แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 6
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)

เอมอมรแปลกใจเมื่อพบคมกริชจอดรถรออยู่ที่หน้าตึกเรียน เขาไม่เคยมาที่นี่ตามลำพัง ทว่าเคยมากับสิทธา
และบางครั้งก็มากับเพ็ญระพี ชายหนุ่มนั่งคอยอยู่ตรงเก้าอี้นั่งใต้ต้นไม้ใกล้เคียงกับที่จอดรถ
ครั้นเห็นกลุ่มของหล่อนเดินมาก็ลุกขึ้นโบกมือให้ หญิงสาวจึงแยกจากเพื่อนๆ เดินเข้าไปหา

"พี่คม มาทำอะไรที่นี่คะ"
"พี่แวะมาหาเอม" สีหน้าเขาหม่นหมอง "จะกลับบ้านหรือยัง"
เธอเดินตามมาขึ้นรถโดยดี
"พี่ติดต่อเพ็ญไม่ได้" เขาเล่าออกมา
"ไปหาที่บ้านก็ไม่อยู่ ไปหาที่มหาวิทยาลัยก็ไม่พบ พี่พบเพื่อนๆ เพ็ญ พอเข้าไปถาม
พวกนั้นมองหน้ากันแล้วก็หัวเราะมองเหมือนกับพี่เป็นตัวตลกน่าสมเพชอะไรอย่างนั้นแหละ"
"พี่คมคิดมากไปเองละมัง"
"ไม่รู้ซิ แต่ที่แน่ๆ ระยะนี้เพ็ญเปลี่ยนไป เขาพยายามที่จะ... ตีตัวออกห่างจากพี่"

เธอเงียบ แม้ในระยะหลังๆ นี้จะห่างกันไปบ้าง ในช่วงปิดเทอมเธอไปทำงานกับบริษัททัวร์ขณะที่เพ็ญระพีไปเที่ยว
ต่างประเทศ จนบัดนี้เปิดเทอมแล้ว การเรียนทำให้ต่างก็ยุ่งด้วยกันทั้งคู่ ได้คุยกันทางโทรศัพท์เพียงไม่กี่ครั้ง
แต่ไม่นานมานี้ เพ็ญระพีพูดว่า ได้พบผู้ชายคนใหม่ ฟังจากน้ำเสียงแล้วเขาผู้นั้นคงจะเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งทีเดียว

"เขาเท่มาก เป็นนักเรียนนอก รูปหล่อพ่อรวยเสียด้วยซิ"
"เวลาพี่ไปหา ดูเพ็ญเนือยๆ เบื่อๆ ชวนไปไหนก็ไม่ไป เขาไม่ค่อยอยู่บ้าน ติดต่อก็ไม่ได้ ไปไหนกับใคร
ก็ไม่รู้ถามก็โกรธ พี่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีแล้ว"

เอมอมรได้แต่ถอนใจ คมกริชเงียบมองเธอแล้วก็ถามอย่างใยดี

"เอมล่ะ ยังสอนพิเศษอยู่หรือเปล่า พี่เคยแวะไปหาแต่ไม่พบ
คุณอาบอกว่าเอมไปสอนพิเศษภาษาอังกฤษที่ไหนก็ไม่รู้"

มารดาของเธอพูดปดโดยตั้งใจ เธอรู้ว่ามารดาอายที่จะบอกความจริง

"เอ้อ...เอมไม่ได้ทำแล้วค่ะ เพราะว่าอยากเรียนหนังสือให้เต็มที่
แล้วพี่สิทธาก็เป็นห่วงขอร้องมาว่าให้เลิก"
"ดีแล้วละ ขยันเรียนหนังสือดีกว่า อีกไม่นานก็จะจบแล้ว..
นายสิทโชคดีจริงๆ ที่มีคู่หมั้นอย่างเอม พี่ซิยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี"
"พี่คมลองปล่อยเพ็ญสักพักหนึ่งไม่ดีหรือคะ เพ็ญอาจจะแค่กำลังเซ็งหรือไม่ก็เห่อเพื่อนใหม่
แต่พอเวลาผ่านไปเขาก็คงจะกลับมาดีเหมือนอย่างเดิม"
"ถ้าเขารักพี่ เขาก็ต้องกลับมาใช่ไหม"
"ใช่ซีคะ"
"แต่พี่ไม่แน่ใจว่าเขาจะรักพี่จริงนะซิ" น้ำเสียงของชายหนุ่มหวั่นไหว
"เมื่อก่อนนี้เขาก็ดีหรอก แต่มาในระยะนี้เพ็ญแสดงออกชัดเจนเลยว่าไม่อยากพบพี่"
"พี่คมอย่าคิดมากเกินไปซีคะ"
"พี่ไม่หลอกตัวเองหรอกเอม"
เธอถอนใจ "เอมไม่รู้ว่าจะช่วยพี่คมอย่างไรดี"
"ว้อทเอเวอร์วิลบี วิลบี พี่จะพยายามทำใจให้ได้นะเอม"

เขาพาเธอมาส่งบ้าน เอมอมรชวนให้เขาอยู่ทานข้าวด้วย เธอคาดว่าเขาจะปฏิเสธ
แต่คมกริชกลับรับคำ

"เอมจะลองโทรตามหาเพ็ญนะคะ"
"ก็ได้จ้ะ"

เธอต่อโทรศัพท์ถึงญาติสาว ทางปลายสายที่บ้านตอบมาว่าไม่อยู่ และเพราะว่าคนพูดรู้จักกับเธอดี
จึงเล่าว่า เพ็ญระพีและเพื่อนสาวๆ กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งเนื้อแต่งตัวใหม่ แล้วนั่งรถออกจากบ้านไปอีก

"คงจะออกไปเที่ยวกันละค่ะ คุณเอม อย่างนี้ยังไงๆ ก็ต้องดึกกว่าจะกลับ"

เธอได้แต่กลับมาบอกคมกริชว่า เพ็ญระพีไม่อยู่บ้าน
คมกริชนั่งเซื่องซึม เธอเลือกดูหนังตลกและหัวเราะชี้ชวนให้เขาขบขันไปกับเนื้อเรื่องด้วย
อริยากลับจากมหาวิทยาลัยในเวลาค่ำ เอมอมรรีบดึงน้องสาวไปกำชับกำชาเสียก่อนว่า ห้ามเอ่ยถึงเพ็ญระพีเด็ดขาด

"ทำไมเหรอ"
"ก็พี่คมกำลังช้ำใจอยู่น่ะซิ"
"อ๋อ...มิน่าซิ หน้าตาถึงไม่สบายเลย โธ่เอ๊ย ก็รักใครไม่รัก ริจะมารักพี่เพ็ญนี่น้า เห็นอยู่ชัดๆ แต่แรกแล้วว่า
ไปด้วยกันไม่ได้ พี่เพ็ญออกปรู๊ดปร๊าด ส่วนพี่คมน่ะนะ ถึงจะรูปหล่อพ่อรวย แต่ขอโทษ...จืดที่สุดในโลกเลย"
เอมอมร อดยิ้มไม่ได้ "พี่ไม่เห็นว่าพี่คมจะเป็นยังงั้นเลย"
"อ๋อ พี่เอมจะเห็นได้ยังไง ก็พี่คมเป็นแบบเดียวกับที่สิทนี่ แบบเดียวกับขวัญใจ พี่เอมก็เลยเห็นเขาเพอร์เฝ็ค
แต่พี่เพ็ญไม่ใช่อย่างพี่เอมนะ พี่เพ็ญชอบตื่นเต้นหวือหวา เวลาไม่มีใครมีแต่พี่คมเขาก็โอเค ละ
แต่ถ้ามีคนอื่นเขาก็ไม่เห็นพี่คมอยู่ในสายตาหรอก"

คมกริชแวะมาอีกในวันรุ่งขึ้น สองพี่น้องเอาอกเอาใจเขาเป็นอย่างดีทำให้เขารู้สึกดีขึ้น เอมอมรสุภาพนุ่มนวล
ขณะที่อริยาที่ซุกซนช่างพูดก็มีเรื่องสนุกสนานของเพื่อนมาเล่า เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ในขณะที่ทั้งสามกำลังรับประทานอาหารค่ำกัน
เอมอมรลุกไปรับสาย พอรู้ว่าเป็นเพ็ญระพี หญิงสาวก็เลยบอกให้รู้ว่า

"ตอนนี้พี่คมอยู่ที่นี่นะ กำลังทานข้าวกันอยู่"
"เหรอ…….เขามาทำไมน่ะ"
"เขามาหาเธอแต่ไม่เจอเลยแวะมา นั่นเธออยู่ที่ไหน ได้ยินเสียงเพลงเสียงคนดังแว่วๆ"
"เราอยู่บ้านยัยสมรัก วันนี้วันเกิดสมรักเขาย่ะ แต่ความจริงก็มีกันสิบคนเท่านั้นเอง เออรู้ไหมเอม มีคนเขาอยากจะรู้จักตัวละ"
"เหรอ ใครล่ะ" เอมอมรไม่แปลกใจ

บ่อยไปที่เพื่อนชายในกลุ่มของเพ็ญระพีอยากรู้จักเธอ ทว่าหลังจากรู้จักกันแล้วก็ผ่านไป หนึ่งเพราะเธอมีคู่หมั้นแล้ว
และสอง เพราะเธอปลีกตัวจากผู้คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในกลุ่มรักสนุกหวือหวากลุ่มนี้

"หนุ่มหล่อคนหนึ่งจ้ะ"

น้ำเสียงเพ็ญระพีให้ความสำคัญแก่คนที่ถูกพูดถึงจนคนฟังรู้สึก

"อืม งั้นวันหลังเราค่อยพาไปแนะนำให้รู้จักก็แล้วกันนะ ที่จริงตั้งใจว่าจะไปกันคืนนี้เพราะว่าเขาจะไปส่งเราที่บ้านก็เลยจะแวะมาหาตัว แต่ว่าเราเปลี่ยนใจแล้วละ ไม่อยากพบพี่คม"
"เพ็ญ..." หญิงสาวเรียกอย่างอ่อนใจ "ใจคอเธอไม่แคร์พี่คมบ้างเทียวหรือ ทำอย่างนี้พี่คมเขาเฮิร์ทนะ"
"เฮิร์ทแฮ้ทอะไร ไม่สนใจทั้งนั้นแหละ" อีกฝ่ายเกเร "เราไม่ได้ทำอะไรเสียหายนี่นา"
"นี่.….ตัวเองพูดกับเขาหน่อยนะ….."
"อุ๊ย ไม่เอาหรอก ไม่รู้จะพูดอะไรเอาไว้วันหลังก็แล้วกัน เราจะไปแล้วละ งั้นแค่นี้นะ"

เพ็ญระพีวางโทรศัพท์ เดินกลับไปหาชายหนุ่มร่างสูงผู้ซึ่งยืนถือแก้วเครื่องดื่มพิงตู้เตี้ยรออยู่ เขามองเธออย่างจรดจ่อประกายตาวาววับ ใบหน้าประดับรอยยิ้มพริบพราย

"เป็นยังไงครับ"
"วันหลังค่อยไปนะคะ วันนี้เอมเขาไม่สะดวก"
เขาผิดหวัง "ทำไมหรือครับ"
"เอมมีแขกค่ะ"
"อ้อ"
"แขกคนสำคัญเสียด้วยซีคะ" หล่อนแกล้งพูดไปอย่างนั้นเอง
"แฟนหรือ"
"เพื่อนของแฟนค่ะ แฟนเขาอยู่เมืองนอก เออ ความจริงไม่ใช่เป็นแค่แฟนหรอกนะคะ
เขาหมั้นกันแล้ว สร้อยของเอมที่เหมือนกับเส้นที่คุณให้กับสมรักนั่นก็คู่หมั้นของเขาคนนี้ให้ไว้นานมาแล้ว
เพ็ญเห็นเอมใส่ติดตัวอยู่ตลอดเวลา”
"แล้วตอนนี้ เขายังใส่อยู่ไหมครับ" เสียงถามอยากรู้
"เพ็ญไม่ได้สังเกตค่ะ แล้วระยะนี้ก็ไม่ค่อยได้พบกันด้วย ต่างคนต่างก็ไม่ว่าง ได้ยินว่าตอนปิดเทอม
เอมไปสอนหนังสือเด็กๆ กลับบ้านมืดๆ ค่ำๆ ทุกวัน ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเลิกแล้วหรือยัง"
ประกายตาของชายหนุ่มบอกความขบขัน
"แล้วคุณเพ็ญเชื่อหรือฮะว่าเขาไปสอนหนังสือจริงๆ”
"เชื่อซีคะ เอมไม่ใช่คนเหลวไหลหรอก”
"แน่ใจหรือ..." เขาถามยิ้มๆ ลักษณะท่าทีเหมือนจงใจหยอกเย้ากับหล่อนมากกว่าอย่างอื่น
"ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ" หล่อนตอบอย่างเชื่อมั่น

อีกฝ่ายหนึ่งทำประกายตาระริก อยากจะหัวเราะดังๆ เสียจริง ๆ
หญิงสาวอีกคนหนึ่งเดินเข้ามา หล่อนเป็นคนสวยสะดุดตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใบหน้าถูกแต่งเติมสีสัน
ทรงผมกำลังอยู่ในสมัย หล่อนมีเรือนร่างปราดเปรียวสวมชุดเสื้อผ้าสวยทันสมัยที่เปรี้ยวเกินกว่าผู้หญิงทั่วๆ ไป
จะกล้าสวมใส่ ตัวเสื้อมองทะลุเห็นเนื้อในที่เย้ายวนสะสวย

"จะไปกันหรือยังคะ" หล่อนถาม ยิ้มหยาดทั้งริมฝีปากและดวงตา

ชลิตตอบโต้ด้วยรอยยิ้มเฉกเดียวกัน ทว่าสร้อยรูปหัวใจคู่ที่หล่อนสวม ทำให้เขารู้สึกติดขัดในความรู้สึกเหลือเกิน


page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81