แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 4
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)

เอมอมรขยับกายอย่างอึดอัด ค่าที่หนุ่มลูกค้าชาวฟิลลิปปินส์ผู้นั้นมักจะจับตาอยู่ทีเธอ เขานั่งอยู่ในที่นั่งทางด้านหลัง
ของรถทัศนาจร ขณะที่เธอประจำอยู่ทางด้านหน้า ประกายตาวาววามและรอยยิ้มของเขาก่อกวนจิตใจไม่ให้เป็นปกติ
และแม้เธอจะพยายามบังคับสายตาไม่ให้เหลือบแลไปทางเขา หญิงสาวก็ยังเห็นว่าเขามองมาอยู่ดี

ก่อนออกเดินทาง เธอได้อ่านชื่อของเขาในรายชื่อลูกค้าซึ่งรับมาจากหัวหน้าสายงาน มิสเตอร์ชาร์ลส์ เอส. วัตต์
หญิงสาวไม่ได้เฉลียวใจอันใดเลยว่าจะเป็นคนเดียวกับหนุ่มกรุ้มกริ่มที่ได้พูดกันเมื่อวันก่อน จนกระทั่งพบเขา
เมื่อมารับตามกำหนดนัดหมาย เธอแปลกใจเมื่อเห็นร่างสูงหนายืนทำตาวาว ยิ้มกริ่มรออยู่

ทัวร์คณะนั้นประกอบด้วยนักท่องเที่ยวกว่ายี่สิบคน ไกด์ตัวจริงเป็นสาวใหญ่คล่องแคล่วซึ่งทำงานนี้มานาน
ทว่าชายหนุ่มจะคอยติดตามอยู่ใกล้ๆ เธอ คอยซักคอยถามโน่นนี่ และเมื่อเธอตอบ เขาก็ตั้งอกตั้งใจฟังอย่างสนใจเต็มที่

และครั้นเข้ามานั่งอยู่ในรถ เขาก็คอยแต่จะส่งสายตาและรอยยิ้มมาให้

" นายฟิลลิปปินส์คนนี้น่าสนใจนะ"
ปานจิตรกระซิบ

เธอเป็นสาวใหญ่ที่ทันสมัยคล่องแคล่วและเป็นมัคคุเทศก์ที่มีความสามารถซึ่งมุ่งหมายจะฝึกหัด
เอมอมรให้ก้าวหน้าในงานนี้

" รู้สึกว่าเขาจะสนใจเอมมากนะ"
" โธ! พี่ปาน เอมอึดอัดจะแย่อยู่แล้ว"
" อึดอัดทำไม...เรื่องธรรมด๊า ธรรมดา พี่เจอจนเคยชินแล้วละ"
อีกฝ่ายว่า
" เอ...ไม่รู้ว่าเขาทำมาหากินอะไรนะ ยังหนุ่มนักนี่ แต่ท่าทางมีสตางค์แล้วก็มาคนเดียวเสียด้วยซิ "

เสียงกระซิบเจือหัวเราะคิกคัก จะเป็นพวกมิจฉาชีพหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่จริงพวกนี้มักจะเงินหนานะ
รูปหล่ออย่างนี้ ยังไงๆ ก็ยังน่าสนใจอยู่ดี”

" โธ่ พี่ปานนี่ละ"

หัวเราะคิกคักกันอยู่ครู่หนึ่ง ปานจิตรก็ทำสีหน้าจริงจังขึ้น

" จะยังไงก็ตามนะ หนูเอม พี่ขอเตือนให้ระวังตัวไว้ให้ดี ถ้าจะคบจะหากับเขาต่อไปละก็ อย่ายอมเสียเปรียบเขาเป็นอันขาดเทียวนะ"

เอมอมรไม่รู้ว่าอะไรคือการเสียเปรียบ

และไม่ได้นึกเลยเถิดไปด้วยซ้ำว่าจะมีการ คบหากันต่อไป เธออาจจะได้พบกับเขาอีกครั้งสองครั้ง
เมื่อไปรับส่งลูกทัวร์ที่โรงแรมซึ่งเขาพักอยู่ หรือไม่อาจจะไม่ได้พบอีกเลยก็ได้ หากเขาไปจากเมืองไทย
และถึงอย่างไรนี่ก็ใกล้เวลาเปิดภาคเรียนแล้ว

เอมอมรยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะลาออกจากงานหรือจะทำต่อไปเป็นบางช่วงเวลา
เธออาจจะต้องขาดเรียนและกลับบ้านค่ำมืดบ้าง แต่หากว่าจำเป็นในเรื่องเงินทอง เธอก็ต้องเลือกประการหลัง

แม่รู้แต่แรกแล้วว่าเธอทำงาน และแม้แม่จะไม่สนับสนุนเนื่องจากว่า...

" รู้ไปถึงไหน...อายเขาถึงนั่น เขาจะพูดกันได้ว่าแม่ไม่มีปัญญาเลี้ยงลูก..."

แต่ก็มิได้ขัดขวาง และเมื่อเอมอมรจ่ายเงินที่หามาได้ออกไป เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน เธอก็ไม่ได้ถามไถ่ราวกับไม่รู้ไม่เห็น
เมื่อจบรายการนำเที่ยวในค่ำวันนั้น และหญิงสาวพาลูกค้ากลับมาส่งที่โรงแรม หนุ่มผู้อ้างตัวเป็นชาวฟิลลิปปินส์
ผู้นั้นกลับยืนปักหลักอยู่ข้างๆ

" คุณเป็นไกด์ที่ดีมาก"
" ขอบคุณค่ะ"
หญิงสาวพูดภาษาอังกฤษคำนั้นจนติดปาก
" แต่ฉันคิดว่าไม่ใช่หรอกค่ะ ฉันเป็นเพียงผู้ช่วยไกด์เท่านั้นนี่คะ อย่างที่ได้บอกแล้วว่า ฉันเพิ่งทำงานนี้
ได้เพียงสองเดือนเท่านั้น "
" แต่คุณก็ประสบความสำเร็จแล้วครับ คุณทำให้ลูกค้าสนุก แล้วก็อยากจะไปกับคุณอีก"
" ขอบคุณค่ะ"
" ผมอยากจะไปเที่ยวกับคุณอีกครับ"

เขาย้ำถ้อยคำ ดวงตาวาววับจับมองนิ่ง
เอมอมรหลบตา เขาทำให้เธอประหม่าหวั่นไหวอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน

" เรื่องนั้นคุณต้องติดต่อกับบริษัทค่ะ"
" บริษัทของคุณจัดให้คุณไปกับผมสองต่อสองได้ไหมครับ"
ใบหน้าพริ้มเพราออกจะตระหนก
" ไม่...ไม่ได้ค่ะ"
" ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องติดต่อกับคุณโดยตรง"
เขาทำน้ำเสียงจริงจัง เป็นงานเป็นการ
" ผมกำลังจะจบช่วงเวลาการพักผ่อนในไม่ช้า และจะต้องกลับไปทำงานที่คร่ำเครียด ผมเหลือเวลาไม่มาก
และอยากจะรู้จักเมืองไทยให้มากขึ้นอีกสักนิด คุณเป็นไกด์ให้ผมหน่อยไม่ได้เทียวหรือ"

แทนการปฏิเสธ อะไรบางอย่างทำให้หญิงสาวลังเล

" ฉันคิดว่า...เอ่อ ฉันไม่มีความสามารถพอค่ะ..."
" แต่ผมตัดสินว่าคุณมี"
สายตาและรอยยิ้มของเขาทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเอง
" ผมอยากให้คุณเป็นไกด์ให้ผม ผมยินดีจ่ายให้เท่าที่คุณต้องการ"
" ฉันไม่ได้กังวลถึงเรื่องนั้นนะคะ" หญิงสาวพูดอย่างตกใจ

ชายหนุ่มยิ้มกว้างเปิดเผยทำให้ใบหน้าดูกระจ่างแจ่มใส

" ลูกจ้างก็ควรจะคิดถึงค่าจ้างซิครับ เป็นอันว่าตกลงนะครับ"
" ฉันขอคิดดูก่อนนะคะ"
" โอเค. ผมอยู่ที่ห้อง 1855 ถ้าคุณไม่ขัดข้องละก็ ผมอยากให้คุณเริ่มทำงานค่ำวันนี้เลย"

หญิงสาวมองเขาอย่างคลางแคลงใจ

" ฉันไม่เคยเริ่มทำงานตอนค่ำ"
เขาหัวเราะ " ถ้างั้นเช้าวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ขอให้คุณโทรเรียกไปที่ห้อง ผมจะรอครับ"
เธอยิ้มสุภาพ " ลาก่อนค่ะ"

ชายหนุ่มรู้สึกชุ่มชื่นขึ้นในค่ำคืนนั้น เขาทานอาหารที่ภัตตาคารหรูในบริเวณโรงแรม หลังจากนั้นก็ย้ายไปนั่งฆ่าเวลา
ดื่มเบียร์พลางฟังเพลงเพราะๆ ที่คอฟฟี่ช้อป

นักร้องสาวสวยในเครื่องแต่งกายเปิดเผยเนื้อหนังมังสาคร่ำครวญเพลงแล้วเพลงเล่า บางครั้งออดอ้อนโหยหา
บางครั้งจังหวะเร็วกระแทกกระทั้นพลางทำลีลาไหวตัวตามจังหวะ หากก็มักจะส่งสายตามองมา
ราวกับกำลังร้องเพลงให้แก่เขาโดยเฉพาะ

ถ้าไม่ได้ทำอะไรที่ทำให้เขารู้สึกสนุกมาก่อนหน้านี้ตลอดช่วงเวลากลางวัน บางทีเขาจะพาตัวเองเข้าไปทำความรู้จัก
กับเจ้าหล่อนแต่เพราะในเวลานี้ เขาได้แต่นึกถึงแม่สาวผุดผาดอ่อนลออที่เพิ่งแยกจากกัน มัคคุเทศก์สาว
ไม่ได้รับปากเขา แต่เขารู้ว่าเธอจะต้องมา

เขาวาดวางแผนการที่จะอยู่กับเธอในคืนวันพรุ่งนี้


page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81