ยุดสงครามมหาเอเซียบูรพาที่มหามิตรตัวกลั่นลากเราเข้าไปวุ่นด้วยนั่นน่ะ ท่านจะสร้างเมืองเพชรบูรณ์ขึ้นเป็นราชธานี จะเล่นสร้างเมืองก็ต้องจองถนน ให้การคมนาคมสะดวกขึ้น ระหว่างภาคกลางอีสานกับเพชรบูรณ์ ถนนสายนี้แยกจากถนนสุรนารายน์ที่ลำนารายน์ ไชยบาดาล ผ่านศรีเทพ - วิเชียรบุรี - ซับสมอทอด - บึงสามพัน - หนองไผ่ - นาเฉลียง - นายม - เชื่อมทางหลวงสายตะพานหิน - เพชรบูรณ์ที่วังชมภู ถนนสายนี้เรียกว่า ถนนชัยวิบูลย์ เก๋ไปอีกแบบ เมื่อเริ่มสร้างนั้น จากวิเชียรบุรีถึงนายมเป็นพื้นที่ดงดิบโดยตลอด เมื่อดงดิบก๊อไข้ป่าซิครับผม สงครามระเบิดลงตูมตาม วิ่งลงรูกันหัวปักหัวปำ จะหาหยูกยามาจากไหน ควินินไม่กี่เม็ดละลายน้ำเป็นปี๊บเฉลี่ยกันไปตามมีตามเกิด อาหารการกินขาดแคลน รัฐบาลยุคนั้นเกณฑ์ราษฎรพร้อมอุปกรณ์หมุนเวียนเป็นอำเภอไปสร้างถนน ทั้งที่ไม่เชื่อและเชื่อท่านผู้นำชาติพ้นภัย มาลานำไทยสู่มหาอำนาจ ไข้ป่ามาลาเรียแย่งชีวิตแรงงานไปเสียมาก กลับมาตายรังอีกเท่าไหร่ไม่มีการสำรวจ ก็มันในดงนี่ครับ ทำงานไป ผู้ตรวจงานพิเศษลายพาดกลอนขนาดหกศอกแปดศอกเข้ามาเดินดูเป็นปกติ วันดีทีเผลอก็แอบปล้ำเอาไปเคี้ยวซะมั่ง กลัวกันนักตรงประตูป่าตะเคียนคู่แห่งซับสมอทอด ผมซักกระสันจะเป็น จิม คอร์เบท หรือ เคนเนท แอนเดอร์สัน พรานล่าเสือกินคนในอินตระเดีย ติดหมัดขึ้นมา ขัดอยู่ที่ภาวะสงคราม ม่ายงั้นก๊อ ระหว่างถนนกำลังก่อสร้าง ผมติดตามผู้ใหญ่เดินทางผ่านไปตรวจคลังเกียกกายทหารบกที่ตะพานหิน ไปเกร่ที่สถานี ได้จังหวะขบวนรถไฟจากกรุงเทพเข้าเทียบ สารวัตรผสมทหารบกทหารอากาศ 6 นาย พึ่บพั่บสอดส่ายหาอะไรซักอย่าง ท่าทางเอาจริงเอาจัง สักครู่เห็นคว้านายทหารยศร้อยเอก สังกัดกรมพาหนะทหารบก (กรมการขนส่งทหารบกปัจจุบัน) เข้าไปในที่ทำการกองร้อยสารวัตร แจ้งข้อหาตามโทรเลขส่งถึง ผบ.ร้อย แล้วยื่นให้อ่านด้วยตนเอง ความชัดเจนแจ๋วแหววเลยละ - "จับ ร.อ.... นายทหารวางแผนจลาจล รถไฟขบวนที่ 701 วันที่.... " มีลงชื่อ ยศ และตำแหน่ง ผู้กองเหงื่อแตกพยายามอธิบายด้วยปากประกอบมือและเอกสารที่ถือมา สารวัตรท่านไม่รับฟังจะขอคุมตัวในฐานะผู้กระทำผิดไว้ก่อน กว่าจะรู้เรื่องทะลุปรุโปร่งสอบถามกันไปมาหลายชั่วโมง ได้ความจริงว่าพนักงานโทรเลขฝ่ายส่งเล่นซะแล้ว แปลงสารเรียบร้อยโรงเรียนไปรษณีย์ ก็ข้อความต้นสังกัดเค้าให้ส่งว่า "รับ ร.อ.......นายทหารวางแผนจราจร....... " ผู้กองแกถูกส่งมาทำหน้าที่วางแผนควบคุมการจราจรในเส้นทางบนเขาระหว่างตะพานหินกับหล่มสัก แน่ะ - จะเอาแกเข้าคุกซะแล่ว ระหว่างสงครามมันประสาทเครียดครับ แนวที่ห้า พวกต่อต้านญี่ปุ่น - พวกไม่เชื่อท่านผู้นำ อินตะโรดักฉันนำตามระเบียบ เกี่ยวไม่เกี่ยวไม่รู้ละ จะย้อนอดีตนิดเดียวว่าถนนชัยวิบูลย์ยุคเกณฑ์มนุษย์แบกหินมาถมน่ะ ตอนขากลับจากเพชรบูรณ์เมืองหลวงในฝัน ฉันยกสวิตเซอร์แลนด์มาไว้ที่นี่ ผมแอบแวะทัศนาจรบึงสามพัน ปัจจุบันเนื้อที่บึงจะเหลือซักเท่าไหร่มิรู้ ป่าไผ่เขียวชอุ่ม รอบบึงคงเตียนลงสิ้นแล้ว กลายเป็นอาคารบ้านเรือนอัครฐาน พื้นที่ไพศาลนั้นกลายสภาพเป็นแผ่นดินไร้ป่าปกให้เสือยัง เป็นชุมชนรุ่งโรจน์ด้วยถนนหนทางยานพาหนะหลากสีแพรวพราย ตึกรามโอฬารสถานเริงรมย์หรูหราครบครัน เป็นอำเภอบึงสามพัน มีทางหลวงชั้นหนึ่งพาดผ่าน แต่เมื่อเข้าไปครั้งกระโน้นมันให้ตื่นตาตื่นใจพิลึกละ ยังเป็นป่าชั้นดีไม้ขนาดสองสามโอบสล้างเบียดเสียด สัตว์ป่าดื่นและเชื่องกระทั่งเสือก็ยังถือความสนิทสนมขอแบ่งเอาคนไปกินซะทุกบ่อย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือป้องกันคนงานหลบหนีไม่รู้ชัด ดูมันเป็นสองนัยอยู่เหมือนกัน ก็คนงานน่ะเค้าไชโยโห่หิ๊วเต็มใจสรวมหมวกมาร่วมสังฆกรรมจองถนนซะเมื่อไหร่ บังคับเกณฑ์มาทั้งเพ เจ้าหน้าที่ที่ว่ารายงานท่านผู้ใหญ่ว่า บึงสามพันยาว 3 กิโลเมตร กว้างที่สุด 500 เมตร แคบที่สุด 100 เมตร ความลึกยังไม่มีผู้ใดเสียสละจมน้ำให้งม จระเข้ชุมเหลือกำลังเสี่ยง มีลำห้วยเชื่อมกับแม่น้ำป่าสัก มีบ้านอยู่เพียงสามหลัง ผมสนใจตรงจระเข้ชุม มีการนำชมตามธรรมเนียม บึงสามพันสงบเงียบ น้ำใสสะอาดระลอกพริ้วพร่างพราย ป่าไผ่โดยรอบเขียวชอุ่มรื่นร่ม ยอดไหวไกวกวัดเล่นลม นกนานาพันธุ์แจ้วแจ้วส่งสำเนียงโผผินระริกระเริง และที่ท่ามกลางดงดิบธรรมชาติงามดั่งเทวาเนรมิตแห่งนี้ มีจระเข้ เจ้าแห่งท้องน้ำผู้ดุร้ายน่าสยอง ตานี้ไม่ฟังใครแล้ว ฉวยโอกาสยืมเรือขุดของชาวบ้าน ก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าแต่ละครอบครัวลูกดกเกินใช้ มีตั้งแต่โตแบกจอบได้เป็นเถาลงไปถึงแบเบาะ ซ้ำแม่ยังพุงโป่งสำรองไว้อีก อยู่ป่าดงกลางวันเงียบกลางคืนเหงาน่าเห็นใจ พายเรือไกลออกไปหน่อย จระเข้ชุมจริงอย่างว่า นอนผึ่งพุงดูฟ้ามั่ง อ้าปากให้เมื่อยขากรรไกรเล่นมั่ง โน่นตัวนี่ตัวตามโคนไผ่ ที่ไม่แน่ใจว่าจะขึ้นบกดีมั้ยเกาะตลิ่งเฉยอยู่ก็มี ลอยน้ำเทิ่ง ทองไม่รู้ร้อนก็หลายตัว หมายตาบึงสามพันไว้ว่าหลังสงครามเลิกต้องเข้ามาดูใหม่ ชาวบ้านบอกว่าจระเข้ไม่เคยทำร้ายใครแม้แต่เด็กเดินเฉียดใกล้ มาเยี่ยมถึงบ้านก็บ่อย ปลาชุมอาหารสมบูรณ์อิ่มหนำ ไปหาปลาล้วงเข้าไปในโพรงถูกตัวยังไม่ว่า คงถือว่าแบ่งกันกินต่างคนต่างอยู่ ไม่รุกรานรังแกกัน แปลกที่ว่าถ้าเป่าใบไม้เป็นเสียงลูกเก้งละก็เป็นรี่เข้ามา แต่ไม่เคยรู้เห็นว่าจับตัวอะไรไปกิน ลุงแกนายเรืออีกลำแสดงให้ดู พักเดียวว่ายรี่เข้ามาตั้งสี่ห้าตัวขนาดน่าดูทั้งนั้น น่าทึ่งดี ในรูปโฉมโนมพรรณขรุขระร่างร้ายรุงรังดุร้าย บางทีก็แฝงความน่ารักไว้มั่งเหมือนกัน จระเข้บึงสามพันไม่เคยเป็นพิษเป็นภัย พ.ศ. 2487 เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ได้เห็น การอนุรักษ์คุ้มครองสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม ปฏิสนธิช้าไปแค่ 25 ปีเอง อดีตไม่มีหวนกลับ ที่พอจะเหลืออยู่มั่งในปัจจุบันดูกันไว้ให้ดีเถอะครับผม เขาใหญ่ ห้วยขาแข้ง หรือเกาะในทะเลก็เถอะน่ะ เผลอเผลอหมดไปไม่รู้ตัว สงครามสงบจนแล้วจนรอดไม่มีโอกาสย่างกรายเข้าไปถึงตลิ่งบึงสามพันซักที กระทั่งสิบปีให้หลัง พ.ศ. 2497 ถึงได้โผล่เข้าไป ถนนชัยวิบูลย์อีโหลกโขลกเขลกเหมือนเดิมเพราะถูกทอดทิ้ง ป่าดงยังคงสภาพเป็นส่วนใหญ่ ศรีเทพมีไร่นาเพิ่มขึ้น วิเชียรบุรีเป็นตัวอำเภอก็ขยายกว้างออกไปไม่มากนัก แถบริมถนนย่านซับสมอทอดแหว่งเว้าออกไปเป็นไร่นา บ้านใกล้บึงสามพันขยายจากสนามเป็นเก้าหลัง สัตว์ยังชุมไม่ว่าที่พุเตยพุขาม ซับสมอทอด พรานขึ้นบ้านเพิ่มขึ้น จากปางพักบ้านตาพุด เดินพอเหนื่อยก็ถึงบึงสามพัน ชุดแรกไปดูจระเข้ตามที่ผมบรรเลงไว้มากมาย จะจ้างชาวบ้านต่อแพไม้ไผ่ขนาดใหญ่สำหรับเด็กและผู้หญิงลงได้สะดวก ผิดหวังครับ ชุดนั้นกลับมารายงานว่าสภาพบึงกับป่าน่ะยังงามจริง แต่เหล่าจระเข้ถูกรุกรานอย่างหนัก มีคนกลุ่มนึงไปล่าอยู่เป็นแรมเดือนแล้ว มันยังไงของมัน มนุษย์พวกไหน ชาวบ้านชาวเมืองไหน ล่าเอาไปทำอะไรมากมาย รุ่งขึ้นผมกับฉลองไปบึงสามพัน แวะคุยกับชาวบ้าน ชวนไปดูลาดเลาคณะล่าจระเข้ ยี่สิบสองคนพูดไทยได้เพียงห้าหรือหก นอกนั้นเป็นพวกญวน ด๊อกด๊อกเดื๊อกเดื๊อก ไม่รู้มุดเข้าเมืองมาทางไหน ตอนนั้นยังญาติดีต้องพึ่งไทย เพราะติดพันรบราดิ้นรนผลักเกือกฝรั่งเศสให้พ้นหัว มันเหยียบไม่ปล่อย กัปตันโอบักโฮ - ลุงโฮ คนดังคนนั้นแอบเข้ามาอยู่นครพนม แล้วข้ามไปเพชรบูรณ์ หาความช่วยเหลือหาทุนหายุทโธปกรณ์ไปต่อกรกับฝรั่งเศส ที่พบนี่สมุนแกทั้งกลุ่ม มาล่าจระเข้เอาหนังขายหาเงินซื้ออาวุธและเวชภัณฑ์ ล่ามันทุกวิธีที่ทำได้ วางตะลัง ชนักพุ่ง ตีอวน จนถึงปล้ำจับก็เอา เอาสิ้นไม่ว่าตัวเล็กตัวน้อย ไม่มีกติกา ก็กูจะเอาซะอย่าง หนังจระเข้ขึงตาก ระเกะระกะไปทั่ว พวกนี้มีเกวียนวัวมา 4 เล่ม เรือขุดขนาดนั่งพายสามคน 2 ลำ เสบียงมีแค่ข้าวสารกับเกลือเม็ด สดๆ นั้น เล่นเนื้อตาเข้ ผักปลาหาเอาตามเรื่อง ไอ้พวกนี้มีอุปกรณ์ล่าจระเข้ครบครัน หนังขึงตึง ตอกหลักเกลื่อนลานไปหมด ที่ม้วนหมักเกลือหมักขี้เถ้าไว้ก็แยะ เจ้าพวกนี้อยู่เพิงพักมุงใบไม้หยาบๆ มีเสื้อผ้าเท่าที่เห็นติดตัวอยู่ เล่นเหมาบึงยังงี้จระเข้หมดแน่ เจ้าพวกนี้ถ้าทอดแหได้ปลาดีดี ก็ไม่มีสิทธิ์กิน ต้องใส่เกลือตากแห้งรวบรวมไว้ขายเอาเงินไปซื้อปืน "ต้อง "ยอมอยู่แร้นแค้นอดอยากปากแห้ง บอกว่าญวนได้เอกราชเมื่อไหร่ถึงจะได้อยู่ดีกินดี พี่น้องทางบ้านลำเค็ญสาหัสกว่านี้นัก มันว่าทุกคนต้องการ "ชาติ - ความเป็นชาติ " เอกราช - อิสระเสรีเกษมสุขของคนในชาติ ชาวนาได้ฟังแล้วก็เห็นใจในความมานะบากบั่น ทรหดอดทน เสียสละ สู้ - สู้ทุกวิถีทางด้วยเลือดเนื้อและชีวิต สู้เพื่อให้พ้นยุคจากอุ้งตีนฝรั่งเศส อยากยืดเป็นชาติเอกราชมีศักดิ์ศรี ไทยชาวนาหดหู่ทอดถอนใจอยู่ไปมา เอาละ ชาติใครใครก็รักหวงแหน เอกราชอิสระเสรีคนทั้งโลกก็อยากได้กันทั้งนั้น แต่ต่อมาในยุคหลังๆ ทำไมเห็นว่าเราเป็นชาวนาง่ายนักเล่า - สหายเอ๋ย คงไม่ได้อ่านนิทานอิสปมั้ง ผมกวาดตามอง "บึงสามพัน " ที่เยือกเย็นสงบนิ่ง มองดูกองกระดูกหัวเนื้อหนังตากแห้ง จระเข้มากมายนอนไม่รู้กู่ไม่ฟัง ต้องมาจบชีวิตร่วมสงครามกู้ชาติของชนเผ่าอื่น จระเข้ของแผ่นดินไทยนอกจากที่บึงสามพัน ห้วยตะพานหินโคกคลี แม่น้ำพิจิตร จระเข้แหล่งไหนอีกเล่าที่ต้องสังเวยชีวิตถวายหนังขายหัวแลกเอกราชให้ชนชาติอื่น สิบปีหลังสงครามนั่น ดงยังเป็นดงป่ายังเป็นป่า คนอื่นนอกพระราชอาณาจักรเข้ามาก่อกรรม แต่ไม่สะเทือนไทยเราซักนิด ไม่มีใครรู้สึก เรื่องอนุรักษ์สัตวป่ายังไม่เข้ามาเพ้อเจ้อในหมู่ชาวนาที่ชอบอุ้มงูเห่า จระเข้เป็นร้อยเป็นพันถูกทำลายสูญเปล่า ไร้สำนึกในบุญคุณ
ข้อมูล บทความ ข่าวสารและกราฟฟิกทั้งหมด ที่ปรากฏในเว็บไซต์ มณีบุ๊คส์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ที่ ถูกต้องตามกฏหมายของ สำนักพิมพ์สุภาว์ ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ทำสำเนา ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด ก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นๆ ก่อน