"เอมกับอะออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้วละจ้ะ เห็นเด็กบอกว่าไปกับคมกริชนะ"
"หรือคะ อาอร"
เพ็ญระพี ยิ้มอย่างพอใจแกมโล่งใจ คงจะดีไม่น้อยหากสองคนพี่น้องนี้ดึงความสนใจของคมกริชไปจากหล่อนได้
หล่อนเกือบจะแน่ใจเสียแล้วที่จะตัดคมกริชออกไปจากชีวิต
"พี่คม มาหาเอมบ่อยๆ หรือคะ"
"ก็บ่อยจ้ะ แต่ไม่มีอะไร เขาว่างก็มาหาตามประสาคนรู้จักสนิทสนมกันเท่านั้นเอง เพ็ญอย่าเข้าใจผิดนะจ๊ะ"
คุณอรอนงค์พูดอย่างเกรงใจ รู้ว่าเพ็ญระพีเป็นคนรักของคมกริช และกำลังหมางใจกัน เมื่อคมกริชแวะเวียน
มาที่บ้านบ่อยเข้า เธอก็อดรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้
"เพ็ญไม่มีอะไรที่จะต้องเข้าใจผิดนี่ค่ะ" อีกฝ่ายพูดพลางยิ้มแจ่มใส ส่งประกายแวววาวไปให้
ชายหนุ่มร่างสูงที่อยู่ใกล้ๆ กัน คุณอรอนงค์เข้าใจความหมาย เธอยิ้มให้เขาอย่างมีไมตรี
ชายหนุ่มได้รับการแนะนำให้รู้จักกับเธอแล้ว ในตอนแรกเธอยังอดสงสัยไม่ได้ ว่าใครกันที่หลานสาวควงเข้ามา
แนะนำให้รู้จัก ลักษณะทีท่าที่ฝ่ายหญิงแสดงออกนั้น บอกความสัมพันธ์ที่ดูเป็นพิเศษกว่าเพื่อนธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด
"อาอรดูผอมไปนะคะ"
ผู้อาวุโสยิ้มกว้าง "หมู่นี้อาไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนเพราะงานมากจริงๆ นี่ประเดี๋ยวอาก็จะต้องออกไปข้างนอก
ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะชวนให้อยู่ทานข้าวด้วยกัน เธอหันมาหาชายหนุ่ม "ขอโทษด้วยนะคะ คุณ"
"ไม่เป็นไรครับ เชิญคุณอาตามสบาย"
"คืนนี้มีงานอะไรอีกคะ" "งานของคุณหญิงปรียาจ้ะ ท่านนัดประชุมเรื่องงานการกุศล ทำงานแบบนี้ไม่ได้ประโยชน์ส่วนตัวอะไรเลย
มีแต่จะเสียเงินอย่างเดียว น้ำเสียงตอนท้ายเจือหัวเราะ
"จะให้เพ็ญช่วยอะไรก็บอกได้เลยนะคะ อาอร เรื่องเดินแบบแฟชั่นอะไรนี่เพ็ญถนัดค่ะ"
"จ้ะๆ" เธอหันไปบอกชายหนุ่มว่า "ขานี้เขาเก่งค่ะ คล่องเชียว เคยไปช่วยอาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน"
เขาหันไปยิ้มกับหล่อน เพ็ญระพีพยักยิ้มอย่างภาคภูมิ "ไม่เหมือนแม่เอม" คุณอรอนงค์พูดต่อ "ขานั้นไม่เอาไหนเลย ไม่ยอมทำอะไรทั้งนั้น ออกปากทีไร
เป็นปฏิเสธทุกที ข้างแม่อะก็ไม่ไหว พาไปไหนๆ เหมือนจับปูใส่กระด้งพูดมากไม่ได้เรื่อง
พาไปโชว์ใครเขาไม่ได้เลย" "คุณลิตอยากรู้จักเอมค่ะ อาอร"
คำพูดของเพ็ญระพีทำให้ผู้สูงวัยแปลกใจ
หลานสาวเลยรีบพูดต่อไปว่า "เพ็ญพูดถึงเอมให้คุณลิตฟัง เขาไม่เชื่อว่าคนอย่างเพ็ญ
จะมีเพื่อนสนิทแบบเอม เพ็ญก็เลยพามาให้เห็นกับตาค่ะ" "เอมออกจะเงียบอยู่สักหน่อยค่ะ" เธอก็เหมือนแม่อื่นๆ ที่ชอบพูดถึงลูกสาวให้ชายหนุ่ม
ซึ่งน่าสนใจฟัง อีกฝ่ายฟังอย่างตั้งใจ ซ่อนยิ้มเยาะหยันไว้อย่างมิดชิด เขาเป็นอย่างนี้ตั้งแต่พ่อตาย
ไม่แจ่มใสร่าเริงเหมือนอย่างพี่ๆ น้องๆ" "แต่วันนี้คงจะไม่ได้พบกันแล้วละค่ะ" เพ็ญระพีดูนาฬิกาข้อมือ "เย็นมากแล้ว เพ็ญกลับก่อนดีกว่า
อาอรจะได้แต่งตัว"
"จ้ะ" พอดีกับที่มีเสียงรถแล่นเข้ามา เพ็ญระพีออกจะรู้สึกใจหาย
เพราะมองแวบเดียวก็จำได้ว่าเป็นรถของคมกริช
"อ้าว มากันแล้วกระมัง" คุณอรอนงค์หันมองผ่านหน้าต่าง "จริงๆ นั่นแหละ เออ ถ้างั้น พวกหนูคุยกันไปก็แล้วกันนะจ๊ะ อาจะไปแต่งตัวละ เธอส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม "เชิญตามสบายนะคะ"
"ครับผม ขอบคุณครับ" คนตอบรู้สึกจิตใจไม่ปรกติขึ้นมาเหมือนกัน
เพ็ญระพีรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่จะต้องเผชิญหน้ากับคนรักซึ่งกำลังจะกลายเป็นอดีตจนต้องปลุกปลอบใจตนเอง
คมกริชจะว่ายังไงก็ช่าง หล่อนไม่เห็นจะต้องแคร์ ยังไงๆ หล่อนก็มีชลิตอยู่ทั้งคน
คนทั้งสามยืนคุยกันอยู่ที่รถ ต่างก็ช่วยกันหยิบข้าวของซึ่งซื้อจากระหว่างทางมาถือไว้ เสียงของอริยาดังเจื้อยแจ้ว "แหม วันนี้สนุกจังเลย พี่คมสัญญาหรือเปล่าว่าจะมารับเราไปเที่ยวกันอีก"
"สัญญาซิ เมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น " ชายหนุ่มพูดอย่างแจ่มใส หันมาหาหญิงสาวอีกคนหนึ่ง
"ว่าแต่เอมเถอะ สนุกหรือเปล่า"
"สนุกค่ะ"
"แต่ท่าทางไม่เห็นสนุกเลยนี่ ยังกับไม่ได้เอาใจไปด้วย "
เอมอมรหัวเราะ "พี่คมหาเรื่อง"
"พี่เอมเขาใจลอยอยู่เรื่อยแหละค่ะ" อริยาว่า
ต่างเดินคุยกันมาจากรถ พอก้าวขึ้นบันไดระเบียงหน้าบ้านเพ็ญระพีก็โผล่ออกมายิ้มจืด ๆ
"อ้าว พี่เพ็ญ ไปไหนมาคะ" อริยาร้องทัก
คมกริชเกือบจะยิ้มยินดีหากไม่เห็นร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนหนึ่งที่ก้าวตามออกมา เอมอมรมองเห็นแล้ว ก็ต้องชะงักอยู่กับที่ หัวใจกระตุก ชาวาบไปทั้งร่าง
ชลิตส่งยิ้มมาให้ ดวงตาเป็นประกายวาบวับ
"สวัสดีค่ะ พี่คม เพ็ญระพีทักด้วยรอยยิ้มฝืดฝืน "เพ็ญพาเพื่อนมาให้รู้จักค่ะ
คุณลิตคะ นี่ไงคะเอมอมร
นี่อริยาแล้วก็พี่คมกริช เพื่อนของคู่หมั้นเอม"
คมกริชมีสีหน้าเครียดขรึม "ยินดีครับ ชายหนุ่มแปลกหน้าก้มศีรษะให้ ยิ้มพรายประกายตาวาววาบจับมองใบหน้าเผือดสี
ของหญิงสาวผู้ซึ่งเพิ่งมาถึง ทำเสียงถามสนิทสนม "ไปเที่ยวไหนกันมาครับ"
อริยายิ้มกว้างตอบชัดถ้อยชัดคำ "เราไปทานข้าวที่บางปูกันค่ะ แล้วก็ไปฟาร์มจระเข้
กับไปเที่ยวเมืองโบราณกันด้วย"
เขาอดขำไม่ได้ ดวงตาเป็นประกายระริก "คุณเอมคงชำนาญเส้นทางนั้น"
|