รักคุณเข้าแล้วเป็นไร เดลินิวส์ ประจำวันที่ 9 มิถุนายน 2527 ขึ้นข่าวรอง "ป่าเขาใหญ่ถูกทำลายยับ 7 หมื่นไร่ ต้องระดมทหารตำรวจนับร้อยไปกวาดล้าง" ก็เมื่อแค่ต้นปี วันที่ 7 มกราคม นี่เอง ฯพณฯ รมต.เกษตร เพิ่งจัดงานมาตรการป้องกันการบุกรุกทำลายป่าฆ่าสัตว์อยู่นี่นา อีตอนนั้นไง ตอนที่ นสพ. ลงข่าวว่ารัฐมตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ได้เดินทางไปตรวจสภาพป่าบนเขาใหญ่ ได้พบว่าป่าถูกทำลายลงไปจากเดิมมาก โดยเฉพาะการก่อสร้างทางหลวงสายใหม่จากปราจีนบุรีขึ้นเขาใหญ่นั้น ต้นไม้สองข้างทางถูกตัดไถทิ้งไปถึงด้านละกว่า 30 เมตร ที่สำคัญคือไม้ที่ตัดไปจากการสร้างถนนสายนี้จำนวนประมาณ 200 ท่อน หายไปหมดอย่างไม่มีร่องรอย ไม้ปริมาตร 972.85 ลูกบาศก์เมตร อันตรธานไปหยังกะไม้จิ้มฟันร้านอาหารที่คุณสุภาพสตรีชอบหยิบใส่กระเป๋า ไม่เป็นไรน่ะมีอยู่ตั้งล้านสามแสนไร่ ลงมือป้องกันตอนนี้ก็นับว่าเป็นบุญของสยามเมืองยิ้มแล้วละ จับหัวเขาหนังงาได้ทุกบ่อย อยากรู้เหมือนกันว่าคนเหล่านั้นเป็นชาติไหนกันแน่ ถึงได้ตั้งหน้าตั้งตาก่นโค่นทำลายป่ากันจริง พุทธศาสนิกชนย่อมดำรงอยู่ด้วยความไม่ประมาท ผมว่ารัฐบาลน่าจะเริ่มวางแผนล่วงหน้าโดยจัดส่งนักวิชาการวิชาเกิน นักวิเคราะห์วิจัยวิวาท ไปศึกษาเรื่องการยังชีพในทะเลทรายจากชนเผ่าเบดูอินแถบซะฮาร่า แต่ก็อีกละครับ ความจริงท่านรอบคอบกว่าที่คิด ท่านดำเนินแผนขั้นปฐมไปแล้วอย่างเงียบเชียบและสุขุม สังเกตกันมั่งรึเปล่าล่ะ ท่านเริ่มสอนให้คนไทยออมการใช้น้ำอยู่แล้ว ด้วยสร้างระบบประปาแบบไหลน้อย หรือไม่ก็..ประกอบด้วยตะกอนขุ่นคลั่กเพื่อชะลอการดื่มน้ำ อ่านพบเรื่องร้องเรียนจากเมืองโน้นเมืองนี้อยู่ทุกบ่อย อีกอย่างหนึ่ง ไทยเราใช้ปัญญามากกว่าอิสราเอล ท่านพุทธทาสภิกขุสอนว่า จงว่างและอย่าวุ่น ยิวไม่ยอมว่างซ้ำวุ่นหนัก คิดสร้างป่าเขียวชอุ่มบนทะเลทราย ซ้ำจะให้มีสัตว์อาศัยมากมายอีกด้วย โง่แล้วขยันแน่แท้จริงเจียว หาได้รู้สักนิดไม่ว่าเมื่ออุตริมีป่าก็ต้องหาทางรักษาป่า เสียเงินตราเสียกำลังคน จะตัดถนนก็ต้องโค่นป่ากันอีก ซ้ำจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อมาลาเรียและสัตว์ร้าย ป่าบ้านี่เป็นพื้นที่สร้างความชื้นดึงให้ฝนตก ฝนตกน้ำเต็มแม่น้ำลำธารดี เมื่อว่าดีก็ต้องสร้างเขื่อน สร้างเสร็จคนขโมยโค่นป่า เกิดภัยแล้งไม่มีน้ำกักเก็บอย่างที่คิด วุ่นเป็นงูกินหางทศนิยมไม่รู้จบ สู้ทะเลทรายไม่ได้ ปัญหาน้อย... เราควรปล่อยว่างวางเฉยยึดหลัก - เกิดขึ้น - ตั้งอยู่ - ดับไป สิ่งที่พึงเกิดย่อมเกิด พึงดับย่อมดับ ป่าถูกลักลอบทำลายก็ให้มันกลายเป็นทะเลทรายไป ถ้าไม่ทันใจก็ปล่อยให้ชาวบ้านปลูกพืชชนิดทำลายดิน สยามก็จะกลายเป็นทะเลทรายไม่ยาก ความจริงผมก็อยากได้อยู่เหมือนกัน จะสร้างเมืองลาสเวกัส เปิดกาชิโนโอฬารให้มะกันอายเชียวละ ช่วยกันสนับสนุนการก่นโค่นทำลายป่าเข้าเถอะครับ แล้วดีเองแหละ ทุ่งโล่งดงดิบป่างามสัตว์ชุมของพื้นที่เขาใหญ่ดังมานมนานกาเลบรมกัลป นอกจากพวกอยากรู้อยากเห็นจริงจริงก็ไม่มีใครด้นดั้นขึ้นไป เพราะจะเอาเพียงล่าละก็ที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องไปไกลจากรางรถไฟสักเท่าไหร่ ด้นด้นด้อมด้อมหรือนั่งห้างหักซุ้มก็ได้เหนี่ยวไกฟังเสียงปืนเปรี้ยงปร้างสมใจ ซ้ำขากลับออกมาอาจได้ของแถม ไข้ป่าที่ดีบ่ดีขนาดขึ้นสมองเลยละ แค่บ้านแพะสระบุรีนี่ก็เหลือกิน ชื่อบ้านแพะ แต่เป็นป่าช้างครับ มองปัจจุบันแล้วย้อนหลังไปยุคที่ผมว่า นึกภาพออกมั่งมั้ยครับ พ.ศ.2496 พื้นที่ตีนเขาใหญ่ยังเป็นดงทึบ ไม่นานก็เริ่มงานสร้างถนนมิตรภาพ สัตว์ป่าไม่รู้จะไปเขย่ามือกับใคร ต้องขยับหนีเสียงเครื่องมือกล หนีจากการล่าที่ถี่ขึ้น เนื้อสัตว์ป่ากลายเป็นสินค้า ก็คนงานเข้าไปรวมกันอยู่เป็นพันยังงั้น กีฬาล่าสัตว์ยุคหลังสงครามเริ่มฟื้นและเฟื่อง ใครก็มีสิทธิ์ลากปืนเข้าป่าล่าสัตว์ได้ ไม่มีจำกัดว่าจะเป็นตัวอะไร ไม่ผิดกติกา เรียกว่ายิงได้ยิงเอาละ ตั้งแต่นั้นมาถึงเดี๋ยวนี้ ลองหันไปดู ปากช่อง - ขนงพระ - ท่าช้าง - หมูสี - ท่ามะปราง - คลองไผ่ - มวกเหล็ก - หินสับ - ทับกวาง หรือที่ไหนก็แล้วแต่ มีที่เรียกว่าป่าเหลืออยู่สักเท่าไหร่ มีสัตว์อยู่กี่ตัว ผมขึ้นเขาใหญ่ตอนนี้ละครับ หลังพยายามหาทางขึ้นสะดวกมาเป็นปี โง่ตรงที่ไม่ปรึกษาผู้ใหญ่ตู้ เกลอเก่าที่ขนงพระ ทางขึ้นเขาใหญ่อยู่แค่หลังบ้านท่ามะปรางนี่เอง ปีนขึ้นสบายมาก ราวชั่วโมงครึ่งก็ถึงที่ราบสันเขา ที่จริงจะไปลากผองเพื่อนสัตว์แพทย์จากหน่วยวัคซีนกรมปศุสัตว์ที่ปากช่อง แต่ไม่มีใครเล่นด้วยซักคน มีแต่ - "ไม่ละว่ะ เพิ่งลงมาไม่ถึงสิบวันนี่เอง ยังไม่อยากเข้าไปให้ชาวบ้านแถวนั้นเจริญพร" ถามเหตุผลเหล่าหมอม้าก็อุบนิ่ง "เหอะน่ะ ถึงโน่นก็รู้เองละวะ ขี้เกียจเล่า" แวะแค้มป์ใหญ่ของเรมอนด์ บริษัทรับเหมาสร้างทางหลวงสายมิตรภาพ ขอน้ำมันปันเสบียงนิดหน่อยไปขนงพระ ตัดไปบ้านท่าช้าง บ้านหมูสี - ท่ามะปราง ค้างคืนที่นั่น ชวนพรานกับลูกบ้านรวมห้าคนไปเที่ยวบนเขาด้วยกัน กะว่าจะตั้งปางพักที่วังจำปี เป็นป่าโปร่งต่อทุ่งโล่งลูกเนินลดหลั่นลิบลิ่ว ปัจจุบันเป็นที่ตั้งโรงแรมเขาใหญ่ของการท่องเที่ยว มีลำห้วยน้ำใสไหลเย็น ชาวบ้านยุคโน้นเรียกว่าห้วยวังตะโขง สุดรู้เหมือนกันว่าทำไมตั้งชื่อยังงั้น มีไอ้ตัวตะเข้ตะโขงจริงหรือเปล่า เข้าไปถึงพื้นที่ที่พรานว่าเหมาะเหม็งแน่แท้ราวบ่ายสองโมง โนเวย์ครับผม ก็อย่างที่เกลอสัตวแพทย์เล่าแจ้งแถลงไข ที่นั่นมีรอยตั้งค่ายพักแรมขนาดใหญ่เมื่อไม่นานมานี่เอง ก๊อต้องถอยออกมาหาทำเลใหม่ตามระเบียบ รกก็ต้องออกแรงถากถางเอา จะพักทับที่กันยังไงล่ะ ผิดหลัก พื้นที่นั่นมันสกปรก เรี่ยราดด้วยสิ่งปฏิกูล ขวดแตกแก้วแตกกระป๋องเปล่า เราไม่เคยมีกฏเกณฑ์หรือมีการฝึกนิสัยในการพักแรมจริงจังเช่นเมืองนอกเมืองนาเค้า ที่เมื่อจะย้าย ผู้พักแรมจะต้องรื้อฝังเผากลบทำความสะอาดบริเวณให้เรียบร้อย ก็มีอยู่เหมือนกันในวิชาลูกเสือ แต่พอเป็นพ่อเสือมีเหนียงก็ไม่เอาไหน เราจำเป็นต้องเลือกหาที่เหนือน้ำขึ้นไป ปลอดภัยไว้ก่อน ไม่รู้ว่าพวกเหวี่ยงอะไรลอยไปติดพงอ้อพงแขมเน่าอยู่มั่ง ยิ่งแว่วว่ามีเหล่าคุณเธอไปด้วย ดันโยนคาดเชือกคาดเชือกลงไป ใครอาบน้ำล้างหน้าเข้าซวยตลอดชาติ และก็อย่าตั้งที่พักใกล้แหล่งน้ำมากนัก ยอมเดินตักน้ำไกลสักนัดดีกว่า ใกล้น้ำก็ใกล้แหล่งยุง ไกลหน่อยยุงน้อย แคล้วคลาดจากมาลาเรียมากกว่า ไปสนุกไปหาเรื่องให้เจ็บไข้ทำไม แล้วเราก็ได้เห็นว่าบนเขาใหญ่นั้นสวยงามอย่างไร ทุกอย่างยังสมบูรณ์ กุมภาพันธ์ เขาใหญ่หนาวสะบัด น้ำตกเหวสุวัตไหลรุนแรงกว่าเดี๋ยวนี้หลายสิบเท่า เก้าโมงเช้ายังเห็นฝูงกระทิงสิบตัวสิบสองตัวผึ่งแดดอยู่คนละสันลูกเนิน นั่งส่องกล้องดูกันเพลิน กระทิงแต่งตัวเรียบร้อยสรวมถุงเท้าขาวทุกตัว บางวันช้างออกมาเดินเล่นอยู่ชายเนิน เคยเห็นช้างงาเชือกใหญ่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ยอดเนินกลางแสงแดดอ่อน เจ้าป่าลายพาดกลอนออกมาวางท่ายั่วยวนที่ชายดง หมีควายขนาดกระสอบข้าวสารซุ่มซ่ามเข้ามาถึงปางพัก กวางเก้งไม่ต้องพูดถึงออกเดินไปเดี๋ยวก็เจอ กลางคืนลองออกไปส่องไฟเห็นตาพรายแพรวยิ่งกว่าที่เห็นกันเดี๋ยวนี้มากมายนัก ทีนี้ก็ใครล่ะมาตั้งแค้มป์เบ้อเร่อก่อนคณะผม พรานเลี่ยมกับลูกบ้านเล่าที่กองไฟค่ำวันนั้นว่า ท่านเป็นผู้ใหญ่ผู้หลักระดับสั่งได้ละครับ ไม่งั้นเพื่อนผมสัตวแพทย์ชั้นโทชั้นเอกจะต้องติดตามขึ้นมาเรอะ พรรคพวกเพื่อนฝูงลูกหลานท่านอยากเข้าป่าล่าสัตว์ให้เฟื่องกระเดื่องแดนซักที ก๊อชวนท่านมาเป็นตัวประกอบ โดยมีข้อเสนอแนะว่าย้ายที่เปลี่ยนบรรยากาศกินเหล้าซะมั่ง ความจริงจะอิงบารมี บัญชาการของท่าน ท่านก็ดีใจหาย สั่งสัตว์แพทย์เสี่ยวผมที่ปากช่องให้จัดการอำนวยความสะดวก หน่วยงานมันครอบกันอยู่...ยังไงก็ต้องว่าตาม ถามไม่ได้ ไม่รู้ว่านายอำเภอต้องร่วมสังฆกรรมด้วยหรือเปล่า ช้างงานสี่เชือกเดือดร้อนต้องแบกสัมภาระล่วงหน้าขึ้นไป มีตู้เย็นน้ำมันก๊าดอีกด้วย เอากันถึงขั้นนั้น จัดสร้างที่พักแรมที่วังจำปีเนี่ย ริมห้วยวังตะโขงมีปรำร่ำสูราฮะกึ้นเฮฮา มีห้องน้ำสุภาพสตรี งานรูปนี้ไม่มีเอ๊าะเอ๊าะพ่วงด้วยก็ผิดที กระโจมพักสำหรับผู้มาเยือนเขาใหญ่เรียงรายราวสามสิบ ไม่นับลูกบ้านเบ๊จิปาถะ เบ๊ตักน้ำให้เหล่าคุณเธอล้างอะไรมิอะไร นวลอนงค์วี๊ดว้าดกระตู้วู้ ลงชำระสระสรงในลำห้วยลำธารไม่ได้ กลัวตาโขงงับ โธ่ ไอ้ที่ไปด้วยกันนั่นน่ะ ตาเข้ทั้งเพแหละเธอเอ๋ย จ้องจะงาบอยู่แล้ว ตอนนั้นเริ่มเข้าแฟชั่นหรือแนวนิยมแห่งยุคเรื่องป่าเรื่องปืน ขึ้นเขาใหญ่คราวนี้ไม่รู้ว่าปืนกี่สิบกระบอก แต่คนเคยป่าจริงมีเพียงสอง คืนแรกแกไปส่องไฟซัดกวางใหญ่ล้มสองตัว หญ้าในทุ่งสูงมาก ตอนเช้าออกไปค้นได้มาตัวเดียว มีคนหามกวางเขางามมานอนให้เห็น ก๊อก่อตัณหา เต้นกันทั้งแค้มป์ ทุกคนคันไม้คันมือ อยากยิงด้วยกันหมด กลางวันน่ะโนเวย์ เล่นหิ้วนุชนาถอรชรไปด้วย ช่วยส่งเสียงกิ้วก๊าว สัตว์ที่ไหนมันจะอยู่ให้โง่ ทั้งที่ชุมเป็นบ้า พรานเหลี่ยมของผมนี่แหละเจ้าปัญญา บอกว่าหญ้าในทุ่งสูงเกินไป สูงถึงอก เดินยากยิงยาก ตอนเช้าออกไปค้นหาก็ลำบากอีก มีช้างอยู่กับตัวกลัวอะไร นั่งช้างส่องไฟยิงก็สิ้นเรื่อง สบายไปแปดอย่าง ไม่ว่ากวางหรือกระทิง หรืออะไรมันไม่หนีช้างอยู่แล้ว และก็ไม่มองสูงด้วย เข้าใกล้จ่อกบาลเหนี่ยวไกเอาก็ยังไหว ไม่มีพลาด หาไม้รวกทำเป็นแหลนผูกผ้าแดงเข้าที่ท้าย ซัดกวางล้มตรงไหนก็พุ่งลงมาปักเป็นเครื่องสังเกต เช้าขึ้นก็มาตามหาง่ายดี เจ้าปัญญาดีนักเชียว แล้วเขาก็ยอมสละผ้าขาวม้าสีแดง คนละผืน ฉีกเป็นริ้วผูกแหลนตามคำแนะนำ อย่าเดาเลยครับว่าความสนุกสนานบนเขาใหญ่สามคืนนั้น กวางน้อยใหญ่ล้มกี่ตัว ไม่น่าเชื่อแต่มันเป็นไปแล้วจริง จริง - - - 26 ตัวครับผม ไม่รู้ว่าเจ็บไปอีกเท่าไหร่ - กรรม
ข้อมูล บทความ ข่าวสารและกราฟฟิกทั้งหมด ที่ปรากฏในเว็บไซต์ มณีบุ๊คส์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ที่ ถูกต้องตามกฏหมายของ สำนักพิมพ์สุภาว์ ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ทำสำเนา ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด ก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นๆ ก่อน