แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 3
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)

"กูไม่อยู่บ้านหรอก... เกลียดฉิบหายเลย..!!.."

คำพูดอันรุนแรงนั้น ขัดกันอย่างเหลือเกินกับตัวผู้พูด ด้วยว่าเขาเป็นคนหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าตาดีมาก ร่างสูงใหญ่
ดูแข็งแรงได้สัดส่วน ผิวออกขาวทว่าคล้ำเข้มเรื่อแดงคล้ายชาวตะวันตกเป็นอย่างยิ่ง ดวงตาคมเข้มวางอยู่
ภายใต้เรียวคิ้วสวยดกหนา จมูกโด่ง ริมฝีปากเรียวหยักได้รูป เขามีผมสลวยไม่สั้น ที่ถูกหวีเรียบร้อย เสื้อลำลองง่ายๆ
ที่สวมใส่บอกถึงรสนิยมและพื้นฐานอันดี

"นังนั่นมันกระแดะฉิบ… รำคาญแม่ง...ชะมัดเลย"
"โอ้โฮ...ตอนอยู่เมืองนอก มึงคงพ่นคำพวกนี้ทุกวันใช่ไหม คล่องเป็นอะไรเลยนี่"
เพื่อนของเขาหัวเราะขบขัน มือกำพวงมาลัยรถบังคับให้มันแล่นไปในคลื่นการจราจร
"เออ...กูซ้อมเอาไว้ใช้กับพวกมัน"
"ไปอยู่เมืองนอกตั้งหลายปี ไม่ได้เกลียดแม่เลี้ยงน้อยลงเลยหรือ"
"ไม่มีน้อยลงหรอก มีแต่จะมากขึ้น ยิ่งไปนานก็ยิ่งเกลียด เพราะพวกมันนั่นแหละ กูถึงไม่ยอมกลับมา
ถึงแม้จะอยากกลับก็เถอะ "

วิชาหัวเราะหึๆ เขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก รับรู้เรื่องราวของกันและกัน แม้ว่าในระยะหลังทั้งสอง
แยกจากกันนานหลายปี โดยฝ่ายเพื่อนได้จากไปศึกษาและทำงานต่อที่ต่างประเทศและเมื่อกลับมา
เขาเป็นคนแรกและคนเดียวที่อีกฝ่ายนึกถึง ชายหนุ่มเพิ่งจะกลับมาเมื่อสองวันที่แล้ว เข้าบ้านได้ไม่กี่ชั่วโมง
ก็ปึงปังวิ่งมาหาเขา วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่ง ที่วิชาเห็นอาการดังเดิม

"อย่าไปนึกอะไรเล้ย ทำใจเถอะ คิดว่าเพื่อความสุขของพ่อก็แล้วกัน"
"ความส่งความสุขอะไรกัน ตอนนี้พ่อกูมีความสุขกับใครเขาเสียที่ไหน วันๆ หน้าตาไม่เสบย ปัญหามันมาก
ก็พวกพี่น้องโคตรญาติของนังนั่นแหละ ขนกันเข้ามาอยู่เต็มบ้าน เอะอะโครมครามไม่เกรงใจใคร ตัวมันเองดี
แต่ร้องจะเอานั่นเอานี่ พอไม่ได้ดังใจก็ออกฤทธิ์เดช ลูกๆ ของมันก็เหมือนกัน"
"ลูกๆ เขาก็น้องมึงนั่นแหละ" วิชาว่า
"น้องก็น้องเถอะวะ กูไม่ชอบ หนอย เพิ่งจะห้าขวบเจ็ดขวบ ฤทธิ์มันมากยังกับอะไร รู้ไหมมันเข้าไปค้นห้องกู
พอกูว่ามันแผดเสียงร้องไห้ไปฟ้องแม่ นังแม่ก็มายืนพูดจาประชดประชัน ตีลูกด่าลูกกระทบกูเข้าให้อีก
โฮ้ย...ไม่อยากพูดถึง พวกไพร่"
น้ำเสียงเขาบอกความดูหมิ่นดูแคลนชิงชัง
วิชาทำเสียงหึๆ ในลำคอ "มึงนี่ปากจัดชะมัดเลยว่ะ"
"กูด่าเฉพาะคนที่สมควรให้ด่าเท่านั้นแหละ แต่กูจะออกมาจากบ้านละ"
"แล้วพ่อมึงล่ะ"
"ก็ช่างพ่อซิ ครอบครัวของเขา เขาก็ต้องทนต่อไป"
"มึงไม่ห่วงพ่อบ้างหรือไง พ่อแก่แล้วนา แล้วก็เป็นโรคหัวใจอยู่ด้วย"
สีหน้าของเขาคลายลง โทสะได้ถูกระบายลงมากแล้ว
"ห่วงน่ะห่วงหรอก แต่ทำไงล่ะ เขาผูกเองก็ต้องแก้เอง"
"แต่ระหว่างแก้นี่มันเปลืองจังเลยว่ะ เปลืองเงิน เปลืองกาย เปลืองหัวใจ"
"ช่วยไม่ได้" เขากระแทกเสียง
วิชาเหลือบมองเพื่อนชายผู้ซึ่งนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด "แล้วมึงจะไปอยู่ที่ไหน"
"ก็ยังไม่รู้” ชลิตตอบ “หาคอนโดฯ อยู่ก็แล้วกัน"
"เออ กูจะช่วยดูให้”
"แต่วันนี้กูจะไปนอนโรงแรมก่อน ไม่กลับเข้าบ้านแล้ว"
เพื่อนของเขานึกจะทำอะไรก็ทำ วิชาบ่นว่า “มึงนี่หัวแข็งชะมัด"
"เออซิ"
"แล้วพ่อมึงจะว่ายังไง อุตสาห์ดีใจที่ลูกชายกลับมาจากนอก ก็มามีปัญหากับแม่เลี้ยงอยู่ร่วมบ้านไม่ได้เสียอีก"
ชายหนุ่มนิ่งไปนิดหนึ่ง “เขาไม่ว่าอะไรหรอก… ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันนานจนเคยชินแล้ว"
"อือ แล้วรถล่ะ"
"จะซื้อใหม่ ของที่บ้านกูไม่ยุ่งหรอก นังนั่นมันหวง"
"ซื้อใหม่ก็ดี เลือกให้เจ๋งเลยนะมึง ให้สมศักดิ์ศรีลูกชายมหาเศรษฐีหน่อย"
"เออซิวะ จะเอาไว้ยืดแข่งกับแม่เลี้ยง" เขาพูดขวางๆ
".."

ชายหนุ่มเคาะแก้วเบียร์เล่นอย่างเบื่อหน่าย ความจริงเขาน่าจะรู้สึกบันเทิงใจ เขากำลังนั่งอยู่ที่มุมหนึ่ง
ของห้องโถงใหญ่ของโรงแรมชั้นหนึ่ง สภาพแวดล้อมล้วนแต่น่าดูน่าชมนับตั้งแต่สถานที่อันตกแต่งอย่างวิจิตร
หรูหรา ผู้คนที่เดินไปมา แม้จะมีส่วนหนึ่งแต่งกายตามสบายแต่ก็มีบางส่วนที่แต่งชุดหรูหราภูมิฐานวาง
มาดน่าเกรงขาม
เขาปรือตามอง ผู้คนที่เดินอยู่ในสายตามีต่างลักษณะ แผกเพศ ผิวพรรณ ต่างบุคลิกลักษณะท่าที ทว่า
ก็เป็นภาพที่คุ้นเคยจำเจสำหรับคนที่ใช้ช่วงชีวิตหลายปีอยู่ในต่างประเทศเช่นเขา แหม่มสาวร่างระหง
ในเสื้อบางที่อวดร่องรอยเนื้อหนังอันไร้การจำกัดบังคับของชุดชั้นใน เดินนวยนาดผ่านไป ขณะที่อีกสามนาง
เดินพูดจาโต้เถียงกันมาอย่างเร่งร้อน สตรีร่างอ้วนเตี้ยสองคนเดินคุยกันมาช้าๆ และใกล้ๆ กันนั้น
หญิงสูงอายุยืนสนทนากันโดยมีเด็กชายหญิงหลายคนมะรุมมะตุ้มเจี๊ยวจ๊าว
ชายหนุ่มหมุนแก้วเบียร์เล่น รู้สึกเบื่อ และเหงา

"..ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นกับเขาเสมอ เขามักนั่งอยู่กับแก้วเบียร์ที่ร้านอาหารเล็กๆ หรือแม้แต่ตามเก้าอี้ที่ข้างถนนในยามที่ท่องเที่ยวไปในต่างแดน
มองดูผู้คน..." คิดอะไรๆ ไปเรื่อยเปื่อย

สายตาของเขาหยุดที่สตรีสาวผู้หนึ่ง เจ้าหล่อนเป็นสาวไทยอย่างแน่นอน รูปร่างโปร่งระหงได้สัดส่วนแต่งกาย
เรียบร้อยด้วยเสื้อผ้าที่ดูดีสีอ่อนทับไว้ด้วยกระโปรงยาวสีเข้ม รองเท้าไม่สูงนักแบบเรียบและสะพายกระเป๋า
หนังเฉดสีเดียวกัน ดูอย่างผาดเผินเธอน่าจะเป็นนักศึกษาเพราะกิริยาท่าทางสุภาพเรียบร้อยและใบหน้า
ที่ดูปราดเดียวก็ลงความเป็นได้ว่าสวยที่ดูอ่อนเยาว์ปราศจากสีสันแต่งเติม
ทว่านักศึกษาคงไม่มีธุรกิจในสถานที่เช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอกำลังสนทนากับชาวต่างประเทศกลุ่มหนึ่ง
เบียร์แก้วใหม่ถูกวางลงตรงหน้าโดยสตรีสาวสวยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม ชายหนุ่มหันไปยิ้มพลางสนทนาตอบโต้
กับใบหน้าสวยที่ตกแต่งอย่างประณีต แต่ก็ยังวนเวียนหันมองหญิงสาวผู้นั้นไม่รู้เบื่อจนชาวต่างประเทศกลุ่มนั้น
กล่าวลาแล้วแยกย้ายจากไป เธอนั่งลงบนเก้าอี้นวมตัวหนึ่งหันหน้าตรงมายังเขา ใบหน้าเรียวก้มเล็กน้อยขีดเขียน
อยู่กับสมุดโน้ตเล่มเล็ก

เออหนอ..."เธอเป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่เขารู้สึกสะดุดตาสะดุดใจนับตั้งแต่ได้กลับมาทีเดียว นานเท่าไรแล้ว
ที่เขาฆ่าเวลาด้วยการนั่งมองดูผู้คน ฝรั่งแขกไทยนานา ก็เพิ่งจะมีหญิงสาวผู้นี้แหละที่เรียกความสนใจจากเขา
ได้ยาวนานและเพราะเขาไม่มีอะไรจะทำ เขาจึงคิดอะไรต่ออะไรเรื่อยเปื่อยไปเกี่ยวกับตัวเธอ ท่าทางสุภาพ
เรียบร้อย อย่างนี้น่าจะมีครอบครัวแบบไทยที่เข้มงวด แต่เธอมีอาชีพอะไรกันแน่และมีคนรักแล้วหรือยัง
ความคิดของเขาสะดุดหยุดลงด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มชาวตะวันตกผู้หนึ่ง ร่างสูงจัด ผมสีน้ำตาลทอง
ค่อนข้างยาวเดินตรงเข้าไปหา หญิงสาวลุกขึ้นยืนต้อนรับ ต่างทักทายกันอย่างสนิทสนมยินดี คนทั้งสอง
นัดหมายกันไว้ก่อน อย่างแน่นอน เขาเห็นหมอนั่นจับมือเธอไว้ทั้งสองข้าง พูดกันอยู่ครู่หนึ่ง ฝ่ายหญิงก็หันหยิบกระเป๋าถือ
และสมุดปากกา แล้วคนทั้งสองก็พากันเดินออกไปในลักษณะที่มือของฝ่ายชายแตะอยู่ที่แผ่นหลัง เอียงหน้าก้มลงมาหา
พูดคุยกัน อย่างใกล้ชิดจนลับหายไปจากสายตา

"มันก็แค่นั้นแหละว้า.."

เขาคิดอย่างผิดหวังระคนดูแคลน คะแนนนิยมที่เขาให้เธอแต่แรกลดหายกลายเป็นศูนย์ ภรรยาคนที่สอง
ของพ่อเขาก็แบบนี้ ผู้หญิงที่พ่อพบ ถูกใจ แล้วก็พามาอยู่ด้วยเพราะนึกว่าเธอสงบเสงี่ยมสุภาพเรียบร้อย
ผู้หญิงสมัยนี้ สวยแต่รูปจูบไม่หอมกันทั้งนั้น ยิ่งสวยมากๆ ละก็ยิ่งร้าย

page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81