"พี่เอม...ไม่กินข้าวหรือ"
อริยามายืนเรียกพี่สาวอยู่ที่ประตูห้อง สีหน้าเอมอมรแห้งแล้ง จนน้องสาวแปลกใจ
"เป็นอะไรไปหรือเปล่า พี่เอม หน้าตาไม่เสบยเลยนี่"
"เปล่า"
"คิดถึงพี่สิทเหรอคะ"
อีกฝ่ายลดสายตาลงมองที่รูปในกรอบตรงหน้า "ฮื่อ"
"ทั้งปีแหละ" อะริยาทำสีหน้าเบื่อหน่าย "ไปกินข้าวกันเถอะ"
"ไม่ละ พี่ไม่หิว"
"ไม่หิวก็กินเข้าไปสักหน่อยเถอะน่า เดี๋ยวก็เป็นโรคขาดอาหารกันพอดี ยิ่งผอมๆ อยู่ด้วย"
หญิงสาวถอนใจ ลุกขึ้นเดินตามน้องสาวลงมาข้างล่าง
"แฟนใหม่พี่เพ็ญเขาหล่อดีนะ" น้องสาวชวนคุย
"ขี้เล่นลูกเล่นพราวเสียด้วย อย่างนี้ซีนะพี่เพ็ญถึงได้ไม่ไยดีพี่คมเลย
"อือ"
"สงสารพี่คมจัง งงไปเลย จู่ๆ พี่เพ็ญควงแฟนใหม่มาเย้ยถึงที่นี่ เฮ้อ พวกพี่ๆ นี่ยุ่งกันจัง"
"อีกหน่อยเถอะ อะนั่นแหละจะยุ่งกว่าใคร" พี่สาวว่าให้
"อู๊ย...ไม่มีทาง อะน่ะหรือจะยุ่ง...เออ พี่เอมว่าพี่เพ็ญกับแฟนใหม่ของเขาจะอยู่กันยืดไหมฮะ"
"ไม่รู้ซี" "แต่อะว่าไม่นะ ผู้ชายรูปหล่อลูกเล่นแพรวพราวอย่างนั้น คงไม่รักใครง่ายๆ หรอกถึงจะเป็นพี่เพ็ญก็เถอะ
ไม่แน่หรอกว่าจะเอาเขาไว้อยู่"
"เรานี่ช่างยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่เขาจังเลยนะ" อาหารเต็มสี่จานชามใหญ่ล้วนปรุงจากเครื่องปรุงราคาแพง เอมอมรนั่งลงอย่างใจไม่อยู่กับตัว
อริยาตักข้าวให้พี่สาว ขณะที่สาวใช้ยกชามแกงจืดร้อน ๆ ออกมาตั้งให้
"วันนี้พี่เอมไม่ยักบ่น"
"บ่นอะไร"
"ก็กับข้าวเต็มโต๊ะ กินแค่สองคนเท่านั้นเอง"
"อืม นั่นซิ
" เธอเห็นจริง หันมาถามสาวใช้ "ทำเยอะแยะทำไมล่ะ ชู"
"คุณผู้หญิงสั่งไว้ค่ะ เห็นมากันหลายคน คงนึกว่าจะอยู่ทานข้าวด้วย"
เอมอมรเลยสั่งว่า "แบ่งไว้แต่พอทาน เก็บที่เหลือใส่ตู้เย็นไว้ก็แล้วกัน พรุ่งนี้เอาออกมาอุ่นทานต่อ"
"ทั้งปี..." น้องสาวทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายอีกครั้ง
"เราต้องประหยัดกันบ้างรู้ไหม ข้าวของราคาแพงขึ้นทุกวันจะทานทิ้งๆ ขว้างๆ ได้ยังไง"
"อะไม่เห็นแม่เคยบ่นเลย มีแต่พี่เอม เรียกร้องให้ประหยัดอยู่คนเดียว"
ถึงแม้อริยารู้ว่าฐานะของครอบครัวเปลี่ยนไปแล้ว แต่เธอก็ยังเป็นเด็กเกินกว่าจะรู้สึกเดือดร้อน
ที่เธอเดือดร้อนมากที่สุดก็คือพี่สาวคนนี้ที่ทำเหมือนครอบครัวอยู่ในภาวะวิกฤติเต็มประดา ช่างน่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน
..
"มีคนมาหาคุณเอมค่ะ"
สิ้นเสียงของสาวใช้ เอมอมรหันมาก็ต้องชะงัก ร่างสูงยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ใบหน้าระบายยิ้มแพรวพราย
"สวัสดีครับ" เขาเดินเข้ามาหา น้ำเสียงเรียกจงใจล้อเลียน "เอมมี่..."
เธอบอกสาวใช้ขรึมๆ "ขอน้ำด้วย"
ฝ่ายนั้นรับคำแล้วถอยออกไป เธอยังแต่งเครื่องแบบนักศึกษา แต่ถอดเข็มขัดและดึงชายเสื้อออกไว้นอกกระโปรงเพราะกลับมาถึงบ้านนานแล้ว
ใบหน้าเกลี้ยงเกลาอ่อนใสเป็นมันนิดๆ ผมยาวถูกรวบไว้ด้วยเชือกเล็กๆ
"ไม่คิดว่าคุณจะให้เกียรติมาถึงนี่"
"ผมคิดถึงคุณ"
เขาเดินมายืนใกล้จนหญิงสาวต้องถอยหลัง ที่ตรงนั้นเป็นกลุ่มเก้าอี้ตั้งอยู่ข้างตัวตึก ปกคลุมด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่เล็ก
ร่มครึ้ม บ้างกำลังออกดอกบานไสวหลากสี บ้างส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ
" ที่นี่น่าสบายดีจังนะครับ บ้านคุณน่าอยู่เหลือเกิน"
สีหน้าเธอเผือด พูดอะไรไม่ถูก
ชายหนุ่มนั่งลงมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าไม่คลายยิ้ม ร่างบางๆ นั่งตามตรงกันข้ามด้วยทีท่าสำรวมระแวงระไว
เขาหันมาพิศมองเธอ "ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่ามันจะเป็นอย่างนี้"
น้ำเสียงเขามีกังวานเยาะหยัน และก่อกวน
" ยิ่งมองดูคุณผมก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ ในสภาพอย่างนี้ดูคุณช่างเป็นเด็กสาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง
จริงๆ ยังไงดีล่ะ ดูมีคุณค่า ..ไม่เหมือน...อืม! คนละอย่างกับสาวบริษัททัวร์ที่ผมเคยเห็น"
พอรู้ว่าถูกรวน น้ำเสียงเธอก็กระด้างขึ้น "คุณตัดสินคนจากการมองเท่านั้นหรือคะ"
"ไม่เสมอไปหรอกครับ...แต่สำหรับคุณ ผมว่าผมได้เห็นมากพอนะ"
"ฉันไม่ได้หวังจะให้ใครคิดว่าฉันดี" "แน่หรือ..." เขาเลิกคิ้ว "แต่รู้สึกว่าใครต่อใครเขาจะเข้าใจคุณผิดมากนะ รู้ไหม
เพราะว่าตั้งแต่ผมได้ยินชื่อคุณมา ไม่มีใครมีช่องตำหนิคุณได้เลยสักคนเดียว
คุณนี่ช่างดีบริสุทธิ์จริงๆ ถ้าผมไม่รู้จักคุณมาก่อน ผมคงคิดว่าคุณเป็นแม่เทพธิดาคนหนึ่งแน่ๆ เชียวละ"
ประกายตาเธอกระด้างขึ้นทั้งๆ ที่รู้สึกสะเทือนใจที่ถูกตำหนิกล่าวหาตรงๆ
สาวใช้นำเครื่องดื่มขึ้นมาวาง ถามอย่างอ่อนน้อมว่า
"คุณผู้หญิงให้เรียนถามว่า เพื่อนของคุณเอมจะอยู่ทานข้าวด้วยหรือเปล่าคะ"
"ไม่..." ชลิตมองยิ้มๆ พอแม่สาวใช้ถอยออกไปก็แกล้งตัดพ้อ
"ทำไม เลี้ยงข้าวผมสักมื้อไม่ได้เชียวหรือ ไม่ดีใจหรอกหรือที่ได้พบเพื่อนเก่า"
"คุณควรจะไปที่บ้านโน้น" หญิงสาวพยักหน้าไปยังทิศทางซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเพ็ญระพี
"แต่ผมอยากมาที่นี่ อ๋อ...หรือว่าจะมีคนพิเศษมา เลยไม่อยากให้ผมอยู่เป็น กอขอคอใช่ไหม"
"ฉันไม่มีคนพิเศษ"
"งั้นหรือ จริงซิ คุณไม่เห็นใครเป็นคนพิเศษเพราะสำหรับคุณ ทุกคนโง่เหมือนกันหมด" หญิงสาวมองเขาอย่างงงงัน ครั้นเห็นประกายตาและรอยยิ้มท้าทาย เยาะหยัน ก็ต้องหันหนีอย่างเสียใจ
และผิดหวัง ไม่คิดว่าเขาจะเห็นเธอร้ายกาจปานนั้น
"คุณกำลังมองฉันอย่างผิดๆ"
"ผมควรจะมองคุณยังไงเล่า" เขาถามเยาะ ๆ
เธอได้แต่นิ่ง
ชายหนุ่มมองใบหน้าเรียวที่ปราศจากสีสันแต่งแต้ม เห็นแพขนตาดำหนาหลุบต่ำสะท้อนกับแสงสว่าง
คิ้วเรียวยาวสีเข้มทาบอยู่บนผิวอ่อนนวล เขาอดรู้สึกหวั่นไหวไม่ได้ เขาไม่ได้เกลียดเธอสักนิด เพียงแต่เคืองแค้นขัดใจ
ที่เธอไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตาเท่านั้น
"จะให้ผมมองคุณอย่างเดียวกับคนอื่นๆ งั้นรึ คุณเอมอมรคนดี กุลสตรีเพียบพร้อมทั้งเกียรติยศ
ชื่อเสียง ทรัพย์สมบัติ คุณเอมอมรผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องสูงค่า..." เขาหัวเราะเบาๆ
" น่าเสียดายนะ ที่เผอิญผมเห็นคุณในอีกด้านหนึ่งที่คนอื่นไม่ได้เห็น...โอ๊ย พูดไปใครเขาจะเชื่อ" ดวงตาใสคมขลับตวัดมามองอย่างหวั่นไหว ชายหนุ่มจับได้ถึงจุดอ่อนของเธอ แน่ละ
เธอย่อมจะต้องแคร์ "คนอื่นๆ" เขาพูดยิ้ม ๆ "อย่ากลัวเลย ผมไม่บอกใครหรอก ผมไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการทำอย่างนั้นนี่ จริงไหม
แต่ว่า..." เขาจงใจพูดช้าๆ "ผมน่าจะได้อะไรบ้างนะ...จากการที่จะไม่พูด"
"คุณต้องการอะไร"
เขาชี้นิ้วตรงมา "ตัวคุณ"
เอมอมรมองอย่างตกใจ ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินแบบนั้น ร่างบางผุดลุกขึ้นยืน
"ไม่มีทางหรอก เป็นไปไม่ได้"
อีกฝ่ายยิ่งยิ้มมากขึ้น "แน่หรือ"
"มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด" น้ำเสียงสั่นบอกให้รู้ว่ากำลังโกรธ "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น" เขาเห็นประกายของหยดน้ำตาวาบขึ้นในดวงตาเธอ แต่ก่อนที่มันจะไหลออกมา
ร่างบางๆ ก็ผลุนผลันจากไป
|