|
สมรักมองสร้อยทับทิมรูปหัวใจล้อมเพชรด้วยความพึงพอใจ ยิ้มสดใส ดวงตาเป็นประกายวาววับ
"สวยจังเลยค่ะ คุณลิต"
"คุณรักชอบไหมล่ะครับ"
"ชอบมากเลยค่ะ" "ผมเอามาเปลี่ยนกับเส้นนั้น" เขาชี้ที่คอหล่อน
"สร้อยทองคำขาวรูปหัวใจคู่แขวนนิ่งดูยังไงก็อดรู้สึกขัดตาไม่ได"
"หรือคะ ต๊าย" หล่อนหัวเราะ "คุณลิตนึกยังไงขึ้นมาล่ะคะ"
"ผมว่าเส้นนี้เหมาะกับคุณรักมากกว่าฮะ"
เขาพูดยิ้มๆ นัยน์ตาแพรวพราย สมรักหัวเราะอย่างพึงพอใจ "แหม คุณลิตนี่ใจดีจังเลย ได้ซีคะ แต่คุณลิตต้องถอดเองนะ"
หล่อนหันหลังให้เขาทันที ใช้ปลายแขนเรียวขาวเปิดผมให้สูงขึ้นโดยจงใจให้มันสะบัดถูกเขาด้วย
"แล้วต้องใส่เส้นใหม่ให้ด้วยนะคะ" ชายหนุ่มทำตามยิ้มๆ ถึงเนื้อหนังจะสัมผัสถูกกันบ้างก็ช่างปะไร ในเมื่อทั้งเขาและตัวหล่อน
ต่างก็พอใจอย่างนั้น
"เสร็จแล้วครับ" "แหม คุณลิตนี่น่ารักจริงๆ ขอบคุณมากนะคะ" หล่อนจงใจกราบที่อกหนาท่าทีชดช้อย
"ที่จริงสร้อยเส้นนั้นก็น่ารักมากนะคะ ถึงไม่มีค่ามากเท่าไหร่ แต่ในเมื่อเป็นของที่คุณลิตให้ รักก็ชอบทั้งนั้น" เขายิ้มใส่ตาหล่อน ประคองสร้อยของเอมอมรไว้ในมือก่อนจะหย่อนลงในกระเป๋าเสื้อ
"มันไม่เหมาะกับคุณรัก สู้เส้นนี้ไม่ได้หรอกฮะ"
"นี่เพ็ญรู้หรือเปล่าคะ ที่คุณลิตซื้อสร้อยเส้นนี้ให้รัก"
"ไม่รู้หรอกครับ ทำไมหรือ" " ดีแล้วละค่ะอย่าให้รู้เลย รักไม่อยากให้เขาผิดหวัง คุณลิตรู้ไหมเข็มกลัดที่คุณลิตซื้อให้นั่น
เพ็ญเขาเที่ยวอวดใครต่อใครทั่วไปหมด พูดเป็นทำนองว่าคุณลิตให้เขาด้วยความพิศวาส"
"โอ้โฮ ถึงอย่างนั้นเชียวหรือ"
"แล้วจริงหรือเปล่าคะ"
ชายหนุ่มอมยิ้ม สมรักทำสีหน้าเง้างอด "คงจริงละซิ"
"ผมยังไม่ได้พูดอย่างนั้นนักหน่อย"
"แต่คุณก็ไม่ได้ปฏิเสธนี่คะ"
"ผมไม่รู้ใจตัวเองน่ะฮะ" เขาแกล้งยั่ว "แหม ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าคุณลิตชอบเขามากน่ะซี ไม่ยอมละ ถอดสร้อยคืนไปดีกว่า
" หล่อนทำท่าจะกระทำดังนั้นจริงๆ
เขาจับมือหล่อนไว้ "โอ๊ะ อย่าครับ คุณรัก ผมให้คุณแล้วนี่" ฝ่ายนั้นทำสีหน้าเง้างอนทั้งที่รู้สึกใจมาเป็นกอง
"คุณดีแต่เที่ยวซื้อของขวัญแจกผู้หญิง ไม่รู้ว่าจะหว่านเสน่ห์ไปถึงไหน"
"ผมหว่านกับคนบางคนเท่านั้น" "เลิกเสียไม่ได้หรือคะ ไม่ดีหรอกมันบาป" หล่อนออดอ้อน
"จะรักใครชอบใครก็จริงจังกับเขาเพียงคนเดียวเถอะค่ะ"
น้ำเสียงชายหนุ่มจนใจ "ผมยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะรักใครดีนี่ครับ"
สมรักอยู่ในเสื้อผ้าชุดใหม่ ซึ่งเหมาะสำหรับจะสวมใส่ยามค่ำคืน แต่งหน้าจัดและทำผมทรงรุ่ยร่ายล้ำสมัย
คอเสื้อลึกกว้างอวดสร้อยทับทิมล้อมเพชรเส้นใหม่ ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจซื้อให้หล่อนแต่แรก
แต่ก็ไม่รู้สึกขัดตาเท่าเมื่อเห็นหล่อนสวมสร้อยของเอมอมร
หล่อนถือแก้วเหล้าเอียงร่างแอบอิงร่างอุ่นหนาอย่างสนิทสนม หล่อนชวนเขาออกมาฉลองสร้อยเส้นใหม่
หลังจากทานอาหารแล้วก็มานั่งฟังเพลงในไนท์คลับแห่งนี้ หล่อนกินเหล้าหมดไปหลายแก้วแล้ว และกำลังเมา
หรือไม่เช่นนั้นก็แกล้งทำเป็นเมา ดวงตาคู่สวยหรี่ปรือ ร้องเพลงคลอกับวงดนตรี สลับเป็นพักๆ ด้วยเสียงหัวเราะคิกคักรื่นรมย์
ผู้หญิงล้ำสมัยมั่นใจในตัวเองเกินอายุอย่างสมรักไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับชายหนุ่มซึ่งใช้ชีวิตในแดนเสรี
นานหลายปี เขาพอใจด้วยซ้ำที่หลายเดือนนับจากกลับมาอยู่เมืองไทย ก็ได้พบกับผู้หญิง
ประเภทเดียวกับที่เคยคุ้นมาก่อน
"รักมีความสุขจังเลย คุณลิตคะ วันนี้เป็นครั้งแรกนะที่เราได้ออกมาด้วยกันตามลำพังสองต่อสอง"
"ใช่ฮะ"
"แล้วกับเพ็ญล่ะคะ คุณลิตเคยมากับเขาอย่างนี้ไหม"
"มาแบบนี้ยังไม่เคยมากันตามลำพังฮะ" หล่อนหัวเราะ "ดีแล้วละค่ะ อย่าพามาเลย เพ็ญยังเป็นเด็กเกินไป จิตใจยังคับแคบ
ถ้าคุณลิตหลวมตัวพาเขามาตามลำพังแบบนี้ เขาอาจจะเข้าใจว่าคุณลิตจริงจังกับเขาก็ได้"
"แล้วคุณรักเล่าครับ เข้าใจยังไง" เขาถามยิ้ม ๆ
อีกฝ่ายลากเสียง "ม่ายบอก... แต่รักไม่ใช่คนคับแคบก็แล้วกัน"
"ไม่รู้ว่าวิโรจน์จะคิดอย่างคุณรักหรือเปล่าน่ะซีครับ
"วิโรจน์
" หล่อนเบ้ปากพลางยกไหล่ "เขาจะคิดยังไงก็ช่างเป็นไร เขาไม่ใช่คนพิเศษของรักสักหน่อยนี่"
"อ้าว ทีแรกผมคิดว่าใช่นะ"
"ไม่ใช่ค่ะ ไม่มีใครพิเศษสำหรับรักหรอก หล่อนยิ้มมีนัย เอียงไหล่เขามาชนไหล่เขา แต่ว่าคนนี้ไม่แน่นะ"
เขายิ้มยั่วเย้า "แต่ผมไม่อยากจะเป็นนะครับ"
"ทำไมคะ"
"กลัวจะผิดหวัง" "แหม คุณลิตก็
.." หล่อนโยนกายชนเขาอีกครั้ง "อืม รักก็ไม่รับประกันเหมือนกันว่า
คุณลิตจะผิดหวังหรือเปล่า แต่ว่าคุณลิตจะไม่ลองเสี่ยงดูหรือคะ"
ดนตรีบรรเลงจังหวะช้า กังวานอ่อนหวานไพเราะชวนฝัน สมรักมองดูชายหนุ่มอยู่ในความมืด เห็นแสงระยับ
สะท้อนออกมาจากดวงตาของเขา
จู่ๆ เขาก็หันข้างให้ ดวงตาที่ทอดมองออกไปราวกับกำลังเหม่อลอยคิดถึงเรื่องอื่น
เขาช่างเป็นผู้ชายที่แปลกประหลาดเสียจริง หล่อนรู้สึกไม่สบใจ ก็ดูเอาเถิด หล่อนนั่งอยู่ตรงนี้ เชิญชวนอย่างเต็มที่
อยู่แท้ๆ แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะฉกฉวย ไม่ทำแม้แต่จะโอบแขนมาข้างหลัง หรือจับมือหล่อนเกาะกุมไว้อย่างที่ผู้ชาย
เขาน่าจะทำกัน หรือว่าเขามีใครอยู่ในหัวใจ หล่อนหวังว่าคงไม่ใช่เพ็ญระพี
"กำลังคิดอะไรอยู่คะ"
ใบหน้าคมหันมา รอยยิ้มปรากฏอยู่ในดวงตาช่างเล่น "กำลังฟังเพลงอยู่ครับ"
"เพลงเพราะจังเลยนะคะ ไปเต้นรำกันดีกว่า"
ร่างสูงหนาลุกขึ้นโดยดี
ในฟลอร์เต้นรำ หล่อนเคลื่อนกายเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนเขา ยิ่งนานไป ร่างทั้งสองก็ยิ่งชิดใกล้จนแทบเป็นเนื้อเดียว
หล่อนวางมือโอบอยู่รอบคอเขา ซบหน้าลงกับแผ่นอกหนาอย่างแสนสุข
ชลิตหลับตาด้วยความรู้สึกหวั่นไหว ร่างในอ้อมแขนของเขาอุ่นระอุ สมบูรณ์ไปด้วยเลือดเนื้อ เย้ายวนและเชิญชวนอยู่
อย่างไม่ต้องสงสัย เขาคงจะไม่รีรอหากหล่อนไม่ใช่ลูกสาวของคนที่มีหลักฐานฐานะมั่งคั่งขนาดนั้น
หากเขาเผลอตัวเผลอใจทำอะไรลงไป มันอาจผิดพลาดกลายเป็นโซ่รัดคอ
เขาจะปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้นได้อย่างไร ในเมื่อเขายังไม่ได้ปลงใจรักหล่อน ดูเหมือนว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาระวังตัว
การปล่อยตัวปล่อยใจอาจนำมาซึ่งปัญหา
เขาเพิ่งจะได้คิดว่าหากเขาจะต้องรับผิดชอบใครสักคน คนนั้นจะต้องเป็นคนที่เขารัก
สมรักนั่งเงียบมาในรถ หล่อนชวนเขาออกมาจากไนท์คลับ อ้างว่าอยากจะกลับบ้าน เขาก็ช่างกระไรขับรถบ่ายหน้าตรง
กลับบ้านของหล่อนจริงๆ โดยไม่ไถ่ถามชักชวนเสนอทางเลือกอื่น หล่อนขุ่นเคืองขัดใจ คนอะไรโง่เง่าเต่าตุ่น
ทำเหมือนไม่มีเลือดเนื้อ ไม่มีความรู้สึกรู้สม หรือจะต้องให้หล่อนชี้นำตลอดหมดทุกขั้นตอน
หล่อนคิดหงุดหงิดอยู่คนเดียว
เขาจอดรถที่หน้าประตูใหญ่ หันมายิ้มให้ ไม่ทำแม้แต่จะขอจุมพิตร่ำลา แตกต่างจากผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
ซึ่งเขาปรารถนาจะจุมพิตเธออย่างเหลือเกิน
สมรักฝืนยิ้มตอบ
เขารู้ว่าหล่อนผิดหวัง และแปลกใจตัวเองครามครันที่ช่างเมินเฉยผู้หญิงสวยที่ยินยอมพร้อมใจคนนี้
เขาพารถแล่นไปตามถนนที่มืดและเงียบ สร้อยเส้นน้อยนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าเสื้อ นึกถึงสตรีที่เป็นเจ้าของ
เธอคงจะดีใจที่ได้มันกลับคืน อย่างน้อยก็ไม่ต้องแสลงใจที่ได้เห็นมันแขวนอยู่บนลำคอของสมรัก
ชายหนุ่มแปลกใจตัวเองไม่วายที่ช่างนึกถึงเธอผู้นั้นอยู่ได้ นึกถึงครั้งไรเขาก็แทบจะยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกเป็นสุข
ตั้งแต่ได้กลับมาพบกันใหม่ในครั้งนี้ ความรู้สึกดูแคลนขุ่นเคืองใจทั้งหลายที่กรุ่นเก็บอยู่เป็นเวลานาน
มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่เขาเข้าใจแต่แรก ทว่าเป็นกุลสตรีซึ่งแวดล้อมไปด้วยสิ่งที่ดี
และที่แน่ๆ เธอไม่ใช่คนโลภมักได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่เมินเฉย ไม่ไยดีต่อสร้อยทับทิมล้อมเพชรสูงค่าที่เขาซื้อให้
อาจจะเป็นเธอผู้นั้น ที่ทำให้เขารู้จักยับยั้งชั่งใจในเรื่องของอิสตรีก็เป็นได้ ไม่เช่นนั้นแล้ว
เขาอาจไม่พาสมรักตรงกลับมาส่งบ้านในทันทีเหมือนเช่นนี้
|