|
เอมอมรขยับกายอย่างอึดอัด ค่าที่หนุ่มลูกค้าชาวฟิลลิปปินส์ผู้นั้นมักจะจับตาอยู่ทีเธอ เขานั่งอยู่ในที่นั่งทางด้านหลัง
ของรถทัศนาจร ขณะที่เธอประจำอยู่ทางด้านหน้า ประกายตาวาววามและรอยยิ้มของเขาก่อกวนจิตใจไม่ให้เป็นปกติ
และแม้เธอจะพยายามบังคับสายตาไม่ให้เหลือบแลไปทางเขา หญิงสาวก็ยังเห็นว่าเขามองมาอยู่ดี
ก่อนออกเดินทาง เธอได้อ่านชื่อของเขาในรายชื่อลูกค้าซึ่งรับมาจากหัวหน้าสายงาน มิสเตอร์ชาร์ลส์ เอส. วัตต์
หญิงสาวไม่ได้เฉลียวใจอันใดเลยว่าจะเป็นคนเดียวกับหนุ่มกรุ้มกริ่มที่ได้พูดกันเมื่อวันก่อน จนกระทั่งพบเขา
เมื่อมารับตามกำหนดนัดหมาย เธอแปลกใจเมื่อเห็นร่างสูงหนายืนทำตาวาว ยิ้มกริ่มรออยู่
ทัวร์คณะนั้นประกอบด้วยนักท่องเที่ยวกว่ายี่สิบคน ไกด์ตัวจริงเป็นสาวใหญ่คล่องแคล่วซึ่งทำงานนี้มานาน
ทว่าชายหนุ่มจะคอยติดตามอยู่ใกล้ๆ เธอ คอยซักคอยถามโน่นนี่ และเมื่อเธอตอบ เขาก็ตั้งอกตั้งใจฟังอย่างสนใจเต็มที่
และครั้นเข้ามานั่งอยู่ในรถ เขาก็คอยแต่จะส่งสายตาและรอยยิ้มมาให้
" นายฟิลลิปปินส์คนนี้น่าสนใจนะ"
ปานจิตรกระซิบ
เธอเป็นสาวใหญ่ที่ทันสมัยคล่องแคล่วและเป็นมัคคุเทศก์ที่มีความสามารถซึ่งมุ่งหมายจะฝึกหัด
เอมอมรให้ก้าวหน้าในงานนี้
" รู้สึกว่าเขาจะสนใจเอมมากนะ"
" โธ! พี่ปาน เอมอึดอัดจะแย่อยู่แล้ว" " อึดอัดทำไม...เรื่องธรรมด๊า ธรรมดา พี่เจอจนเคยชินแล้วละ"
อีกฝ่ายว่า
" เอ...ไม่รู้ว่าเขาทำมาหากินอะไรนะ ยังหนุ่มนักนี่ แต่ท่าทางมีสตางค์แล้วก็มาคนเดียวเสียด้วยซิ "
เสียงกระซิบเจือหัวเราะคิกคัก จะเป็นพวกมิจฉาชีพหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่จริงพวกนี้มักจะเงินหนานะ
รูปหล่ออย่างนี้ ยังไงๆ ก็ยังน่าสนใจอยู่ดี
" โธ่ พี่ปานนี่ละ"
หัวเราะคิกคักกันอยู่ครู่หนึ่ง ปานจิตรก็ทำสีหน้าจริงจังขึ้น
" จะยังไงก็ตามนะ หนูเอม พี่ขอเตือนให้ระวังตัวไว้ให้ดี ถ้าจะคบจะหากับเขาต่อไปละก็ อย่ายอมเสียเปรียบเขาเป็นอันขาดเทียวนะ"
เอมอมรไม่รู้ว่าอะไรคือการเสียเปรียบ
และไม่ได้นึกเลยเถิดไปด้วยซ้ำว่าจะมีการ คบหากันต่อไป เธออาจจะได้พบกับเขาอีกครั้งสองครั้ง เมื่อไปรับส่งลูกทัวร์ที่โรงแรมซึ่งเขาพักอยู่ หรือไม่อาจจะไม่ได้พบอีกเลยก็ได้ หากเขาไปจากเมืองไทย
และถึงอย่างไรนี่ก็ใกล้เวลาเปิดภาคเรียนแล้ว
เอมอมรยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะลาออกจากงานหรือจะทำต่อไปเป็นบางช่วงเวลา
เธออาจจะต้องขาดเรียนและกลับบ้านค่ำมืดบ้าง แต่หากว่าจำเป็นในเรื่องเงินทอง เธอก็ต้องเลือกประการหลัง
แม่รู้แต่แรกแล้วว่าเธอทำงาน และแม้แม่จะไม่สนับสนุนเนื่องจากว่า...
" รู้ไปถึงไหน...อายเขาถึงนั่น เขาจะพูดกันได้ว่าแม่ไม่มีปัญญาเลี้ยงลูก..."
แต่ก็มิได้ขัดขวาง และเมื่อเอมอมรจ่ายเงินที่หามาได้ออกไป เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน เธอก็ไม่ได้ถามไถ่ราวกับไม่รู้ไม่เห็น เมื่อจบรายการนำเที่ยวในค่ำวันนั้น และหญิงสาวพาลูกค้ากลับมาส่งที่โรงแรม หนุ่มผู้อ้างตัวเป็นชาวฟิลลิปปินส์
ผู้นั้นกลับยืนปักหลักอยู่ข้างๆ
" คุณเป็นไกด์ที่ดีมาก"
" ขอบคุณค่ะ"
หญิงสาวพูดภาษาอังกฤษคำนั้นจนติดปาก
" แต่ฉันคิดว่าไม่ใช่หรอกค่ะ ฉันเป็นเพียงผู้ช่วยไกด์เท่านั้นนี่คะ อย่างที่ได้บอกแล้วว่า ฉันเพิ่งทำงานนี้
ได้เพียงสองเดือนเท่านั้น "
" แต่คุณก็ประสบความสำเร็จแล้วครับ คุณทำให้ลูกค้าสนุก แล้วก็อยากจะไปกับคุณอีก"
" ขอบคุณค่ะ"
" ผมอยากจะไปเที่ยวกับคุณอีกครับ"
เขาย้ำถ้อยคำ ดวงตาวาววับจับมองนิ่ง
เอมอมรหลบตา เขาทำให้เธอประหม่าหวั่นไหวอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน
" เรื่องนั้นคุณต้องติดต่อกับบริษัทค่ะ"
" บริษัทของคุณจัดให้คุณไปกับผมสองต่อสองได้ไหมครับ"
ใบหน้าพริ้มเพราออกจะตระหนก
" ไม่...ไม่ได้ค่ะ"
" ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องติดต่อกับคุณโดยตรง"
เขาทำน้ำเสียงจริงจัง เป็นงานเป็นการ
" ผมกำลังจะจบช่วงเวลาการพักผ่อนในไม่ช้า และจะต้องกลับไปทำงานที่คร่ำเครียด ผมเหลือเวลาไม่มาก
และอยากจะรู้จักเมืองไทยให้มากขึ้นอีกสักนิด คุณเป็นไกด์ให้ผมหน่อยไม่ได้เทียวหรือ"
แทนการปฏิเสธ อะไรบางอย่างทำให้หญิงสาวลังเล
" ฉันคิดว่า...เอ่อ ฉันไม่มีความสามารถพอค่ะ..."
" แต่ผมตัดสินว่าคุณมี"
สายตาและรอยยิ้มของเขาทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเอง
" ผมอยากให้คุณเป็นไกด์ให้ผม ผมยินดีจ่ายให้เท่าที่คุณต้องการ"
" ฉันไม่ได้กังวลถึงเรื่องนั้นนะคะ" หญิงสาวพูดอย่างตกใจ
ชายหนุ่มยิ้มกว้างเปิดเผยทำให้ใบหน้าดูกระจ่างแจ่มใส
" ลูกจ้างก็ควรจะคิดถึงค่าจ้างซิครับ เป็นอันว่าตกลงนะครับ"
" ฉันขอคิดดูก่อนนะคะ"
" โอเค. ผมอยู่ที่ห้อง 1855 ถ้าคุณไม่ขัดข้องละก็ ผมอยากให้คุณเริ่มทำงานค่ำวันนี้เลย"
หญิงสาวมองเขาอย่างคลางแคลงใจ
" ฉันไม่เคยเริ่มทำงานตอนค่ำ"
เขาหัวเราะ " ถ้างั้นเช้าวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ขอให้คุณโทรเรียกไปที่ห้อง ผมจะรอครับ"
เธอยิ้มสุภาพ " ลาก่อนค่ะ"
ชายหนุ่มรู้สึกชุ่มชื่นขึ้นในค่ำคืนนั้น เขาทานอาหารที่ภัตตาคารหรูในบริเวณโรงแรม หลังจากนั้นก็ย้ายไปนั่งฆ่าเวลา
ดื่มเบียร์พลางฟังเพลงเพราะๆ ที่คอฟฟี่ช้อป
นักร้องสาวสวยในเครื่องแต่งกายเปิดเผยเนื้อหนังมังสาคร่ำครวญเพลงแล้วเพลงเล่า บางครั้งออดอ้อนโหยหา
บางครั้งจังหวะเร็วกระแทกกระทั้นพลางทำลีลาไหวตัวตามจังหวะ หากก็มักจะส่งสายตามองมา
ราวกับกำลังร้องเพลงให้แก่เขาโดยเฉพาะ
ถ้าไม่ได้ทำอะไรที่ทำให้เขารู้สึกสนุกมาก่อนหน้านี้ตลอดช่วงเวลากลางวัน บางทีเขาจะพาตัวเองเข้าไปทำความรู้จัก
กับเจ้าหล่อนแต่เพราะในเวลานี้ เขาได้แต่นึกถึงแม่สาวผุดผาดอ่อนลออที่เพิ่งแยกจากกัน มัคคุเทศก์สาว
ไม่ได้รับปากเขา แต่เขารู้ว่าเธอจะต้องมา
เขาวาดวางแผนการที่จะอยู่กับเธอในคืนวันพรุ่งนี้
|