อาถรรพ์ดงป่าสารพัดอิทธิฤทธิ์ เจ้าป่าเจ้าเขาผีโป่งนางตะเคียน เป็นเรื่องเชื่อฝังใจพรานและชาวบ้านมาช้านาน พรานกรุงก็เถอะน่ะ เชื่อไปถึงว่าไม้เนื้อแข็งทุกต้นมีเทวดาอาศัย ไม่กล้าแม้จะยืนแอ่นระบายน้ำรดโคนต้น ขืนทำยังงั้นเจอดีแน่ บวมเท่าแขนเท่าขาทีเดียวเชียว ยิ่งตะเคียนยิ่งฤทธิ์มาก ขยาดไม่กล้าสับกล้าโค่น จะเล่นงานไม้ใหญ่สักต้นต้องเซ่นสรวงบูชาบอกกล่าวเทวดา เรียกว่ามีอิทธิพลเป็นตัวลั่กเล้งคุ้มครองป่า ทำงานฟรี ไม่มีการเรียกค่าคุ้มครอง เดิมดูว่าจะมีอำนาจมากกว่ากรมป่าไม้ ตำรวจป่าไม้ แต่ถ้าชาวบ้านจะเล่นงุบงิบโค่นไม้ก็เล่นไม่ยาก เหล้าขวดไก่ตัวหรือแค่เหล้าแก้วพล่าพล่ายำยำวางบนใบไม้กับจุดธูปซัก 3 ดอก เทวดาก็แกล้งเมาหลับซะแล้ว ไม่ต้องอัดกันเป็นฟ่อนสดสด.............นานเข้าเทวดาหมดน้ำยา ทั้งป่าทั้งดงย่อยยับเป็นพันเป็นหมื่นไร่ เตียนโล่งสุดสายตา เทวดาแพ้ไอ้เลื่อยกล เลื่อยยนต์หรือเชนซอว์นั่นน่ะครับ ยอมแพ้ราบคาบปราศจากเงื่อนไข อิทธิฤทธิ์ที่เคยมีเคยสาปแช่งไอ้ใครที่มันลบหลู่ตัดไม้ให้เจ็บไข้ได้ป่วยพิกลพิการฉิบหายวายป่วงก็พลอยเสื่อม คนลักลอบทำลายป่าอยู่สุขร่ำรวยกันครบถ้วนทุกสายงานที่เกี่ยวข้อง มวลเทวดากระจุยพร้อมกับต้นไม้ เจ้าเขาเผ่นหนีดินระเบิด วิญญาณป่าและสัตว์ป่ากระเจิง อีกหน่อยก็คงอนุรักษ์ลมฟ้าอากาศอนุรักษ์สัตว์สตัฟฟ์กันเถอะครับพระคุณท่าน พรานโป้ยพรานอุยตัวเก่งเจ้าถิ่นพงไพรวิเชียรบุรีศรีเทพ ฝังหัวแน่นกับอาถรรพ์ป่านี่ละครับ "นาย-ป่าแถวนี้แรง ไม่มีใครกล้านำร้อก นอกจากผมสองคนนี้ ถึงจะเข้าไปได้ก็ยิงไม่ได้" "สองเสือนี่เบ่งพอใช้ว่ะ" เจษฏา วิศวกรหนุ่มกระซิบ "เออ - เอาไว้เหมาะเหมาะ เล่นให้พูดไม่ออกเลย" อดิศัยตอบ ผมฟังพรานใหญ่สาธยาย "ไม่เชื่อนายคอยดู" แกจ้องหน้าผม "หนองไม้แดงซับบอนซับมะปรางซับตะเคียนโป่งกระทิง ยิงไปเถอะไม่มีได้ตัว แล้วจะเห็นเองแหละ" ฮั่นแน่ะ พรานอุยเอาเข้าแล้ว ไม่ว่ากัน เพิ่งพบกันครั้งแรก ดูแกไปก่อน เห็นทีจะกลัวเราแย่งยิง ตอนนั้นสัตว์ชุมขนาดหนัก มิน่าวันก่อนพรานอุยปาดปืนผมซะตอนพบเสือโคร่งในด่าน หาว่ายิงเสือกลางแปลงไม่ดี เจ้าป่าเจ้าเขาโกรธหาว่าดูหมิ่น จะบ้าตาย... ระยะแค่ห้าหกสิบหลา จุด 318 เวสท์ลี่ย์ ริชาร์ด น่ะ เหลือกิน ซ้ำ ม.ร.ว. ทวีธวัชยังแบก จุด 425 แม้กนั่มอีกกระบอก พรานอุยใจไม่ถึงปอดแหกเองต่างหาก แล้วพรานโป้ย ยังเบียดหม่อมทวีธวัชแย่งยิงวัวแดงซะ ทั้งที่ระยะไกลเกินอำนาจปืนลูกซอง สองพรานนี้มีอะไรแปลกแปลก .. เราเข้าดงไปคาดห้างตามน้ำซับตามโป่งให้เหล่าท่านผู้ใหญ่ คราวนี้เลิกคิดที่จะยิงอะไร พบสัตว์ก็พาลตะเพิดไล่ส่ง เสร็จเรื่องห้างแกล้งเตะถ่วงให้ออกถึงปากทางเข้าดงเย็นหน่อย ที่นั่นเป็นจุดนัดพบพวกจะขึ้นห้าง ต้องกลับเข้าดงพาไปอยู่ดี เย็นมากแล้วกลับออกไม่ทันแน่ เข้าแผนเราละ ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่รู้เรื่อง นั่งคอยเป็นชั่วโมง เจษฎากับฉลองฝ่ายรู้แผน เตรียมข้าวเตรียมเหล้า อุปกรณ์ค้างคืนมาพร้อมสำหรับหม่อมกับผม เอาละซิครับ เหลือแสงแดดอ่อนฉาบยอดไม้ ไม่เกินสองชั่วโมงก็มืด พรานเจ้าถิ่นขอร้องพ่อผมกับเจ้าคุณกัลยาฯ ให้กลับก่อนเถอะ เวลาไม่อำนวยพรุ่งนี้ดีกว่า วันนี้น่าจะขึ้นห้างไม่ทัน ฝ่ายพรานกรุงผู้เฒ่าอ้างว่าผิดวิสัยพราน เมื่อตั้งใจแล้วต้องไปให้ตลอด หันกลับไม่ได้ ตะแกอึกอัก ผมได้จังหวะสอด "กลัวอะไรกันพรานใหญ่ ออกจากดงไม่ทันก็นอนมันในนั้น หม่อมกับฉันจะไปเป็นเพื่อน" "ส่งท่านขึ้นห้างแล้วเราไปหักซุ้มทำเพิงนอน เหอะน่ะ - หนุกดี" ม.ร.ว. ทวีธวัชกระทุ้งต่อ เมื่อยืนกรานจะไปกัน สองพรานก็จำต้องยอมพาเข้าดง ผมรับสัมภาระจากเจษฎา ขอเปลี่ยนเจ้าไรเฟิล จุด 318 เป็นแฝดซ้อนลูกผสมลูกซอง 12/7 มม. ไรเฟิลของฉลอง ดูจะเป็นปืนแก้ปัญหาในดงทึบดีหน่อย เท่ากับมีลูกซองอีกกระบอก แล้งจัดเหลือแหล่งน้ำไม่กี่แห่ง พ่อนั่งห้างที่ซับขมิ้น มีแอ่งน้ำกลมกว้างซักสองวาน้ำลึกแค่คืบ ในฤดูฝนตรงนี้คงเป็นหนองน้ำใหญ่มาก รอยละมั่งฝูง รอยวัวหมีหมูลงคลั่กไปหมด ผมสังเกตสิ่งผิดปกติกลางแอ่งน้ำ สะกิดให้หม่อมดูแล้วกระซิบพ่อ จากนั้นไปส่งเจ้าคุณกัลยาฯ กับลูกชายอีกสองแห่ง พรานอุยขอขึ้นห้างอ้างว่าจะเป็นเพื่อนลูกๆ เจ้าคุณเทศาฯ ก็คงเพราะปอดนั่นละน่ะ เหลือสามคนไปหาที่หักซุ้มทำเพิงนอน กว่าจะเสร็จก็มืดมิดไปนานแล้ว พระจันทร์พ้นยอดไม้สามทุ่มกว่า ในดงวังเวงดีพิลึก เงียบจนน่ากลัว นอกจากเสียงแมลงเสียงนกกลางคืนเสียงลมลู่ยอดไม้ นานทีก็แทรกด้วยเสียงเจ้าป่าคำรามบิดขี้เกียจ ไฟกองเล็กเล็ก เหล้า กระติบข้าวเหนียวเนื้อเค็ม ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไปสามคน พรานโป้ยไม่ยอมเลิกอาถรรพ์ป่า "คุณพระไม่น่านั่งซับขมิ้นเล้ย ที่นั่นมันแรง ผมพาคุณหมอบุญส่งมาสามหน ไม่ได้ลั่นซักโป้ง" "แรงยังไงลุง แหกตาหลอกหรือปิดป่า" ม.ร.ว.ทวีธวัชถาม "ก็เหมือนปิดป่า นาย เห็นรอยเละยังงั้น ถ้ามีคนแปลกถิ่นไปนั่งละก็ สัตว์เลี่ยงหมด" "แต่ฉันว่านะ คืนนี้คุณพระได้แน่ ท่านผ่านมามากดง คงเปิดป่าได้เหมือนกัน ถ้าไม่ได้ก็แปลก" "ผมว่าชวดยิงทั้งนั้น ไม่เชื่อคอยดู" พรานโป้ยยันแข็งแรง ผมกับหม่อมดื่มต่อกันเงียบเงียบ เดือนเกือบตรงหัว เสียงปืนสองนัดด้านซับขมิ้น ไม่นานก็ดังอีกนัดทางห้างลูกชายเจ้าคุณกัลยา ไม่รู้ว่าผลเป็นอย่างไร พรานโป้ยแน่ใจร้อยเปอร์เซนต์ว่าไม่มีทางได้ตัวไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ เพราะสัตว์มันจะไม่ออกพ้นละเมาะริมหนองน้ำ ยิงยาก ยากก็ยากตามใจแก นอนดีกว่า รอจนสว่างจัดจึงออกไปรับคณะนั่งห้าง ลูกชายเจ้าคุณเทศากับพรานอุย เจ้าคุณกัลยากับลูกชาย แล้วก็พ่อเป็นแห่งสุดท้าย พ่อลงจากห้างตั้งแต่เช้ามืดไปก่อไฟอยู่ริมแอ่งน้ำกับสมุน เตรียมกาแฟไว้สำหรับทุกคน หมีควายเบ่อเร่อเค้เก้อยู่หน้าห้าง ไอ้สิ่งผิดปกติที่เห็นเมื่อวานยังอยู่อย่างเดิม ก็แปลกดีเหมือนกัน ตามเจ้าคุณไปเดินดูรอบแอ่งน้ำ มีรอยกระทิงใหญ่ใหญ่มากรอย ละมั่งฝูง หมูฝูง ลงกินน้ำทั้งนั้น พรานโป้ย มองหนองน้ำพึมพำว่า แปลก-แปลก ไม่เคยยังงี้เลย . ผมเองก็ฉงนไม่น้อย กลับมาดื่มกาแฟ ถามพ่อก็หัวร่อเล่าเรื่อยเฉื่อย "กระทิงใหญ่รอยทางขวาโน่นลงมาตั้งแต่พระจันทร์ยังไม่พ้นยอดไม้" "ละมั่งมาไม่ชะงักซักนิด ลงลุยน้ำก็หลายตัว ฉายไฟดูตาพราวไปหมด คงฝูงเกินสิบ" "หมูหมีเก้งลงมาเป็นปกติ ไม่ยักสงสัยว่าเราอยู่บนห้าง" "ก็ไหนพรานโป้ยว่าคนอื่นมานั่งละก็สัตว์ไม่เข้าไงล่ะ" หม่อมทวีธวัชหัวเราะ "พรานหม่อมไม่รู้อะไร ละมั่งฝูงใหญ่นี่น่ะ ละมั่งเจ้า ลงที่ไหนก็ได้ไม่มีเกรงกลัวอะไร ละมั่งไปไหนสัตว์อื่นก็ตามได้ พรานอุยสาธยายมั่ง สายตายังจับอยู่กลางแอ่งน้ำ "ละมั่งเจ้านั่นแหละนาย พรานโป้ยย" "ฉันบอกแล้วไงล่ะลุง ว่าท่านต้องได้ตัวใหญ่ ก็มีวิชาเปิดป่าอยู่มั่งนี่" แฟลชแบ๊ค เอ๊ย ย้อนหลังไปนิด อีตอนไปคาดห้างน่ะ พอเสร็จพรานโป้ยให้พรานอุยพาเราออกไปก่อน ว่าจะดูความเรียบร้อยอีกทีแล้วจะจ้ำตามไป ตะแกแอบทำป่าจนได้ เรียกกันยังงั้น คือทำอะไรก็ได้ให้สัตว์เห็นสิ่งแวดล้อมที่คุ้นอยู่ชั่วนาตาปีผิดแปลกไป ไม่ต้องมากหรอกครับนิดเดียวก็พอ ไม่ว่าเก้งกวางเสือหรือตัวอะไรเป็นชงักถอยกลับด้วยสัญชาติญาณระแวงภัย ขยาดไม่ลงกินน้ำกินดินโป่งนั้นนั้นเป็นอาทิตย์เป็นเดือน ที่นี่ก็เหมือนกัน พรานโป้ยเล่นเอากิ่งไม้มีพุ่มใบลงปักกลางแอ่งน้ำ ผมเห็นผิดสังเกตตอนเข้ามาส่งพ่อจึงกระซิบบอก พรานเจ้าของบ้านเล่นไม่ซื่อไม่รู้ว่าแกจะเอาอะไร แต่ที่แปลก เช้านี้ไอ้กิ่งไม้นั่นก็ยังคงเด่อยู่ที่เดิม สัตว์ลงสวนสนามเป็นว่าเล่นงวดนี้ คงอยู่ในข่ายยกเว้น..... เจ้าป่าเจ้าเขาช่วยมั้ง รึมีละมั่งเจ้าอย่างพรานแกว่าจริง รึพ่อผมมีอาคมที่ไม่เคยบอก ให้สงกะสัยเป็นกำลัง พรานโป้ยกับพรานอุยก็อีหรอบเดียวกัน เห็นก้มหน้าซุบซิบกัน ฝ่าย ม.ร.ว.ทวีธวัช กับนายเพ็งสมุนพ่อหัวร่อกันสนุก เจ้าคุณกัลยาฯ หัวร่อลั่น พูดกับพ่อ "คุณพระคงเอาไอ้กิ่งไม้บ้านั่นกลับลงไปปักใหม่เมื่อเช้านี้เอง" "ครับ "ผมให้นายเพ็งถอนขึ้นมาตอนก่อนขึ้นห้าง กลับเอาลงไปปักใหม่ให้พรานเค้างงเล่น
ข้อมูล บทความ ข่าวสารและกราฟฟิกทั้งหมด ที่ปรากฏในเว็บไซต์ มณีบุ๊คส์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ที่ ถูกต้องตามกฏหมายของ สำนักพิมพ์สุภาว์ ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ทำสำเนา ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด ก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นๆ ก่อน