แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 9
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)
"แม่รักคงโมโหน่าดูเลย ที่เราไม่ไปตามนัด"

เพ็ญระพีหัวเราะคิกคัก หันมาทำสายตาซุกซนช่างเล่นให้ชายหนุ่ม หล่อนกำลังขับรถยนต์คันใหญ่ใหม่เอี่ยมของเขา
มันเพิ่งเปลี่ยนจากป้ายแดงไม่นานแต่ชายหนุ่มก็ใจดีให้ขับเล่นไม่หวงไม่แหน

ชลิตมองยิ้มๆ "ไหนคุณเพ็ญบอกว่าชอบว่ายน้ำ ไงฮะ"
"ก็ชอบน่ะซีคะ แต่ว่าเพ็ญไม่อยากไปกับพวกนั้น" "พวกนั้น" คือกลุ่มเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันเสมอ
"ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ เซ็งค่ะ"
"อีกหน่อยคงเซ็งผมด้วย” เขาแกล้งทอดถอนใจ
"อุ๊ย คุณลิตคิดมาก" หล่อนทำเสียง
"ก็มันน่าคิดนี่ครับ เขาว่ากันว่าคนสวยมักจะเบื่อง่ายไม่ใช่หรือ"

เพ็ญระพีเคยชินแล้วกับการถูกชม แต่สำหรับเขาคนนี้ หล่อนอดรู้สึกประหม่าไม่ได้ รอยยิ้มอย่างนั้น
ประกายตาอย่างนั้น ต่อให้เก่งกล้าแค่ไหนก็ไม่วายต้องไหวหวั่น

"ตอนอยู่มหาวิทยาลัยปีแรก เพ็ญเป็นหนึ่งในดรัมเมเยอร์ค่ะ" หล่อนเล่าอย่างภาคภูมิใจ
"รักเขาก็ได้รับเลือกให้ทดลอง แต่เขาควงคธาไม่ได้เลยถูกคัดออกให้กลายเป็นเชียร์ลีดเดอร์แทน"
"ชีวิตตอนนั้นคงสนุกมากนะฮะ"
"สนุกมากๆ เลยละค่ะ เป็นน้องใหม่ ใครๆ ก็โอ๋ ใครๆ ก็เห่อ ยิ่งสวยก็ยิ่งเป็นที่สนใจ"
"ทุกคนก็ย่อมชอบคนสวยสดใสเป็นธรรมดาครับ”
"ญาติของเพ็ญ...เอมไงคะ เขาได้รับเลือกเป็นดาวคณะ แต่ว่าเขาปฏิเสธ"
"อ้าว หรือครับ ทำไมล่ะ” เสียงถามสนใจขึ้นในทันที
หล่อนยกไหล่ "ไม่รู้ซีคะ เขาคงไม่อยากเป็นจุดเด่นมั้ง"
"คงกลัวว่าถ้าเป็นจุดเด่นแล้วจะกลายเป็นที่สังเกต ทีนี้จะทำอะไรก็ไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ไม่งาม"
"ต๊าย คุณลิตคิดอะไรอย่างนั้น ปากจัดจังเลย รู้จักค่อนขอดผู้หญิงด้วย แต่ว่าคุณลิตจะพูดถึงเอมแบบนั้น
ไม่ได้ ขานั้นไม่รู้จักที่จะทำเรื่องไม่งามหรอกค่ะ"
"หรือครับ"

หล่อนไม่ได้เข้าใจรอยยิ้มและประกายตาของอีกฝ่าย

"ใครๆ ก็รู้จักเอม เขาเป็นคนเงียบๆ เรียบร้อยเก็บเนื้อเก็บตัว
ทำอะไรจะหาที่ผิดรูปผิดรอยสักหน่อยก็ยากค่ะ"
"รู้สึกว่าคุณเพ็ญมั่นใจในญาติคนนี้จังเลยนะฮะ"

เพ็ญระพีจับกังวานเยาะในน้ำเสียงเขาไม่ได้ "ถ้าคุณลิตรู้จักเขาแล้วก็จะเห็นเอง"
"ไม่กลัวว่าผมจะชอบเขาหรือ" เขาแกล้งแหย่

เพ็ญระพีหัวเราะ "ไม่กลัวหรอกค่ะ ถึงคุณลิตชอบ เอมเขาก็ไม่สนใจคุณลิตหรอก
เขาเป็นคนรักเดียวใจเดียว รูปร่างหน้าตาอย่างนั้น มีหนุ่มๆ มาสนใจไม่รู้ว่าเท่าไหร่ ถ้าเขาโลเลนิดเดียว
ป่านนี้คงไม่ใช่แบบนี้แล้ว เพื่อนของเพ็ญตั้งหลายคนตามตื๊อแต่เขาก็ทำเฉยๆ ไปๆ มาๆ
เลยหนีหายกันไปหมด ผู้หญิงอย่างเอมคงไม่อยู่ในสเป๊คของคุณลิตหรอกค่ะ"
"อ้าว ทำไมล่ะครับ"
"เพื่อนๆ เพ็ญพูดว่าเอมจืดชืด งุ่มง่าม คร่ำครึ" เธอว่า "ตลกดี แม่เขาออกคล่อง สังคมเก่งเชียว
แต่ลูกสาวกลับดีแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง"
"เขาอาจจะเป็นน้ำนิ่งไหลลึก เก่งกว่าแม่ เก่งกว่าที่คุณเพ็ญคิดก็ได้นะ"
"เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางหรอกค่ะ" หล่อนยืนยันอย่างมั่นอกมั่นใจ

เพ็ญระพีพาเขาเที่ยว แล้วเขาก็กำนัลหล่อนด้วยของขวัญชิ้นหนึ่ง เป็นดอกไม้สำหรับติดเสื้อทำด้วยทอง
ผสมบอบบาง แต่ละกลีบแต่ละใบดูละมุนละไมงดงาม เกสรตรงกลางดอกแวววับระยิบระยับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ
หลายเม็ด มันถูกวางอยู่ในร้านขายเครื่องประดับ หล่อนชี้ชวนให้เขาดูด้วยทีท่าบอกว่าชื่นชอบ แล้วเขาก็ซื้อให้

"โอ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ"

หล่อนไหว้จนชิดอกกว้าง ท่าทางสนิทสนมตามแบบที่หล่อนจะทำกับคนที่ตนถูกใจ ที่จริงหล่อนมีเครื่องประดับราคาแพง
อยู่หลายชิ้น และยังจะมีอีกหลายชิ้นที่หมายตาจะได้จากมารดา ทว่านี่เป็นเครื่องประดับสูงค่าชิ้นแรก
ที่มีชายหนุ่มมอบให้หากไม่นับคมกริชหญิงสาวปลื้มในท่าทีที่เขาซื้อมันให้อย่างง่ายๆ เหมือนกับว่าหล่อนเป็นคนสำคัญ
คิดเป็นตุเป็นตะไปว่า หลังจากนี้แล้วสมรักคงไม่กล้าแสดงท่าทีต่อเขาอีก เพราะชายหนุ่มได้แสดงให้เห็นแล้วว่า
หล่อนต่างหากที่เขาสนใจ ก็ดูเถอะ ในวันนี้ที่ได้นัดหมายกันไว้อย่างดีแล้ว เขากลับหนีมากับหล่อนตามลำพัง
ซ้ำยังซื้อของกำนัลราคาแพงให้อีกด้วยหล่อนขอให้เขาติดเข็มกลัดนั้นให้

"สนุกไหมครับ วันนี้"
ชายหนุ่มถามขณะที่ขับรถ เพ็ญระพีนั่งจมอยู่ในเบาะ ฟังเพลงที่ตนเลือก
"สนุกมากๆ เลยค่ะ" หล่อนหัวเราะคิกคัก "แม่รักต้องค้อนจนตากลับแน่ๆ นัดกันไว้เสียดิบดี แต่เรากลับหายกันไปทั้งสองคน”
"ผมจะบอกคุณรักว่า ถูกคุณเพ็ญลักพาตัว"
"แน้ อย่างนั้นจะถูกหรือ คุณลิตสมยอมเองนะคะ"
"เดี๋ยวคุณรักโกรธผมแย่"
"แคร์เขามากหรือยังไง" เสียงถามมีแง่งอน

ชายหนุ่มหัวเราะ พารถบ่ายหน้าไปในทิศทางของบ้านหล่อน เพ็ญระพีนึกรู้อยู่เงียบๆ ที่จริงหล่อน
ยังไม่อยากกลับบ้าน แต่ไม่อาจพูดออกมาพอเข้าใกล้เขาก็ถามทิศทาง เขารู้ว่าบ้านหล่อนอยู่แถวนี้
แต่ไม่รู้ว่าตรงไหน พบกันหลายครั้ง เพ็ญระพีมีรถยนต์ส่วนตัวคันเล็กขับมาหรือไม่อย่างนั้นก็อาศัยรถเพื่อนกับแท็กซี่
ดังเช่นเมื่อเช้านี้ หล่อนนั่งแท็กซี่ไปหาเขาถึงที่พัก

"บ้านคุณเพ็ญสวยนะฮะ"

เพ็ญระพียิ้มอย่างภาคภูมิ บ้านของหล่อนใหญ่โตหรูหราสมฐานะของเจ้าของ บิดาหล่อนไม่ใช่พ่อค้าอย่างสมรัก
แต่เป็นข้าราชการที่มากมายด้วยคนรู้จักเคารพนับถือหญิงสาวเปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นฉ่ำไปทั่ว
เชื้อเชิญให้ชายหนุ่มนั่งอย่างสบายอยู่ในมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น บริการเครื่องดื่มและของว่างครบครัน
มารดาของหล่อนต้อนรับเพื่อนของลูกสาวอย่างเต็มอกเต็มใจ คุณพิไลเป็นสตรีไทยในวัยใกล้ห้าสิบ
ซึ่งปล่อยเนื้อปล่อยตัว เธอมีร่างอวบพลุ้ยตรงส่วนกลาง ผมที่ดัดไว้ดูไม่เป็นรูปทรง เธอไม่ได้แต่งหน้า
ได้แต่ทาแป้งไว้ขาวๆ เสื้อชุดอยู่กับบ้านติดกันยาวครึ่งแข้งเป็นแบบหลวม ลวดลายแบบผ้าฝ้ายไทย
มีราคาไม่แพง เธอมองชายหนุ่มอย่างพิจารณา เพ็ญระพีต้องแอบกระซิบบอกว่า

"นี่คือคุณชลิต สิริวัฒน์ ที่เพ็ญเล่าให้ฟังยังไงล่ะแม่"
เธอจึงร้อง "อ๋อ"

กุลีกุจอต้อนรับเขาอย่างเต็มใจเพ็ญระพีอวดดอกไม้ที่ประดับอยู่ตรงปกเสื้อ
คุณพิไลชะโงกหน้าเข้าไปพิจารณา น้ำเสียงและสีหน้าบอกความพึงพอใจ

"แหม สวยจัง คงจะหลายหมื่นกระมังคะนี่"
พอรู้ราคาเธอก็ทำตาโต หันมาพูดกับชายหนุ่ม
"โอ้โฮ ฉันว่ามันแพงไปหน่อยนะคะคุณ"
"แหม แม่ จะไม่แพงได้ยังไง ของอย่างนี้ไม่ใช่ทำง่ายๆ นะ แม่ดูกลีบดูใบมันซี อ่อนช้อยยังกับของจริง
แล้วยังเพชรเล็กๆ นี่อีก ตั้งหลายเม็ดนะแม่นะ"
"เออ นั่นซีนะ ไหนเพชรกี่เม็ดละลูก...เอ เม็ดละกี่ตังค์กันล่ะนี่ รวมแล้วคงไม่ถึงครึ่งกะรัตนะ"

เธอพิจารณาเครื่องประดับบนคอเสื้อลูกสาวอยู่ครู่หนึ่ง จึงหันมากล่าวอวดเขา

"ของฉันเองก็มีอยู่แยะค่ะ ที่ให้ยายเพ็ญเขาไปก็พอมี แต่เขาไม่ค่อยใส่หรอก"
"แหม ก็ของแม่เชยจะตาย ไม่รู้เครื่องเพชรสมัยไหน ขืนเพ็ญใส่จะได้ขายหน้าเพื่อนๆ แย่ไปเท่านั้น"
"เออ ประเดี๋ยวทานข้าวด้วยกันนะคะ คุณชอบทานอะไรจะได้สั่งเขาทำให้เป็นพิเศษ"
"อย่าให้ผมต้องรบกวนดีกว่าครับ เชิญคุณอาตามสบายเถอะ" เขาปฏิเสธอย่างสุภาพ
คุณพิไลรีบขัดว่า "อุ๊ย รบกงรบกวนอะไรกันคะ เวลายายเพ็ญมีเพื่อนมาทานข้าวที่บ้าน
ฉันก็ต้อนรับเต็มที่เสมอ"
"ทำของอร่อยๆ ก็แล้วกัน แต่อย่าให้เผ็ดมากนะแม่ คุณลิตไม่ชิน ประเดี๋ยวจะท้องเสีย"

คุณพิไลปล่อยให้หญิงชายคุยกันตามลำพัง ชายหนุ่มเห็นอัลบั้มภาพถ่ายวางซ้อนกันอยู่หลายเล่ม
เพราะคิดจะศึกษาคนที่ชิดใกล้ เขาจึงหยิบขึ้นมาพลิกดู เพ็ญระพีเลยบรรยายให้เขาฟัง
มันเป็นรูปของครอบครัว ตัวหล่อนและเพื่อน ๆ หนึ่งในจำนวนหลายเล่มที่วางซ้อนกันอยู่คราวนั้นเป็นรูปหล่อน
และครอบครัวกับงานเลี้ยงสังสรรค์งานใหญ่ซึ่งจัดขึ้นที่บ้านหลังนี้

"รูปงานวันเกิดคุณพ่อเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นคุณพ่ออายุครบห้าสิบสองปีค่ะ" หล่อนบอกเขา

ชายหนุ่มเปิดผ่านเรื่อยไปอย่างไม่ใส่ใจนัก เห็นมีคนสูงอายุเป็นส่วนใหญ่ มีหนุ่มสาวและเด็กปะปนอยู่บ้าง
แต่เขาก็ไม่รู้จักใครนอกจากเพ็ญระพี

"นี่น้องชายของเพ็ญ คนที่บอกว่าเขาอยู่เมืองนอกไงคะ"

เขาพลิกผ่านไป คราวนี้สายตาสะดุดเข้ากับภาพหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ใกล้เจ้าภาพ ท่าทางสำรวมอย่างเด็ก
ที่ได้รับการอบรมอย่างใส่ใจ หล่อนอยู่ในลักษณะหันเอียงเล็กน้อย กำลังสนใจอยู่กับสิ่งอื่นอย่างไม่รู้ตัวว่า
เป็นจุดเด่นของภาพ

หล่อนคือเอมอมร ".. เอมมี่ของเขา...! "
เขาแกล้งชี้นิ้วลงในรูป "คนนี้ล่ะครับ ใคร"
เพ็ญระพีมองตาม "นั่นเอมยังไงล่ะคะ...แหม..." หญิงสาวทุบแขนเขาเบาๆ
"เห็นคนสวยละก็ไม่ได้ สนใจเชียวนะ "

ชายหนุ่มหัวเราะ มองหาหล่อนผู้นั้นในภาพต่อ ๆ ไป

"แต่ไม่มีหวังหรอกค่ะ เขามีชายในดวงใจอยู่แล้ว..."

หญิงสาวยื่นมือมาพลิกภาพในหน้าต่อไปให้ ชายหญิงคู่หนึ่งนั่งเคียงกันต่างก็หันมามองกล้องยิ้มอย่างแจ่มใส
ประกายแห่งความสุขฉายอยู่เต็มใบหน้า

"นี่ยังไงล่ะคะ พี่สิทธา คู่หมั้นของเอม"


page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81