แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 7
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)

ชายหนุ่มรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจ ในช่วงเวลาอันชื่นมื่นนั้น เขาและกลุ่มเพื่อนใหม่ขับรถตามกันไปยังสถานเริงรมย์
ยามค่ำคืนที่หรูหราแห่งหนึ่ง

เขาเพิ่งรู้จักชายหญิงกลุ่มนี้ไม่นานในงานสังสรรค์โดยการแนะนำของเพื่อนอีกคน ความน่าสนใจในกันและกัน
ความรักสนุก เก่งและกล้า ทำให้ต่างสานความสัมพันธ์เรื่อยมา คนเหล่านี้มีการศึกษา เชื่อมั่นในตนเอง
ความคิดอ่านเป็นอิสระล้ำสมัย และตามใจตนเองอยู่พอสมควร

ในท่ามกลางความมืดสลัว ดนตรีบรรเลงในจังหวะช้าภายใต้ดวงไฟเล็กๆ หลากสีกะพริบวิบแวม
ชายหญิงกลุ่มหนึ่งตระกองกอดกันอยู่บนฟลอร์เต้นรำ ส่วนตามโต๊ะทั้งที่ตั้งเรียงรายและที่แอบอยู่ตามหลืบมุมต่างๆ
ชายหญิงกระจายกันนั่ง บ้างตระกองกอดเคลียคลอกันอยู่ในเงามืด

ชลิตนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างสมรักและเพ็ญระพี แม้ว่าถัดจากสมรักไปจะเป็นชายหนุ่มนามวิโรจน์
ซึ่งชลิตเข้าใจแต่แรกว่าเป็นคนรักของสมรัก นั่งขนาบอยู่ด้วย สมรักก็หาได้สนใจไม่ คงเอียงหน้าเข้ามาหาเขา
พูดคุยหัวเราะคิกคักไม่ได้ขาด

เพ็ญระพีรู้สึกขวางเพื่อนรักเป็นที่สุด ทีท่าของสมรักบอกอยู่ชัดๆ ว่าสนใจชลิต ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็จี๋จ๋าอยู่กับวิโรจน์
เมื่อรู้จักกันทีแรก ชลิตมีทีท่ากับเธอต่างหาก สมรักเองก็ยังล้อเพ็ญระพีเลยว่า เห็นทีเพ็ญระพีจะเปลี่ยนใจจากคมกริช
ในคราวนี้เป็นแน่แท้

แต่แล้วเจ้าหล่อนก็เปลี่ยนท่าที พาตัวเข้ามาเป็นคู่แข่งของเพ็ญระพีเสียเฉยๆ อย่างนั้นเอง

"โรจน์นั่งเงียบเชียวนะ"
เพ็ญระพีปั้นรอยยิ้มพูดกับเพื่อนชายผ่านหน้าชายหญิงทั้งสอง
"ทำไมไม่ชวนรักออกไปเต้นรำล่ะจ๊ะ"
เพื่อนชายยิ้มขรึม สมรักกลับหัวเราะสดใส
"โรจน์เขาเบื่อจะเต้นกับรักแล้วละ"
หล่อนหันไปหาชลิต "คุณลิต ไปเต้นรำกับรักดีกว่า"
ชายหนุ่มมองเพื่อนหนุ่มอย่างเกรงใจ "จะดีหรือฮะ"
"แหม จะเป็นไรไปเล่าคะ"

หล่อนดึงเขาให้ลุกขึ้น จูงผ่านเพื่อนๆ ที่นั่งขวางทางออกไปที่ฟลอร์
เพ็ญระพีมองตามอย่างไม่พอใจ หันมองเพื่อนชาย ก็เห็นเขาดูดบุหรี่วาบ ใบหน้าขรึมเฉย

"ซึมเลยนะ" หญิงสาวระบายอารมณ์ออกมา
"ทำไมปล่อยให้เขาไปเต้นรำกับคนอื่นล่ะ"

อีกฝ่ายดื่มเหล้าจนหมดแก้ว แล้วก็ขอตัวกลับไปก่อน
คู่เต้นรำหายไปในกลุ่มคนและความมืดสลัว เพ็ญระพีอดเสียดายไม่ได้ คิดจะแยกชลิตออกไปจากสมรักนานแล้ว
ในตอนหัวค่ำเมื่อได้ยินเขาเปรยว่าอยากรู้จักกับญาติของหล่อน ผู้ซึ่งมีสร้อยคอเหมือนกับของเขา
หล่อนก็เกือบจะพาเขาแยกจากสมรักไปได้สำเร็จอยู่แล้ว ขัดอยู่แต่ว่าเมื่อโทรศัพท์ไปหาเอมอมร ก็ได้ทราบว่า
คมกริชอยู่ที่นั่นด้วยถึงจะตัดใจจากคมกริชได้กว่าครึ่งหนึ่งแล้ว หล่อนก็ยังไม่อยากเผชิญหน้าอยู่ดี


สมรักแนบร่างแอบอิงชายหนุ่มอย่างไม่ถือตัว พึงพอใจแขนแมนและแผ่นอกหนาแน่นของเขาเสียจริง
ชายหนุ่มเองก็คงจะมีความสุขไม่น้อย
ก็หล่อนเป็นผู้หญิงที่สวยดึงดูด ฐานะร่ำรวย แล้วยังฉลาดและปราดเปรียว เป็นที่หมายปองของผู้คนมากมาย

"คุณรักหาเรื่องให้ผมแล้วนะ รู้ตัวไหม วิโรจน์เขาจะโกรธผม"

รอยยิ้มและน้ำเสียงในสีหน้าระบายยิ้มของเขาไม่ได้บอกความเดือดเนื้อร้อนใจใดๆ สมรักเงยหน้าขึ้นยิ้มพราย

"เขาจะโกรธคุณลิตทำไม"
"อ้าว ทำเป็นไม่รู้"
หล่อนค้อนวงหวาน "เขาไม่ได้เป็นอะไรกับรักนะคะ ก็แค่เพื่อนกันเท่านั้น"
"เพื่อนกันเท่านั้นจริงๆ หรือ"
"ก็งั้นซีคะ..." หล่อนยกไหล่นิดหนึ่ง
"ก็จริงอยู่หรอก เขาชอบรัก แต่จำเป็นด้วยหรือคะที่รักจะต้องชอบตอบ"
"นั่นซีนะ"
"รักจะจริงจังกับคนที่รักชอบเท่านั้นค่ะ"

จากจังหวะช้า ดนตรีเปลี่ยนเป็นบรรเลงจังหวะเร็วเร้าใจ สมรักแยกตัวห่างออกไปเพียงนิดเดียว
ยักย้ายร่างกายไปตามจังหวะเพลงเช่นเดียวกับคู่เต้นอื่นๆ สีหน้าของหล่อนรื่นเริงสนุกสนาน และก็ดูเย้ายวน

ชายหนุ่มขยับร่างตามเล็กน้อย เห็นแสงวับๆ ของแผ่นโลหะเล็กๆ สะท้อนอยู่ที่คอของหล่อน เจ้าจี้ทองคำขาว
รูปหัวใจคู่นี้สะกิดสะเกาอยู่ในจิตในใจให้เขารู้สึกเจ็บยิบๆ เสมอ เขานึกถึงคนที่เป็นเจ้าของ หญิงสาวร่างบางสมส่วน
ผู้มีใบหน้าอ่อนใสพริ้มเพรา ดวงตากลมโตบางครั้งแฝงแววเศร้าแต่ยามยิ้มก็สวยจนเขาไม่อยากถอนสายตา
เจ้าหล่อนผู้นั้นทำให้เขาผิดหวังและขัดเคืองเป็นที่สุด จนบัดนี้แล้ว เขาก็ยังครุ่นคิดอยู่เลยว่าทำไมหล่อนปฏิเสธ
เขาน่ารังเกียจนักหรืออย่างไร

เขาแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จู่ๆ ก็รู้ว่าหล่อนเป็นญาติของเพ็ญระพี ใจของเขาเต้นระทึกขึ้นมาทีเดียวเมื่อรู้ว่า
จะได้พบหล่อนอีก และแล้วก็นึกเสียดายสร้อยที่เขาได้ให้สมรักไปแล้วขึ้นมาครามครัน

ในวันนั้น เขาได้รับคำเชิญชวนให้ไปที่บ้านของสมรัก ทีแรกชายหนุ่มคิดว่าเป็นการพบปะกันอย่างธรรมดา
จึงเพียงแต่ถือเหล้าฝรั่งอย่างดีติดมือไป แต่ครั้นไปถึงบ้านใหญ่หรูหราราวกับคฤหาสน์ของ เขาจึงได้ทราบว่า
มันเป็นวันเกิดของสมรัก

มีขนมเค้กสวยงามอันใหญ่วางบนโต๊ะ ในท่ามกลางอาหารคาวหวาน หญิงสาวบอกเขาว่า

"รักอายุครบยี่สิบสามปีในวันนี้”
"แฮปปี้เบิร์ทเดย์ครับ แต่ขอโทษ ผมไม่รู้เลยไม่ได้เตรียมของขวัญมาด้วย"
"โถ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" หล่อนหัวเราะ ทำตาแพรวพราวใส่เขา
"แค่มานี่รักก็ดีใจแล้ว"
"เออ ผมนึกออกแล้ว"

เขาล้วงซองธนบัตรขึ้นมา สร้อยทองคำเส้นเล็กซุกอยู่ในซอกซิป ที่จริงมันก็ดูดีทีเดียว และเขาได้เสียเงินไป
เพื่อมันมากโขอยู่ ซ้ำร้าย มันคอยรบกวนจิตใจเขาอยู่เสมอ เห็นครั้งใด ใบหน้าอ่อนใสของผู้เป็นเจ้าของก็ปรากฏขึ้น
เป็นความทรงจำที่ทำให้เขาได้แต่กระแทกเสียงอยู่ในลำคอด้วยความรู้สึกผิดหวัง ดูแคลนและหงุดหงิดใจ รำๆ
จะขว้างมันทิ้งเสียหลายครั้งแล้ว

เขาหยิบยื่นมันออกไป "นี่ครับ ของขวัญวันเกิด"
"อุ๊ยตาย น่ารักจัง" สมรักอุทาน ยื่นมือออกมารับ "ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ"
เพ็ญระพีอยู่ใกล้ๆ มองดูด้วยความสนใจ
สมรักพลิกที่ด้านหลังของตัวจี้รูปหัวใจ เขม้นมองดูตัวหนังสือแล้วอ่านออกมาดังๆ
"ใจเราอยู่คู่กัน"
"Our hearts are joined ครับ" เขาทวนคำที่เคยได้ยินจากปากของผู้เป็นเจ้าของ
หญิงสาวหัวเราะคิก " รักใส่เลยนะคะ"
"เชิญครับ"
"คุณลิตใส่ให้หน่อยซิ"

หล่อนขยับหันหลังให้ พลางรวบเรือนผมยาวให้สูงขึ้น เขาสวมสร้อยให้หล่อน เพ็ญระพีที่นั่งมองถามว่า

"คุณลิตได้สร้อยนั้นมาจากไหนคะ"
"ผมซื้อมาฮะ"
"ซื้อมาจากที่ไหนคะ"

ความทรงจำรำลึกหวนกลับมาอีกครั้ง ความขุ่นเคืองกรุ่นขึ้นรำไร ภาพใบหน้าผุดผาด รอยยิ้มนุ่ม
ประกายตาอ่อนโยนก่อกวนเขาอยู่ไม่วาย

เขายิ้มขรึม "ทำไมหรือครับ"
"มันเหมือนมากเลยกับสร้อยของญาติของเพ็ญ"

อีกฝ่ายจับจ้องมองจี้รูปหัวใจเล็กๆ สองดวงที่ทาบซ้อนกัน มีเพชรเม็ดเล็กฝังอยู่ตรงกลางไม่วางตา

"เหมือนยังกับเป็นอันเดียวกันเลยค่ะ"
สมรักพูดว่า "ของมันอาจจะเผอิญเหมือนกันก็ได้นี่ เอ ของโหลหรือเปล่าคะคุณลิต"
แล้วเธอก็หัวเราะจนประกายตาระยับ
เพ็ญระพียักไหล่ "ก็อาจเป็นไปได้นะ"
แต่ชายหนุ่มยังสนใจไม่หาย "คุณเพ็ญแน่ใจว่าเหมือนกันจริงๆ หรือฮะ"
"ค่ะ เอมเขาใส่เป็นประจำ เป็นของรักของหวง เพราะแฟนเขาสั่งทำให้เป็นพิเศษ"
ชายหนุ่มแทบจะกลั้นใจเพราะชื่อนั้น "ใครนะฮะ" เขาถามย้ำ "เอม..หรือ"
"ค่ะ เอมอมร เป็นญาติสนิทของเพ็ญค่ะ"

เหมือนตะกอนที่ตกค้างอยู่ในจิตใจได้ถูกก่อกวนให้กรุ่นกระจายขึ้นในทันที เอมมี่… เอมอมร นี่หล่อนยังมีตัวตนและอยู่ใกล้เขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ เขาอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ

หลังจากที่ทานอาหารกันแล้ว หลายคนชวนกันออกไปฟังเพลงและเต้นรำต่อ เพ็ญระพีเตรียมตัวเสร็จก่อนและนั่งคุยอยู่กับเขาในขณะที่คนอื่นๆ กำลังแต่งตัว แล้วชลิตก็พูดขึ้นว่า

"ผมอยากรู้จักญาติคนนั้นของคุณเพ็ญจังเลย"
"ใครหรือคะ"
"คนที่มีสร้อยเหมือนกับผม"
"อ๋อ เอมนั่นเอง เขาสวยนะคะ แต่เป็นคนเงียบๆ เรียบร้อย ไม่เหมือนอย่างพวกเราที่นี่ เลยเข้ากันไม่ได้ ที่จริงเอมกับเพ็ญสนิทกัน อยู่บ้านใกล้กันด้วยเพราะว่าเป็นที่ดินที่คุณปู่คุณย่าของเพ็ญ หรือก็คือคุณตาคุณยายของเอมนั่นเอง แบ่งให้"
"หรือฮะ อยู่ใกล้กันแค่ไหน"
"ก็อยู่ในซอยเดียวกัน แต่ว่าอยู่คนละแยก..." หล่อนเล่าเรื่อยเปื่อยว่า
"แม่ของเอม เป็นแม่ม่ายเนื้อหอมแล้วก็ดังมากด้วย มีข่าวมีรูปลงในข่าวสังคมอยู่เรื่อยๆ"
"บ้านเขาคงจะร่ำรวยนะครับ"
"รวยซีคะ รวยมากมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว"
"เขาทำอะไรกันฮะ"
"พ่อของเอมเป็นนักธุรกิจ แต่ว่าตายไปหลายปีแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไร
ได้ยินอาอรเขาพูดอยู่เสมอว่างานยุ่ง เพ็ญก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นงานอะไร"
"วันหลังแนะนำให้ผมรู้จักบ้างได้ไหมครับ"

ประกายตาคนถามแพรวพรายหยอกเย้า เพ็ญระพีเข้าใจว่าเขาพูดไปอย่างนั้นเองตามประสาคนหนุ่มรักสนุก
ที่มีปฏิกริยาสนอกสนใจยามได้ยินใครพูดถึงสาวสวย ทว่าหล่อนกลับได้ช่องที่จะดึงเขามาใกล้ตัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดึงออกมาจากแม่เพื่อนรักซึ่งหันมามีท่าว่าพอใจในตัวเขาอย่างเปิดเผย

หล่อนตอบทันทีด้วยความเต็มอกเต็มใจ "ไม่ต้องรอถึงวันหลังหรอกค่ะ วันนี้ยังได้เลย"

ชายหนุ่มหัวเราะ "นี่ค่ำแล้วนะครับ ไปตอนนี้เขาคงตกใจแย่"
"โอ๊ย ไม่หรอกค่ะ คุณลิตอยากจะไปจริงๆ หรือเปล่าล่ะคะ"
"อยากซิ" เขาทำตาเหมือนกำลังลองใจหล่อนเล่น เพ็ญระพีกลับตอบสนองอย่างจริงจัง
"ถ้าอย่างนั้นเพ็ญจะโทรศัพท์ไปบอกเขาก่อนนะคะ"

ชายหนุ่มยืนมองหล่อนพูดโทรศัพท์อย่างครึ้มอกครึ้มใจ แน่ใจว่า เจ้าหล่อนผู้นั้นจะต้องเป็นคนคนเดียวกัน
เอมอมรและเอมมี่ เจ้าของสร้อยรูปหัวใจฝังเพชรซึ่งเป็นของกำนัลจากชายคนรัก

เขานึกภาพที่หล่อนจะเป็นเมื่อเขาพาตัวไปพบ หล่อนคงจะแปลกใจ ตกใจและอับอายเป็นที่สุด
นั่นแหละคือสิ่งที่เขาอยากจะเห็น

หล่อนทำให้เขาขุ่นเคืองใจ ในวันที่ผ่านมา แม้จะดูแคลนหล่อนอย่างไร เขาก็ยังกลับไปที่โรงแรมนั้นอีกเป็นบางครั้ง
หวังจะได้พบเห็น ทว่าไม่ได้พบหล่อนอีกเลย

เมื่อเป็นดังนั้น เขาจึงปั้นเหตุผลขึ้นมาบอกตนเองว่า บางทีแฟนของหล่อนอาจกลับมาจากเมืองนอกแล้ว
และหล่อนไม่อาจมีพฤติกรรมอย่างเดิมอีก หรือบางทีหล่อนอาจได้พบขุมทรัพย์ใหญ่ ผู้ชายหน้าโง่ที่ไหนสักคน
จึงไม่จำเป็นต้องตรากตรำกับงานบังหน้าอันน่าเหน็ดเหนื่อยนั้นอีกต่อไป

ทว่าแม้จะพยายามนึกถึงหล่อนในทางไม่ดีอย่างไร เขาก็ไม่อาจลืมหล่อนได้ สร้อยรูปหัวใจที่เขาเก็บไว้ได้คอยสะกิด
ย้ำเตือนเขาอยู่เสมอ เขาจึงหยิบยื่นมันให้สมรักไปอย่างง่ายดาย

ทว่า ในบัดนี้ เมื่อเขาเห็นมันสะบัดปัดแกว่งอยู่กับลำคอของสมรัก ขณะที่เจ้าหล่อนยักย้ายร่างกายไปตามจังหวะเพลง
เขากลับรู้สึกเสียดายอย่างเหลือเกิน...



page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81