แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 4
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ นั่นมิสเตอร์ชาร์ลส์ ใช่ไหมคะ"

กังวาน น้ำเสียงประหม่าเก้อเขิน ที่ดังมาทางโทรศัพท์ทำให้ ชายหนุ่มยิ้มคนเดียว เขาคาดไว้ไม่ผิด ยังไงๆ
เจ้าหล่อนจะต้องมา

"ครับ?"
"ดิฉันมิสเอม จากบริษัทตะวันทัวร์... คุณจำได้ไหมคะ"
"โอ สวัสดีเอมมี่..."

กังวานน้ำเสียงยินดีเปิดเผยเรียกขานเป็นกันเองทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอบอุ่นวาบ

"แน่นอนซิผมจำคุณได้ อรุณสวัสดิ์ครับ คุณสบายดีหรือ"
"สบายดีค่ะ ขอบคุณ คุณล่ะคะ"

เสียงตอบภาษาอังกฤษเป็นรูปแบบการทักทายตามมารยาท ชายหนุ่มอดขำไม่ได้ในเมื่อมันเป็นไปตามประเพณีนิยม
อันไม่ใช่ของทั้งเขาและของเธอ

"ก็ไม่เลวนักครับ คุณอยู่ที่ไหนครับนี่"
"ฉันอยู่ที่ล้อบบี้ค่ะ เอ้อ เรื่องที่คุณถามเมื่อวาน..."
"ตกลงวันนี้คุณจะพาผมเที่ยวใช่ไหม"
"ค่ะ บังเอิญฉันว่าง..." น้ำเสียงอ่อนๆ ขัดเขิน
"ดีจัง ผมกำลังเซ็งอยู่ทีเดียว ไม่รู้ว่าจะไปไหนดีวันนี้ ขอบคุณมากครับที่มา
แต่ว่าผมยังไม่ได้แต่งตัวเลย คุณจะขึ้นมาที่นี่ ดื่มอะไรขณะรอดีไหมครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะรอที่นี่"
"แต่คงจะนานนะครับ คุณขึ้นมาดีกว่า ผมจะได้ไม่ต้องรีบจนลืมอะไรๆ"
"คุณไม่ต้องรีบหรอกค่ะ ค่อยๆ ทำอะไรไปตามสบายเถอะฉันรอได้"
"คุณแน่ใจนะ"
"แน่ใจค่ะ"

ริมฝีปากสีสดเหยียดยิ้ม เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าหล่อนต้องการแสดงบทบาทของสุภาพสตรีที่รักนวลสงวนตัว
เขาก็จะส่งเสริม นั่นอาจจะเป็นวิธีการที่จะเพิ่มราคาให้กับตัวเองก็เป็นได้

"ถ้าอย่างนั้นผมขอสิบห้านาทีนะครับ ขออภัยด้วยถ้ามันนานเกินไป"
"ไม่หรอกค่ะ คุณใช้เวลานานกว่านั้นก็ได้ แล้วพบกันค่ะ"
"แล้วพบกันครับ"

ไม่กี่นาทีเขาก็มาปรากฏตัว หญิงสาวลุกขึ้นยืนยิ้มสุภาพส่งมือให้ ชายหนุ่มจับเขย่าเบาๆ
มันเป็นประเพณีของคนอื่นอีกนั่นแหละ

"สวัสดีครับ ขอโทษที่ทำให้รอนาน"
ดวงตาวาววามมองหญิงสาวทั่วตัว
"คุณสวยมาก"
"ขอบคุณค่ะ"

เอมอมรน่าจะเคยชินแล้วต่อคำชมนี้ คำที่ได้ยินวันละไม่รู้กี่ครั้งกี่หน แต่สำหรับผู้ชายคนนี้ เธอกลับรู้สึกหวั่นไหว

"ไปกันเลยดีไหมครับ หรือว่าจะทานอาหารเช้าก่อน"
"ฉันคิดว่าทานก่อนดีกว่าค่ะ อาหารกลางวันหาทานที่ไหนก็ได้ แต่อาหารเช้าที่คุณเคยชิน
ทานที่นี่ก็สะดวกดี"
"ตกลงครับ"

หญิงสาวมีท่าทางผ่อนคลายเป็นกันเองขึ้นหลังจากนั้น พาเขามาที่รถยนต์คันเล็กค่อนข้างใหม่ที่ตกแต่งครบครัน
อารยะผู้เป็นพี่ชายได้ใช้มันอยู่เป็นประจำ แต่ในวันนี้เอมอมรเอ่ยปากขอมาใช้

เธอขับรถอย่างคล่องแคล่ว

"คุณอยากไปไหนคะ"
"คุณอยากจะพาผมไปที่ไหนล่ะ"
"คุณเคยไปวัดพระแก้วแล้วหรือยังคะ"

ทำไมจะไม่เคย ถ้าเขารับคำ เธอก็คงจะพาเขาไปวัดทั้งวัน

"ผมอยากไปต่างจังหวัด อยากเห็นทะเลเมืองไทย"
"ตกลงค่ะ ไปเมืองโบราณกันดีกว่านะคะ"

เสียงอธิบายอย่างชัดถ้อยชัดคำว่าเมืองโบราณคืออะไร และมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

"ต่อจากนั้นฉันจะพาคุณไปทานอาหารกลางวันพลางดูนกนางนวลที่บางปู
แล้วเลยไปดูฟาร์มจรเข้กันนะคะถ้ามีเวลามากพอจะไปบางแสนกันต่อก็ได้"

พอเริ่มจะคุ้นเคยกัน เขาก็ได้เห็นหญิงสาวมีท่าทีตามสบาย หัวเราะร่าเริงและมีรอยยิ้มแจ่มใส ในบางครั้งบางคราว
ก็ช่างเล่นไม่น้อย ทว่าเธอไม่ใช่มัคคุเทศก์สมบูรณ์แบบ

บ่อยครั้งที่ต้องหยิบตำราเล่มเล็กขึ้นมาเปิดเพื่อหาคำอันเหมาะสมช่วยอธิบายขยายความหวังจะให้เขาเข้าใจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำศัพท์เกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุต่างๆ
ตลอดจนที่มาของมัน บ่อยครั้งที่คำเหล่านั้นทำให้ชลิตงุนงง และพองงหนักขึ้น เขาก็คว้าคู่มือของเธอมาดูเสียเอง

"นั่นคุณกำลังพยายามจะอ่านภาษาไทยหรือคะ"

หญิงสาวทักขำๆ ชลิตทำเป็นกลบเกลื่อนส่งคืนให

"ก็นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันแสดงเดี่ยวนี่คะ"

หญิงสาวออกตัว ขบขันระคนสมเพชตัวเองไม่น้อยที่ต้องเปิดตำราต่อหน้าลูกค้า

"ปกติแล้วจะมีรุ่นพี่ที่ชำนาญในเรื่องเหล่านี้นำทีม ส่วนฉันเป็นเพียงผู้ช่วยคอยดูแลลูกทัวร์
ว่าแต่คุณผิดหวังหรือเปล่าคะ ที่ฉันทำงานไม่ได้ดีเท่าที่ควร"
"ใครบอกว่าคุณทำงานไม่ดี ผมไม่ผิดหวังเลย ผมดีใจมากที่เรามาด้วยกันในวันนี้"
น้ำเสียงที่พูดลื่นไหล ประกายตาคนพูดวาววาม

เอมอมรคิดว่าเขาพูดไปอย่างนั้นเองตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ เธอไม่รู้ว่าในส่วนลึกแล้ว เขาดีใจจริงๆ ที่เธอมาด้วย

เป็นความยินดีที่เจือความอบอุ่นลึกๆ...



page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81