แหวนหมั้น โดย กุลรัตน์
บทที่ 2
"แหวนหมั้น"
โดย กุลรัตน์
(นิยายเรื่องนี้
เคยตีพิมพ์
ในนิตยสารหญิงไทย
ประมาณปี 2530
และได้รวมพิมพ์
เป็นเล่มแล้ว 2 ครั้ง)


เมื่อเอมอมรกลับจากมหาวิทยาลัยในวันรุ่งขึ้น รถยนต์หลายคันจอดเรียงกันจากริมลานเทอเรซยาวไปตามถนนคอนกรีต
ที่ลาดไปสู่ประตู ชายหญิงหลายคนเดินกันขวักไขว่ หญิงสาวรู้ทันทีว่าอารยะพี่ชายคนเดียวคงจะมีงานสังสรรค์
กับบรรดาผองเพื่อนของเขาอีกตามเคย

อารยะเพิ่งจะเรียนจบมหาวิทยาลัย และทำงานกับบริษัทการเงินที่มั่นคงแห่งหนึ่งตามการฝากฝังของคุณอรอนงค์
แม้จะมีความสามารถซ่อนเร้นแต่เขาไม่ใช่คนขยัน แล้วยังเจ้าสำอางรักสนุก เขาใช้เงินเดือนที่ได้รับทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
และหลังจากนั้นก็แบมือขอจากมารดา

แม้จะรู้สึกไม่ค่อยชอบใจอยู่บ้าง เธอก็ยังทักทายเพื่อนของอารยะอย่างเป็นมิตร

"เพิ่งกลับจากมหาวิทยาลัยหรือเอม มารถอะไรล่ะ"

พิิพัฒน์เป็นเพื่อนของพี่ชายอีกคนหนึ่งซึ่งเธอไม่ชื่นชมเอาเสียเลย ลักษณะสำรวย ช่างเล่นของเขาอาจจะเป็นที่น่าเอ็นดู
สำหรับผู้หญิงอื่น แต่เอมอมรกลับรู้สึกเดียดฉันท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่รู้จักสนิทสนมกันมาเป็นเวลานาน
เอมอมรรู้ดีว่าเขาเป็นเพื่อนคู่หูซึ่งผลัดกันกับอารยะ ดึงกันไปลากกันมาเวียนว่ายอยู่ในชีวิตสำมะเลเทเมาและฟุ่งเฟ้อ
อันไม่มีแก่นสารสาระใด ๆ

"เพื่อนมาส่งค่ะ"
"เหรอ เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย เพื่อนจริงๆ หรือว่าเพื่อนใจ"
"เพื่อนจริงๆ ค่ะ"
"อืม นั่นซีนะ ก็เอมมีคู่หมั้นอยู่แล้วนี่"

อารยะเดินผ่านมา ในมือถือขวดสุราต่างประเทศราคาแพงซึ่งคุณอรอนงค์ซื้อเก็บไว้เสมอ เอาไว้รับแขก เธอว่า
แต่ปรากฏว่ามักจะเป็นแขกของลูกชายที่ได้เปิดขวดและกินกันหมดไปก่อน เธอบ่นแต่ไม่ได้โกรธเคืองจริงจังแล้ว
ก็จัดแจงซื้อหามาเก็บไว้อีกเป็นประจำไม่ได้ขาด เหตุผลคือ

" ช่างมัน ให้มันกินกันที่นี่ดีกว่าให้ไปที่อื่น เหล้าแบบนี้ถ้าเปิด
ตามคลับตามบาร์ละก็ เปลืองอีกไม่รู้กี่เท่าตัวเทียวละ"
อารยะพูด "เฮ้ เอม ช่วยดูของกินให้หน่อยซี พวกเราซื้อติดมือกันเข้ามาได้นิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่พออยู่แล้วละ"
"เอมจะต้องดูหนังสือนะ ใกล้จะสอบแล้ว” เธอตอบอย่างเบื่อหน่าย
"เถอะน่า ช่วยหน่อย ยายอะก็ยังไม่กลับ เรียนหนังสือประสาอะไรก็ไม่รู้ กลับบ้านค่ำๆ มืดๆ ทุกวัน"
"เฮ้ย อย่าไปว่าน้องเลย สมัยมึงเรียนเคยกลับบ้านแต่วันหรือวะ"
"มันไม่เหมือนกันโว้ย กูเป็นผู้ชายนี่หว่า”
"สมัยนี้ไม่ถือกันแล้วผู้ชายผู้หญิง สิทธิเสมอภาคเสียอย่าง จริงไหมเอม"

เธอหนีเข้าครัว แม่ครัวกำลังเตรียมอาหาร มีเด็กรับใช้อีกคนหนึ่งคอยช่วยเหลือ เมื่อสอบถามและค้นดู
ในตู้เก็บอาหารทั้งสดและแห้ง เธอก็พบว่าของที่มีอยู่ไม่พอที่จะทำเลี้ยงรับรองผู้คนที่มา

"โว้ย แย่จริง" อารยะร้องอย่างขัดใจ แต่แล้วก็นึกขึ้นได้
"เออ งั้นโทรศัพท์ไปสั่งให้ร้านธัญญาทิพย์เอามาส่งให้ก็ได้ เขามีอะไรอร่อยๆ บ้างนะ"
เขาขมีขมันเดินไปยังเครื่องโทรศัพท์ ค้นหาเบอร์โทรศัพท์จากสมุดเล่มเล็กที่วางอยู่ใกล้ๆ
"เอายำนพเก้าก็แล้วกัน แล้วก็กุ้งอบหม้อดิน เป็ดร่อนก็ดีนะ..."

หญิงสาวได้แต่มองพี่ชายอย่างอ่อนใจพลางนึกกังวลถึงบิลค่าอาหารที่จะถูกส่งตามมา
มันเคยมากกว่าเงินที่เธอใช้จ่ายได้ทั้งเดือน
เธอเลี่ยงขึ้นห้อง แม้จะพยายามรวบรวมสมาธิให้อยู่ที่หนังสือเรียน แต่ก็ไม่สามารถรับรู้เรื่องราวได้อย่างเป็นแก่นสาร
เสียงหัวเราะเฮฮาและเสียงเพลงที่ดังแว่วก่อกวนมากเท่าๆ กับความกลัดกลุ้มในความฟุ่มเฟือย ไม่รู้หนาวรู้ร้อน
ในความขัดสนอับจนของครอบครัวของพี่ชาย

แม้จะรัก แต่ก็อดขัดเคืองไม่ได้ มารดาถึงกับขายแหวนหมั้นของเธอไป แต่เขายังช่วยเผาผลาญเงินทอง
ไม่หยุดหย่อน เมื่อไรหนอทุกคนจะตื่นตัวและรับรู้ถึงความหายนะอันคืบคลานใกล้เข้ามาทุกขณะ

มีเสียงเคาะดังที่ประตู ตามด้วยเสียงเรียก

"เอม….. หลับหรือยัง"

เธอจำได้ว่านั่นคือพิพัฒน์ เพราะรู้จักกันมานาน และตัวเขาเองก็เคยมานอนค้างกับอารยะบ่อย ๆ ชายหนุ่มรุ่นพี่คนนี้
จึงเข้านอกออกใน เดินวุ่นวายอยู่ในบ้านนี้อย่างไม่เคอะเขิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มารดาซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในบ้านก็มักจะไม่อยู่เสียด้วย

พิพัฒน์พยายามตีสนิทใกล้ชิดมานานแล้ว และดูจะมีความพยายามมากขึ้นหลังจากที่คู่หมั้นของเธอจากไป
เธอคิดว่าผู้ชายอย่างเขาตีสนิทกับผู้หญิงทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องมีความจริงใจหรือจริงจังกับใคร
เขาถือเอาการหยอกล้ออย่างถึงเนื้อถึงตัวเป็นเรื่องธรรมดา และเอมอมรก็โดนเอาบ่อย ๆ เธอไม่ถือสา
แต่ก็อดรู้สึกตะขิดตะขวงใจไม่ได้

จากน้ำเสียง หญิงสาวรู้ว่าเขาถูกสุราย้อมจนได้ที่แล้ว เธอปราดไปที่ประตู รีบกดล็อคแล้วลั่นกลอนดังกริ๊ก ชายหนุ่มคงจะได้ยิน เพราะส่งเสียงต่อว่าเข้ามา

"แหม รีบใส่กลอนเชียวนะ กลัวพี่จะบุกเข้าไปหรือยังไง พี่ยังไม่เมาหรอกน่า น้องเอมที่รัก..
จะมาชวนลงไปคุยกันเท่านั้นแหละ ยายอะกลับมาแล้ว คุยอยู่ด้วยกันข้างล่าง"
"เอมกำลังดูหนังสืออยู่ค่ะ พี่พัฒน์ ใกล้จะสอบแล้ว"
"เอาไว้ดูพรุ่งนี้น่า หนังสือหนังหาน่ะ เมื่อไหร่ๆ มันก็ยังอยู่กับเอม แต่พวกพี่ๆ นี่ซิ นานๆ จะว่างพร้อมหน้าพร้อมตากันสักที"

เอมอมรไม่เคยชอบงานสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่มีคนรุ่มร่ามอย่างเขาคอยยุ่มย่ามกับเธอ

"ไม่ละค่ะ" เพื่อตัดปัญหาเธอก็ปิดไฟ "เอมจะนอนแล้วละ พี่พัฒน์ไปสนุกกันต่อเถอะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ"
เขายังส่งเสียงแต่เธอไม่ยอมต่อปากต่อคำด้วย พอเห็นว่าไม่ได้ผลเขาก็เงียบหายไปจากประตู..

page 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 2728 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81