม่รักเส้นใหม่นั่น"
"ตัวเงินไม่สำคัญเท่าคุณค่าทางจิตใจหรอกครับ คุณเพ็ญ" "แต่ถึงยังไงก็เถอะ คุณลิตเพิ่งจะรู้จักกับเอม ทำไมจะต้องเอาใจกันถึงเพียงนี้"
หล่อนมองเขาอย่างสงสัย "เพ็ญชักไม่อยากไว้ใจคุณลิตเสียแล้ว"
"โธ่ ผมมีอะไรไม่น่าไว้ใจกันฮะ" "คุณจะแก่พลีสผู้หญิงเกินไปหน่อยแล้วนะคะ ระวังเถอะ ถ้าเอมเขาเกิดเคลิ้มขึ้นมาอีกคนละก็
มันจะยุ่งกันใหญ่"
เขาหัวเราะ "ผมไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นสักหน่อยนี่นา" "ถ้าอย่างนั้นคุณเจตนาอะไรล่ะคะ หรือว่าเอาเอมมาเป็นข้อแก้ตัว ที่แท้คุณก็ซื้อให้แม่รักนั่นแหละ"
หล่อนเวียนมาโวยวายที่เก่า "โธ่... เอาอย่างนี้ดีกว่า ถึงยังไงผมก็ให้สร้อยคุณรักไปแล้ว แล้วก็ได้สร้อยที่เหมือนของคุณเอมคืนมาแล้ว
ด้วย คุณเพ็ญช่วยเอาไปให้เธอหน่อยได้ไหม จะบอกคุณเอมว่ายังไงก็สุดแล้วแต่คุณเพ็ญก็แล้วกัน
ผมทำเพราะเห็นว่าเธอเป็นญาติของคุณเพ็ญแท้ๆ ไม่ได้คิดอย่างอื่น..."
สีหน้าคนฟังดีขึ้น "หมายความว่าคุณลิตทำเพื่อเพ็ญหรือคะ"
"ก็งั้นซีฮะ" เขารับสมอ้างหน้าตาเฉย "อ๋อ...โธ่ คุณลิต" หล่อนหัวเราะออกมาได้ บีบแขนเขาอย่างซาบซึ้งใจ
"ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ทีหลังอย่านะคะ เพ็ญขอร้อง...
สร้อยนั้นก็เหมือนกัน ไม่ต้องให้เอมเขาหรอก มันไม่ใช่ของเขา ถึงจะเหมือนกันแต่เขาก็คง
จะไม่เอาหรอกค่ะ"
เพ็ญระพีอารมณ์ดีขึ้น ลืมเรื่องหงุดหงิดบาดหมางใจไปหมด พูดคุยหัวร่ออย่างเบิกบานใจผิดกับทีแรก
หล่อนเลือกเพลงโปรดฟังพลางร้องคลอ ชายหนุ่มผิวปากและร้องตาม
"ดูเหมือนคุณลิตชอบฟังเพลงมากนะคะ" หล่อนถาม
"ชอบฮะ มันช่วยให้หายเหงา"
"คุณลิตน่ะหรือคะเหงา" เขายิ้มแทนคำตอบ คนอย่างเขาไม่น่าจะเหงา แต่ลึกๆ ในหัวใจ เขาขาดอะไรไปบางอย่างที่ในบางครั้ง
แม้อยู่ท่ามกลางผู้คนก็ยังรู้สึกเคว้งคว้างโหยหา "แหม นี่ถ้าไม่ติดว่าแต่งเครื่องแบบอยู่ละก็เพ็ญจะชวนคุณลิตไปฟังเพลงต่อ รู้ไหมคะ ที่ท้ายรถของเพ็ญ
มีเสื้อผ้าไว้สำหรับเปลี่ยนด้วย พวกเราเป็นกันอย่างนี้แหละ บางทีว่างๆ ไม่อยากกลับบ้านก็ไปเที่ยวกันต่อ
ถ้าไม่มีชุดก็เข้าร้านไปซื้อเปลี่ยนกันเลย"
"อิสระเสรีดีนะฮะ แล้วเอาเวลาที่ไหนดูหนังสือ" "ก็ช่วยกันดูเวลาใกล้สอบค่ะ เวลามีการบ้านมีรายงานทำมากๆ ก็ขยันเสียทีหนึ่ง ความจริงอาจารย์กำหนด
หนังสืออ่านประกอบให้เยอะแยะ แต่พวกเราไม่ค่อยจะได้อ่านกันหรอก เพราะเอาเข้าจริง
ก็ไม่เห็นจะเคยออกสอบเลย"
"หนังสือพวกนั้นเขาให้อ่านเพื่อเสริมฐานความรู้ในวิชานั้นๆ ให้กว้างขวางขึ้นไม่ใช่หรือฮะ" "ก็ใช่ละค่ะ แต่อย่างที่บอกละ เพ็ญไม่ได้คิดจะจบออกมาเป็นนักวิชาการ จะรู้มากไปทำไมกัน
เอาแค่สอบผ่านจบออกมาได้ก็สบายใจแล้ว ยังไงๆ ก็ได้ปริญญาเหมือนกันนั่นแหละ"
เขาหัวเราะหึๆ จะมีสักวันหนึ่งไหม ที่หล่อนนึกเสียดายวันเวลาและโอกาสที่ผ่านเลยไป
เขาพาหล่อนมาถึงบ้าน แล้วก็นั่งคุยด้วยอยู่นาน บิดาและมารดาของหล่อนเต็มใจต้อนรับเขาเป็นอย่างดี
เมื่อเขาลากลับ ท่านก็กำชับกำชานักหนาให้แวะเวียนมาอีก
ชายหนุ่มพารถแล่นจากมา ในใจกลับนึกไปถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กัน เขาเลี้ยวรถไปในทิศทาง
ของบ้านใหญ่ที่เธอผู้นั้นอาศัยอยู่ทันที
เธอจะต้อนรับเขาหรือเปล่า
บ้านหลังใหญ่เปิดไฟสว่าง เขาเห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดเป็นเด่นอยู่ใกล้ระเบียงด้านหน้า จำได้ว่ามันเป็นรถของคน
ที่ชื่อว่าคมกริช
อารมณ์ร้อนรุ่มกรุ่นกระจายขึ้นในทันที เขาแล่นรถผ่านเลยไป หาที่กลับแล้วเร่งความเร็วผ่านบ้านหลังนั้น
ด้วยความเร็วค่อนข้างสูง
|