"มึงจะเช็คเอ้าท์เมื่อไหร่วะ"
วิชาเอียงแก้วเล็กน้อยขณะที่เทเบียร์เย็นเฉียบให้เพื่อน ร่างสูงที่บึกบึนนั่งเหยียดกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ ประสานมืนรอง
ใต้ท้ายทอยตาปรืออย่างเบื่อหน่าย ใบหน้าสีน้ำตาลอ่อนออกแดงดูคล้ายชาวตะวันตกไม่มีผิด
"พรุ่งนี้" เขาตอบสั้น ๆ
"แล้วกูต้องมารับหรือเปล่าวะ"
"ไม่ต้องหรอก ระหว่างที่รอรถที่จองไว้กูจะเช่ารถมาใช้ ข้าวของก็ไม่มีอะไรมาก"
"มึงไม่กลัวหลงทางหรือ เพิ่งกลับมาก็จะขับรถเอง ถนนหนทางไม่ใช่เหมือนเมื่อห้าหกปีก่อนนะโว้ย"
"ไอ้ห่ะ... มึงเห็นกูโง่นักรึไง"
"เปล่าโว้ย กูถามด้วยความเป็นห่วง"
วิชาตบไหล่หนาๆ ของเพื่อน ถอยกลับมาเอนหลังพิงพนักมองก่อนจะพูดต่อไปว่า
"พวกข้าวของเอาไว้ซื้อหาเอาทีหลัง แต่อย่าซื้อให้มากนักก็แล้วกันจะได้ไม่ต้องลำบากขนย้าย
เวลามึงคิดจะมีบ้านมีช่อง เพราะว่ายังไงๆ มึงคงไม่คิดจะอยู่คอนโดฯ ไปตลอดชีวิตหรอกนะ"
"ก็ไม่แน่นักหรอก กูตัวคนเดียวจะมีบ้านเอาไว้ทำอะไร"
"ซักวันมึงก็ต้องมีครอบครัวแหละวะ"
เพื่อนเขาผงกศีรษะขึ้นมามองร่างระหงในเสื้อผ้าแบบสายเดี่ยวรัดรูป กระโปรงผ่าสูงอวดเนื้อหนังวับแวม
ของสาวหนึ่งซึ่งเดินยักย้ายผ่านไป
"ครอบครัว.. เฮ้ย ไอ้คำนี้มันแปลว่าอะไรวะ"
"ไอ้..."
วิชาหัวเราะทั้งๆ ที่เห็นใจเพื่อนอยู่ไม่น้อย
"ถึงเวลาแล้วมึงจะรู้"
เพื่อนของเขาขยับกายขึ้นมาดื่มเบียร์ สีหน้าไม่รับไม่รู้
"แล้วจะเริ่มไปทำงานเมื่อไหร่"
"อีกสองสามวัน ตอนนี้กูยังไม่มีอารมณ์ว่ะ"
"จำเริญเถอะ เป็นคนอื่นขืนรออารมณ์อย่างมึงมีหวังได้อดตายกันเป็นแถว"
"ช่างหัวคนอื่นปะไร"
วิชามองดูแล้วหัวเราะหึๆ
"ท่าทางมึงดูเซ็งเอามากๆ เลยนะ"
"เออ กูเบื่อชีวิตมาก"
"ไปเที่ยวกับกูไหม จะให้คุณพิมนัดเพื่อนสาวๆ มาสักโหลหนึ่ง มึงจะได้หายเซ็ง"
"เข้าทีดีนี่หว่า"..
" ที่จริงสักครึ่งโหลก็พอ ทั้งโหล กูกลัวจะพูดไม่ทันพวกหล่อนว่ะ"
"ถามจริงๆ เถอะ มึงไม่มีใครสักคนเลยเทียวหรือ"
"ไม่มีหรอกตอนนี้ " อีกฝ่ายยกไหล่อย่างไม่สะทกสะเทือน
"แปลว่าแต่ก่อนเคยมี"
"เคยมี แต่ว่าหายไปหมดแล้ว"
"โอ้โฮ งั้นก็ต้องเคยมีมากกว่าหนึ่ง"
"ชีวิตความเป็นอยู่ที่โน่นมันง่ายนะมึง ถ้ามีเงิน เรื่องกิน เรื่องนอน กระทั่งเรื่องเซ็กซ์ ก็ไม่ใช่ปัญหา
พอใจก็อยู่ด้วยกัน เบื่อกันก็เลิก ก็แค่นั้น..."
"แต่มึงจะมาคิดอย่างนั้นกับคนที่นี่ไม่ได้นะโว้ย ที่นี่มันแตกต่างกัน วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี
ของเรายังมีอยู่ ก็อาจจะมีบ้างหรอกไอ้อย่างที่มึงพูด แต่เป็นส่วนน้อยไม่ใช่ส่วนใหญ่ สังคมบ้านเรา
ยังไม่ยอมรับแบบนั้น"
"เออน่า มึงไม่ต้องมาสอนกู"
"กูบอกไว้ด้วยความหวังดีโว้ย ไม่อยากเห็นมึงถูกพ่อใครยิงตายเพราะไปทำง่ายๆ กับลูกสาวของเขา"
ชลิตยกไหล่อย่างไม่รับไม่รู้ตามเคย เขานั่งดื่มต่อคนเดียวอีกชั่วครู่หลังจากที่วิชาแยกกลับไป แล้วจึงเดินเรื่อยเปื่อย
ไปทางด้านหน้าของห้องรับรอง เขาต้องชะงัก ผู้หญิงพริ้มเพราคนนั้นยืนอยู่ตรงเค้าน์เตอร์ กำลังพูดกับพนักงาน
พลางก็จดยิกๆ ลงในสมุดบันทึกเล่มเล็ก ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขากลับรู้สึกคุ้นเคยราวกับรู้จักกัน คงจะเป็นเพราะการ
ที่ได้แอบมองเธออยู่เป็นนาน
เมื่อวันก่อน เขายิ้มกริ่ม ดวงตามีประกายวาววามเมื่อเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวหันมาจากเค้าน์เตอร์พอดี
ในเมื่อชายหนุ่มรี่เข้าหาอย่างจงใจร่างบางจึงเกือบจะปะทะกับอกหนาๆ ของร่างหนาที่สูงเกินมาตรฐานผู้ชายไทย
เธอชะงักกายไว้ได้ทันแต่ก็กล่าวอย่างสุภาพ
"ขอโทษค่ะ"
เขายิ้มกว้างเห็นฟันขาววับเรียงเรียบ และเพราะรูปร่างสูงใหญ่กับสีผิวของเขาอย่างหนึ่ง กับดวงตาวาววาม
กรุ้มกริ่มที่จับมองนิ่งอยู่ เธอจึงไม่แน่ใจ เธอพูดใหม่อีกครั้งเป็นภาษาอังกฤษ
"ฉันเสียใจค่ะ"
"ไม่เป็นไรครับ
เสียงตอบเป็นภาษาอังกฤษมีสำเนียงที่มิได้เพี้ยนไปจากเจ้าของภาษาเลยแม้แต่น้อย
ค่าที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับมันนานหลายปี สายตาและรอยยิ้มของเขาเรียกให้เธอยิ้มตอบ เธอมองเขาอย่างพินิจ
พิจารณา ราวกับจะค้นให้รู้ถึงเชื้อชาติอันแท้จริง
"ผมเป็นชาวฟิลลิปปินส์ครับ"
เขาโป้ปดหน้าตาเฉย คิดว่าบางทีเธออาจจะพอใจมากกว่า ถ้าเข้าใจว่าเขาไม่ใช่คนไทย
"อ้อ...ค่ะ"
"คุณเป็นผู้หญิงไทยที่สวยมาก"
เขารีบพูดต่อเพื่อสานความสัมพันธ์
คราวนี้หญิงสาวยิ้มเขิน
"ขอบคุณค่ะ แต่ฉันไม่สวยหรอก ถึงอย่างไรก็คงไม่สวยเท่าผู้หญิงฟิลลิปปินส์"
"ผมชาร์ลส์ คุณล่ะครับ"
"ฉันชื่อเอมค่ะ"
"เอม...แปลว่าความมุ่งหมาย?" เขาถาม มองเห็นสร้อยคอแขวนจี้หัวใจคู่ที่คอขาวๆ
"ภาษาไทยแปลว่าความพึงพอใจค่ะ"
"อ้อ"
"ขอโทษนะคะ ฉันจะต้องไปแล้ว"
"แต่ผมอยากรู้จักคุณ"
เขาพูดง่ายๆ
"คุณเป็นคนน่าสนใจมาก"
หญิงสาวยิ้ม เคยชินเสียแล้วกับคำพูดและท่าทางเกี้ยวพาเช่นนั้น
"ขอบคุณค่ะ แต่ฉันเสียใจ ฉันมาที่นี่ เพื่อทำงานเท่านั้น"
"คุณทำงานอะไรครับ"
"ฉันเป็นผู้ช่วยมัคคุเทศก์ทำงานให้กับบริษัทท่องเที่ยวค่ะ ฉันมาที่นี่เพื่อรับและส่งลูกค้า..."
เธอยังพูดไม่จบเขาก็รีบถาม
"ถ้าผมอยากจะให้คุณนำเที่ยวบ้างล่ะครับ"
"คุณจะต้องติดต่อกับบริษัทค่ะ
.."
หญิงสาวเปิดกระเป๋าถือหยิบกระดาษแข็งสีขาวใบเล็กพิมพ์อักษรภาษาอังกฤษสีทองออกมาส่งให้
นิ้วมือยาวใหญ่สะอาดสะอ้านรับไปพลิกดู มันเป็นนามบัตรของบริษัทท่องเที่ยวที่ไม่มีชื่อของเธอ
"แต่ว่าฉันเป็นเพียงผู้ช่วยมัคคุเทศก์เท่านั้น ฉันเพิ่งจะทำงานได้เพียงสองเดือน ยังไม่มีความสามารถพอ
จะทำงานคนเดียวค่ะ ขอโทษนะคะ ฉันต้องไปละ"
ร่างบางถอยออกห่าง ท่าทางบอกว่าไม่ต้องการต่อความใดๆ เขากล่าวลาและเธอกล่าวตอบ ยิ้มให้อย่างสุภาพ
ก่อนจะพาตัวจากไปชายหนุ่มลูบปลายนิ้วกับขอบแข็งของนามบัตรนั้น มองตามหลังร่างบางด้วยดวงตา
เป็นประกายวาววามและรอยยิ้มหมายมาด
|