"เอม..เฮ.. เอมอยู่ที่ไหน"
เอมอมรไหวตัวเพราะเสียงเรียกนั้น หญิงสาวกำลังพยายามอ่านตำราภาษาอังกฤษ ซึ่งถูกกำหนดมาให้อ่าน
แล้วก็ตามเคยที่เธอเผลอตัวปล่อยให้ใจลอยออกนอกทางไปจนได้ยินเสียงเรียก จำได้ในทันทีว่า
เป็นเสียงของเพ็ญระพี ญาติสาววัยเดียวกันซึ่งเป็นบุตรสาวของคุณอำนวยและคุณพิไล ลุงและป้าสะใภ้
คนที่สองซึ่งมีบ้านใหญ่โตอยู่ใกล้ๆ กัน พอลุกมาถึงประตูห้อง เพ็ญระพีก็พรวดมาหยุดอยู่ตรงหน้า
"แหม ปิดประตูห้องเงียบเชียวนะ ไอ้เราเรียกเสียจนคอแห้ง นี่รู้ไหม เราต่อโทรศัพท์อยู่ตั้งนาน
สายไม่ว่างสักทีเลยละ"
เพ็ญระพีเป็นเด็กสาวที่ออกจะทำตัวแก่เกินวัย ด้วยวัยเพียงยี่สิบปี เธอประณีตกับตนเองตลอดทั้งร่าง
ตั้งแต่ผมที่ได้รับการปรนนิบัติใส่สีสันจนดูเหมือนตุ๊กตาฝรั่ง ไปจนถึงเล็บมือเล็บเท้าที่ถูกตกแต่งแบบแฟนซี
หันหลังให้ความเป็นธรรมชาติ เธอสวมเสื้อสวยตัวเล็กกระโปรงทรงสอบที่ผ่าข้างสูง
เน้นอกอิ่มเอวเล็กบางและสะโพกผายกลมกลึง
ใบหน้าสะสวยถูกแต่งเข้มกว่าปรกติทำให้เจ้าของห้องถามว่า
"จะไปไหน แต่งตัวสวยเชียว"
"จะไปเที่ยวน่ะซิ ไปกินข้าวแล้วก็ไปเต้นระบำต่อ"
"อ้อ ไปกับพี่คมหรือ"
พี่คม คือคมกริช คนรักของเพ็ญระพี และเป็นเพื่อนที่สนิทกันมานานของสิทธา เพ็ญระพี และคมกริช
รู้จักกันโดยการแนะนำของเอมอมร
"ใครบอกล่ะ ถ้าเราไปกับพี่คมคงไม่ต้องวิ่งมาหาตัวหรอก"
"อ้าว..."
"เราจะไปกับคนอื่น"
"เหรอ
ไปกับใคร"
อักฝ่ายมีท่าทีอึดอัด "เฮ้อ... วันหลังตัวก็รู้เองแหละ เอาเป็นว่าเราจะไปเที่ยวก็แล้วกัน"
"แล้วไง"
"แล้วทีนี้เราคิดว่า...พี่คมจะต้องมา แล้วเมื่อไม่เจอเค้า พี่แกจะต้องมาที่นี่แน่ๆ ทีนี้ตัวช่วยบอกพี่คมด้วย
ก็แล้วกันว่าเราไปกับเพื่อนๆ ไปติวหนังสือที่บ้านใครก็ได้ แต่อย่าบอกว่าที่บ้านแม่สมรักล่ะ
พี่แกไม่มีทางเชื่อหรอก"
"แปลว่าให้เราช่วยโกหกให้"
"เออ จะว่ายังงั้นก็ได้"
เอมอมรทำสีหน้าอึดอัดใจ "ทำไมตัวไม่บอกเขาเองล่ะ"
"โอ๊ย พี่แกคงไม่ยอมเชื่อหรอก เบื๊อ...เบื่อ... สีหน้าญาติสาวแสดงว่ากำลังเบื่อจริงๆ พี่คมคุมยังกับเราเป็นนักโทษ
จะไปทำอะไรที่ไหนกับใครๆ บ้างก็ไม่ได้ ซักกันอยู่นั่นแล้ว รำคาญจะตาย"
"อ้าว ทำไม ก็รักกันไม่ใช่หรือ"
"เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ว่าเดี๋ยวนี้เราเบื่อแล้ว"
เอมอมรรู้นิสัยของญาติหญิงคนนี้ดีจึงไม่แปลกใจ จำได้ว่าเมื่อแรกที่เพ็ญระพีรู้จักคมกริช ฝ่ายชายไม่มีความคิด
จะเป็นแฟนกับเจ้าหล่อน แต่เพ็ญระพีนั่นแหละ ที่เป็นฝ่ายนำตัวเองเข้าไปพัวพันจนเขาวางใจแล้วก็กลายมาเป็นคู่รักกัน
แล้วเธอก็เบื่อไปก่อนที่ฝ่ายชายจะทันรู้ตัวเสียด้วยซ้ำ
"เพ็ญก็...ทำอะไรเป็นเด็กๆ ไปได้
"ทำไมล่ะ ก็เรายังเป็นเด็กอยู่จริงๆ นี่นา"
เธอเถียง
"คิดดูซิ นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ยังคุมยังกับเราเป็นนักโทษ เช้าถึง เย็นถึง ตัวไม่มาก็คอยโทรศัพท์มา
จะไปไหน ไปทำอะไรกับใครบ้างก็ไม่ได้ ซักอยู่นั่นแล้ว นี่ถ้าแต่งงานกันไป เราจะไม่บ้าตายหรือยังไง"
"ถ้าตกลงปลงใจจะแต่งงานกับเขาจริง ๆ ก็ต้องทำใจให้ได้ซิ"
"โอ๊ย ยังหรอก เรายังไม่ตกลงง่ายๆ"
"งั้นก็บอกเขาไปตามความจริงเลยซิ"
"เอ๊อ ตัวก็"
อีกฝ่ายเสียงสูงอย่างไม่สบอารมณ์
"เอาเถอะๆ เราจะไปละ แต่ถ้าเขามา ตัวบอกไปด้วยก็แล้วกันว่าเราไปติวหนังสือที่บ้านเพื่อน"
พูดจบก็หันกลับไปที่ประตู แต่แล้วก็หยุดหันมาอย่างไม่แน่ใจ
"แล้วตกลงตัวจะบอกให้หรือไม่บอก"
เอมอมรพยักหน้า "ถ้าเขาถามก็จะพูดไปอย่างที่ตัวบอกให้พูดก็แล้วกัน"
"ดี ขอบใจนะ ไปละ"
แล้วร่างปราดเปรียวก็ก้าวปราดๆ ลงบันได
เอมอมรเดินตามลงมา เห็นแต่หลังไวๆ ติดเครื่องรถแล้วพาแล่นจากไป
อริยาเพิ่งจะวางโทรศัพท์ น้องสาวของเธอมักจะติดอยู่กับเครื่องโทรศัพท์ บางครั้งเธอใช้มันนานเป็นชั่วโมง
จนถูกบ่นว่า แต่ก็ไม่เคยสนใจ
"เอ๊ะ วันนี้พี่เพ็ญมาเร็วไปเร็วนะ มีอะไรกันหรือพี่เอม" เด็กสาวถาม
"ไม่มีอะไรหรอก"
พี่สาวตอบ แล้วก็ต่อว่า "รู้ไหม เพ็ญบอกว่า พยายามโทรศัพท์มา แต่สายไม่ว่างเลย เราละซิใช่ไหมที่ใช้อยู่"
"ก็ใช่นะซี" เด็กสาวหน้ามุ่ย "แล้วเป็นไรล่ะคะ ใช้ไม่ได้หรือ"
"ใช้ได้ แต่ไม่ใช่ว่ากอดเอาไว้เป็นชั่วโมง เพราะอย่างนี้ใช่ไหมคะแนนสอบถึงแทบไม่ผ่าน"
"ว่าอีกแล้ว แม่ยังไม่เคยจู้จี้กับอะแบบพี่เอมเลยนะ" เด็กสาวลุกเดินจากไปอย่างแง่งอน
|