แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 11
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)

เอมอมรเดินสนทนามากับกลุ่มเพื่อน ตามทางเดินที่เชื่อมตัวตึกกับถนน ไม่ได้สังเกตเห็นรถยุโรปสีฟ้ารุ่นล่าสุด
ติดฟิล์มกรองแสงสีอ่อนที่จอดเรียงรถคันอื่นๆ อยู่ที่ใต้เงาไม้ใหญ่ ชายในที่นั่งคนขับจับตามองนิ่งจนกลุ่มของเธอ
เลี้ยวจากทางเดินมาสู่บาทวิถีริมถนนแล้วบังเอิญตรงมาทางเขา ดังนั้นพอได้ระยะ
เมื่อชายหนุ่มเปิดประตูรถลงมายืนยิ้มจึงเห็นเป็นเด่นอยู่ข้างหน้า
ทีแรกหญิงสาวไม่ได้สนใจเพราะมัวแต่กำลังคุย เพื่อนอีกคนหนึ่งเป็นฝ่ายเรียกกันให้ดู

"อุ๊ย ผู้ชายคนนั้นมารับใคร มองยิ้มมาทางพวกเรานี่นา"
"นั่นซี แหม เท่จังเลยนะ พระเอกของใครก็ไม่รู้"
เธอมองตาม แล้วก็ใจวูบ "ไม่ใช่พระเอกหรอก ผู้ร้ายต่างหาก" เธอพูดอย่างกับจะให้เห็นขัน
แต่ตัวเองไม่รู้สึกขันสักนิด “เขารู้จักกับเรา"
"เหรอ" เพื่อนๆ ทำตาโตหันมามอง "แฟนใหม่รึไง"
"ไม่ใช่ แค่คนรู้จักเท่านั้น"

ฝ่ายนั้นยิ้มส่งให้อย่างรอคอย เมื่อไม่มีทางหลบไปทางอื่นหญิงสาวจึงต้องเผชิญหน้า
เขายังยิ้มให้กับคนอื่นๆ อย่างมีไมตรี

"พวกเธอไปก่อน เดี๋ยวเราจะตามไป"
เพื่อนๆ ยิ้มให้ก่อนจะเดินเลยผ่านไป แต่ยังไม่วายเหลียวกลับมามองอีกหลายครั้ง
"สวัสดีฮะ" ชายหนุ่มทักทายอย่างแจ่มใส
ไม่มียิ้มตอบจากอีกฝ่าย เสียงถามเข้ม "คุณมาทำอะไรที่นี่"
"มาหาคุณ"
เธอทำสีหน้าไม่พอใจ "มาได้ยังไง ทำไมคุณรู้"
"ผมมีปากจะถามนี่ ผมรู้จากคุณเพ็ญว่าคุณเรียนที่นี่ก็เลยลองขับรถมาดู
รู้ไหมว่าผมมานั่งรออยู่ตรงนี้ตั้งหลายชั่วโมงแล้ว”
"ฉันไม่ยินดีที่ทราบหรอกค่ะ”
"งั้นหรือ” เขายักไหล่ ชักชวนแกมสั่งดื้อๆ "ขึ้นรถซี"
"เพื่อนๆ รอฉันอยู่” เสียงพูดกระด้าง เขาเป็นใครกัน จะมาสั่งให้เธอขึ้นรถ
"ผมก็รอคุณนี่นา มาเถอะ” น้ำเสียงในตอนท้ายเริ่มขู่เข็ญ "จะขึ้นรถหรือไม่ขึ้น"
อีกฝ่ายเสียงแข็ง "ฉันไม่ไปกับคุณหรอก"
"ทำไมเล่า...หรือคุณไม่เคยไปกับผมมาก่อน"
เธออึ้ง สีหน้าเผือดลงทันที
"หรือว่าอยากจะให้ผมฉุดคุณให้เพื่อนๆ ดู"

ประกายตาจริงจังทำให้เธอรู้สึกกริ่งเกรง ทำไมนะ ทำไมเขาไม่หายไปจากชีวิตของเธอเหมือนดังที่เธอเคยเข้าใจ
ถ้าเขาเป็นเพียงชาวฟิลลิปปินส์คนหนึ่งเหมือนอย่างกล่าวอ้าง เธอคงไม่ต้องหนักใจปานนี้

"ฉันจะไปบอกเพื่อนๆ ก่อน"

ชลิตยิ้มอย่างมีชัย มองร่างบางเดินไปยังกลุ่มเพื่อน พูดกันอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เดินกลับมา ติดตามด้วยสายตาของเพื่อนๆ
เขายิ้มโบกมือให้สาวๆ กลุ่มนั้น ท่าทางสบายใจอย่างเหลือเกิน เมื่อเปิดประตูรถให้หญิงสาวขึ้นนั่งเรียบร้อย
ก่อนจะเดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่ง แล้วพารถเคลื่อนออกไปอย่างนุ่มนวล

"คุณมีธุระอะไรกับฉันหรือคะ"
"ผมคิดถึงคุณ"
คนฟังกระชากลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ "เลิกพูดแบบนี้ทีเถอะ คุณควรจะยุติเรื่องนั้นได้แล้ว"
"ทำไม ก็ผมคิดถึงคุณจริงๆ นี่"
"ฉันรู้ว่าที่จริงคุณคิดยังไง คุณเหยียดหยามฉัน คุณจะทำให้ฉันรู้สึกตกต่ำไปถึงไหน"
"ผมเหรอ...ทำให้คุณรู้สึกตกต่ำ..."
"ใช่ซี คุณไม่ได้ทำ ฉันต่างหากที่ทำตัวเอง" เสียงเธอขุ่นเคือง

เขาเงียบมองถนน ต่างคนต่างไม่มีคำพูดที่จะกล่าว แล้วเขาก็พูดอย่างปลอบโยน

"ความจริงวันนี้ผมไม่ได้มาหาเรื่องคุณนะ เอมมี่ ผมมาขอโทษที่ทำให้คุณโกรธเมื่อวันก่อนต่างหาก”
เธอออกอาการแง่งอนพาลหาเรื่อง "ไม่จำเป็นต้องขอโทษ คุณไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันทำผิดเองทั้งหมด"
"ไม่เอาน่า..." น้ำเสียงชายหนุ่มออดเอาใจ
"รู้ไหม วันนี้ผมมีของขวัญมาให้คุณด้วย เลือกให้เป็นพิเศษเทียวนะ”
เขาหยิบถุงสวยใบเล็กจากช่องใส่ของด้านหน้ายื่นให้ เธอมองเฉยเมย เขาจึงวางลงบนตัก
"เปิดดูซีฮะ"
หญิงสาวจึงดึงกล่องเล็กๆ ออกมาเปิดดู แสงเพชรวูบเข้าตา มันเป็นสร้อยทองคำขาวเล็กบาง
แขวนจี้ทับทิมรูปหัวใจล้อมเพชรงามโดดเด่น เธอมองอย่างงุนงง
"ชอบไหม”
หญิงสาวเก็บมันใส่กลับเข้ากล่อง วางถุงนั้นลงในช่องใส่ของตามเดิมพลางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ไม่ชอบค่ะ"
"อ้าว นั่นของแท้นะครับ ราคาแพงมากด้วย"
"แล้วยังไงล่ะคะ"
"นั่นซิ แล้วยังไงล่ะ ผู้หญิงทุกคนก็น่าจะชอบเพชรพลอยไม่ใช่หรือ?"
"ฉันไม่เห็นสาเหตุสมควรที่คุณจะให้"
"ให้คุณใส่แทนเส้นนั้น"
"แทนกันไม่ได้ค่ะ" เสียงตอบขื่นกระด้าง โกรธวูบๆ ที่เขามอบของรักของหวงของเธอให้คนอื่นไปแล้ว
"งั้นหรือ"
น้ำเสียงของชายหนุ่มกระด้างขึ้นด้วยความขุ่นเคือง
"ไอ้สร้อยกิ๊กก๊อกเส้นนั้นของคุณมันมีค่ามากมายนักรึ..." เพราะคู่รักให้คุณงั้นซิ.....
โธ่เอ๊ย ถึงยังไงคุณก็ถอดมันให้ผมอยู่ดีนั่นแหละ"
"แล้วทำไมคุณไม่ยอมคืนให้ฉันล่ะ"
"คุณไม่ไปเอาคืนเองต่างหาก คุณเลือกที่จะเก็บเงินไว้เพราะมันให้กำไรแก่คุณมากทีเดียวไม่ใช่หรือ
แล้วคุณจะไปซื้อสร้อยมาหลอกผู้ชายหน้าโง่ที่ไหนใหม่อีกสักกี่เส้นก็ได้"
"ไม่ใช่อย่างนั้น….." เธอบังคับเสียงไม่ให้สั่น ทั้งที่ดวงตาเริ่มพราวไปด้วยหยดน้ำ
"จริงละฉันต้องการเงินแต่ไม่เคยคิดที่จะขายสร้อย ยิ่งขายตัวยิ่งไม่เคยคิด
เป็นคุณเองนั่นแหละที่จิตใจสกปรก"
"ผมรึ..." น้ำเสียงอีกฝ่ายเยาะหยัน
"ใช่แล้ว ผมคนเดียวที่จิตใจสกปรก ส่วนคุณน่ะ บริสุทธิ์...
สะอาดเหลือเกิน"
"คุณจะมาตามมาหาเรื่องฉันทำไม"
"เพราะผมขาดทุนอยู่น่ะซิ"
"ฉันจะหาเงินมาคืนให้คุณ คืนให้ทุกบาททุกสตางค์"
"จะหามาคืนให้" เขาทวนคำ "หมายความว่าตอนนี้คุณไม่มีเงินอย่างนั้นหรือ"
อีกฝ่ายนิ่งอั้น
"ไม่น่าเชื่อนะ เงินแค่ไม่กี่หมื่นบาท ทำไมคุณถึงไม่มีในเมื่อครอบครัวคุณออกร่ำรวยปานนั้น

หรือว่าพวกคุณเป็นผู้ดีจอมปลอม……"
"หยุดนะ.." เธอร้องออกมา น้ำตาไหลเป็นทาง ชายหนุ่มหันมามองแล้วนิ่งไปในทันที
หญิงสาววุ่นวายใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาทิ้งจน ชลิตต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาวางให้บนตัก
เธอยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมสำหรับผู้ชายเมื่อโยนมันกลับไป แล้วเปิดกระเป๋า
ค้นหากระดาษเช็ดหน้าของตนเองออกมาใช้
"พวกฉันจะเป็นยังไงก็ช่าง" เสียงเธอแผ่วแต่กีดคั้น
"ฉันจะคืนเงินให้คุณ แล้วต่อจากนั้นขอเราอย่าได้พบกันอีก"
ชายหนุ่มถอนใจ "คงจะเป็นไปไม่ได้หรอกนะ เอมมี่"
"หมายความว่ายังไง"
ชลิตทอดตามองมาครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปสู่ท้องถนน
"ผมไม่ได้ตามมาเพื่อจะทวงเงินคืน สร้อยของคุณเส้นนั้นผมก็ให้คนอื่นไปแล้วด้วย"
"ฉันไม่ได้หวังจะขอสร้อยคืน ขอเพียงอย่างเดียว อย่าตามรังควานฉันอีก"
"ถ้าคุณคิดว่าผมตามรังควาน ผมก็เสียใจ" น้ำเสียงของเขาบอกว่ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
"ถ้าอย่างนั้นคุณต้องการอะไร"

เขาหันกลับมา ไม่มีรอยยิ้มกรุ้มกริ่มยียวน ดวงตาของเขาเป็นประกาย น้ำเสียงบอกความมุ่งมั่นจริงจัง

"ต้องการคุณ ผมคิดถึงคุณเสมอ ผมจะไม่ยอมไปจากคุณง่ายๆหรอก เอมมี่"

คำตอบนั้นทำให้คนฟังตัวชาด้วยความตระหนก



page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81