ปางพักซับบอน วิเชียรบุรี เจ้าคุณเทศาฯ โมโหยั๊วะซี่ เฉียดทศกัณฐ์จะเตะพิเภก เพราะลูกน้องไปยิงเอาควายบ้านเค้าเข้า ตะเพิดจนกระจุยไม่มีใครรอหน้าติด พวกนั้นเลยฉวยโอกาส คว้าปืนหลบออกไปเที่ยว ปล่อยท่านเฝ้าปางพักคนเดียว ผมโผล่เข้าไปตอนเก้าโมง ท่านนั่งเอ้เตหน้าเครียดอยู่ข้างซุ้มไผ่ร่มรื่นกับสุราค่อนกลมน้ำข้น "อ้าว- หลานชายมาพอดี หยิบแก้วมา ช่วยค้นปลาหรือเนื้อกระป๋อง หอมมะนาวพริกขี้หนูปรุงมาเลย" จัดการเสร็จก็เปิดวงสองคนรอบเช้า ท่านยังกรุ่นโกรธา พอผมรินของผมท่านก็เริ่มระบายความอัดอั้น มือปืนในคณะทำขายหน้าห้าเบี้ยเสียเงิน เข้าป่าเข้าดงล่องไพรดันไปยิงควายบ้านตาย เสียหน้าพรานใหญ่อย่างท่าน จะเตะกันก็อีตอนพระเดชพระคุณคนนั้นเถียงว่ามันเป็นมหิงสาควายป่า พรานนำทางก็ว่ายังงั้น แกเตือนให้ระวัง "ควายป่า" แต่เว้าบ่ชัดตามภาษาชาวบ้านที่ตั้งใจจะว่า "ควายปละ" สนุกซีครับ เข้าป่าแล้วพกอารมณ์เหนี่ยวไกเอามันส์ ทั้งไม่รู้เรื่องทั้งตื่นป่า ก๊อเจ๊งสองพันตามระเบียบ "ควายปละ" มันกระบือที่เจ้าของปล่อยไว้หรือหลงฝูงเข้าป่านานเกินไป สัญชาติญาณป่ากลับมา เปลี่ยนนิสัยเป็นตื่นคนง่าย เปรียวขึ้น บางทีติดจะดุระแวงภัย คำว่า "ปละ" อาจจะมาจากปล่อยปละละเลยก็ได้ ผมเดา - แต่เจ้าคุณเทศา ตวาดแว้ด "ไอ้ที่ล้มบ่ายวันวานน่ะ ไม่ใช่ทั้งปล่อยหรือปละทั้งนั้น มันควายงานผู้ใหญ่บ้านเค้า" กลมที่สองพร่องไปเกือบครึ่ง เจ้าคุณเทศาเลิกตบตูดซะแล้ว คงรำคาญแก้วกับขันน้ำ ที่น้ำหนักไม่สมดุลย์ เลยเอาแก้วอย่างเดียวดีกว่า ผมกลัวเสียเรื่องที่นัดท่านออกเดินบ่ายสามโมงไปนั่งห้าง ต้องเผื่อเวลาให้ไปถึงก่อนมืด ขืนถ้อยทีถ้อยอาศัยทีละกลมก็เละแน่ ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เหมือนเมื่อฤดูร้อนที่แล้วที่บางเบิด ท่านเริ่มตั้งขวดตั้งแต่เพล แต่วงสมบูรณ์ครบห้าคนเอาบ่ายสี่โมง เที่ยวนั้นมีพ่อครัวปรุงกับแกล้มแซ่บซาบซ่าสบอารมณ์โก๋ เริ่มกลมที่สาม ท่านสาดน้ำตบตูดทิ้ง แสดงว่าเครื่องติดได้ที่ ตกค่ำเหล่าพวกที่ไม่กินเหล้าก็อิ่มข้าวแล้วเข้ามาร่วมวงคุยที่กองไฟ เฮฮากันตามเรื่อง ราวสองทุ่มผมสังเกตว่าเจ้าคุณเทศาใช้นิ้วล้วงปากบ่อย ก้มกราดตาดูแถวหน้าตักบ้าง ล้วงกระเป๋าพยายามค้นอะไรยุกยิกบ้าง บุหรี่ไฟแช้กอะไรต่ออะไรของท่านก็กองอยู่แถวนั้น หอยกาบยำถึงใจพระเดชพระคุณ เราตอกเหล้าโม้กันเพลิน ท่านเอื้อมมือคว้าไหล่ผมจับนิ่งอยู่นาน เดาไม่ถูกว่าท่านจะเอาอะไร ในที่สุดเหมือนตัดสินใจเด็ดขาดก็เอ่ยสำเนียงกลมที่สี่ "เฮ้ย - หลานชาย ฟันในปากลุงหายไปหมดว่ะ" แล้วกัน นั่งล้อมวงกันดีดี ฟันในปากอาเพทอันตรธานไปซะแล่ว ไหงงั้น ไอ้มือมืดที่ไหนจะมาล้วงไปได้ โนเวย์ ไม่มีทางเล่นเรื่องล้วงปากพรานใหญ่ในวงเหล้าแน่ แต่ฟันในปากท่านหายไปแน่แท้จริงเจียว ท่านยืนยันว่าลองกัดนิ้วตั้งสิบกว่าครั้ง มันเหลือแต่เหงือกลุ่นลุ่น ว้า ลึกลับ ฟันหายจากปากไม่รู้ตัว วงเหล้าซะด้วย ท่านทำหน้าพิกล รึเจ้าป่าผีป่าที่นี่เฮี้ยน รึท่านลืมใส่มาตั้งแต่เที่ยง แล้วเพิ่งนึกออกเอาตอนนี้ ก็อีกละครับ ตลอดเวลานั่นเอาอะไรเคี้ยวกับแกล้มล่ะ ต้องรู้ตัวมั้งละน่ะ เอาละ - เหมาว่าท่านใส่ฟันปลอมนั่นมาก็แล้วกัน คงเป็นเพราะกลมสองกลม รึหลุดลงคอไปไม่รู้ตัว ยังงี้ไม่ได้อยู่ดี ป่านนี้ชักตาตั้งไปแล้ว "เจ้าคุณลุงไม่ได้ใส่มามั้งครับ" ผมไม่แน่ใจ "เฮ่ย- ใส่ซี งั้นเอาอะไรเคี้ยวล่ะ" "แล้วตอนมันหายนี่เจ้าคุณลุงเคี้ยวยังไงล่ะ" "น่านนะซี ถึงว่า มันเจ็บเหงือกยังไงอยู่ ของในปากแท้แท้หายไปได้" ตั้งวงจนได้ที่ ไม่กล้าหัวเราะ กลัวถูกอัด ตกลงเป่าหมู่เทวฤทธิ์ช่วยกันหาฟัน สมุหเทศาภิบาล ผมเรียกเจ้าคุณเทศาน่ะ เรียกตามตำแหน่งที่ท่านเคยเป็น ไม่ใช่ราชทินนามเฉพาะตัว เช่นเดียวกันเรียกท่านอธิบดีนั่นแหละ สมุหเทศาภิบาลสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ลักษณะการปกครองในส่วนภูมิภาคแบ่งเป็นมณฑล แต่ละมณฑลคลุมกลุ่มจังหวัด อาจจะเป็นสามสี่หรือห้าจังหวัดตามสภาพทางภูมิศาสตร์ ผู้ว่าราชการมณฑลเรียกว่าสมุหเทศาภิบาล อำนาจมหึมาเชียวละ จุดตะเกียงเจ้าพายุเท่าที่มีสว่างจ้า ควานหาจากวงเหล้าแล้วค่อยตีวงห่างออกไป สามทุ่มสี่ทุ่มยังไม่มีวี่แววว่าจะพบฟันปริศนา เจ้าของใช้เหงือกย้ำกับแกล้มจนระบม พาวุ่นกันไปทั่ว เอาไงดี แต่แล้วฟ้าคงโปรด ใครคนสองคนส่องไฟหาค่อนข้างไกล ร้องลั่น "เจอแล้ว เปียกโชกฟองฟ็อดเลยว่ะ" บ่ะแล่ว เจ้าคุณเทศา - ระบายน้ำทิ้งอีท่าไหน ฟันปลอมโดดจากปากไม่รู้ตัว ช้ำปล่อยรดซะอีกแน่ะ ผมกลัวจะต้องวุ่นควานหาฟันปลอมอีกเลยชวนปิดรายการ พาท่านไปนั่งห้างสำเร็จ เจ้าคุณเทศาโชคดีได้กวางตัวเบ่อเร่อ หายโกรธมือพรานยิงควายชาวบ้าน ไม่แน่ว่าจะมีใครบุ่มบ่ามซัดอะไรของชาวบ้านเข้าอีก เพื่อความปลอดภัยจึงชวนกันย้ายไปซับตะเคียน ห่างซับบอนสิบกว่ากิโล ในพื้นที่เป็นป่าแดงต่อดงทึบ ชาวบ้านคงไม่ต้อนวัวควายมาถึงแน่ พรานอุยกับพรานโป้ยคุยว่ามีแกสองคนเท่านั้นที่รู้จักด่านในดง นอกจากนั้นไม่มีใครกล้าแหยม พูดกันว่าดงนี้อาถรรพ์แรง สัตว์ชุมก็จริง แต่ไม่มีทางยิงได้ ขนาดยิงล้มดิ้นแด๊กแด๊ก ยังเอาตัวไม่ได้ และมีอะไรอีกเยอะตามระเบียบ เอาละ -อาถรรพ์แรงไม่เกี่ยง ม.ร.ว.ทวีธวัช กับผม ลากสองตาพรานนั้นเข้าดงแต่เช้ามืด หาที่คาดห้างให้ท่านผู้ใหญ่ เดินดงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พบเสือใหญ่ขวางด่านระยะไม่ถึง 40 เมตร กำลัง จะซัดด้วย จุด 318 เวสท์ลี่ย์ ริชาร์ดส์ พรานอุยใจไม่ถึงปาดปืนพกเบนไปซะนี่ ยั๊วะแทบกระทุ้งกระทุ้งด้วยพานท้าย แกหาว่ายิงเสือกลางแปลงไม่ดี เจ้าป่าจะโกรธว่ามาท้าทายบ้าว่ะ ก็ม.ร.ว. ทวีธวัชแบก จุด 425 แม้กนั่มมาอีกทั้งกระบอก คิดถึงพรานเปาะ พรานไพร พรานก่วย พรานพิม ที่เคยลุยดงมาด้วยกัน ไม่เห็นมีใครปอดแหกยังงี้ ครั้งนี้มาเสียเที่ยวแน่ อีกไม่นานพบวัวแดงฝูงสี่ตัวระยะเดิม ยุคนั้นมันชุมยังงี้ละ ตานี้พรานโป้ยกลัวหม่อมยิง ถลาเข้าเบียดตัดหน้ากดตูมเข้าด้วยลูกซองแอลจี ผลีผลามยังงั้นจะได้อะไร วัวเซไปนิดแล้วก็ฉลิวตามฝูงไป คงโดนแค่คันคัน แกโวยวายโทษอาถรรพ์ป่า พรานคู่นี้มีอะไรพิลึกชอบกล เอาละตั้งหน้าคาดห้างดีกว่า น้ำซับหนึ่ง โป่งหนึ่ง ต้นมะกอกหนึ่ง สามแห่งก็นั่งใกล้พราน ส่วนที่เหลือสนุกกันแถวปางพัก นอกจากกลุ่มที่ติดตามเจ้าคุณเทศา กลุ่มนั้นฟิตออกส่องไฟทุกคืน ไม่เคยเห็นได้อะไรมา คนนำน่าจะไม่เจนป่ามั้ง ตกเย็นแกมาถามทางไปโป่งกระทิงที่ชายดง ห่างที่พักราวกิโลครึ่ง ว่าจะพาเจ้านายส่องไฟไปให้ถึงที่นั่น พรานโป้ยสำทับว่าให้ระวัง โป่งนี้ผีมันแรง จะเห็นไปได้ต่างต่างนานา ผมถามว่าทุกคืนน่ะไม่เจออะไรมั่งรึ "ก็พบบ่อยอยู่ละนาย สัตว์กี่ตัว แต่พรานปืนสิช้า ยิงบ่ทันซักเตื้อ" "บอกแล้วว่าป่านี้มันแรง พบจังหน้ายังไม่ได้ตัวเล้ย" พรานโป้ยว่าตามตำรับของแก สี่ทุ่มเข้านอนกันเงียบทั้งปางพัก ดึกดื่นเท่าไหร่ไม่รู้ได้ ผวาตื่นเพราะเสียงปืนเปรี้ยงเปรี้ยง สองนัด - ใกล้มาก คว้าเข็มขัดเจ้าโค้ลท จุด 357 แม้คนั่ม คาด ฉวยไฟฉายเผ่นออกมาเอะอะล้งเล้งกันอยู่ ทางกระโจมพักของเจ้าคุณกัลยาวัฒนวิศิษฐ์ ผมเข้าใจว่าโจรเข้าปล้น ด่วนจี๋ไปที่นั่น ลูกชายท่านบอกว่าไม่มีอะไรนอกจากเต๊นท์เจ้าคุณพ่อพรุนไปเจ็ดแปดรู มองรอบรอบ เห็นชุดพรานส่องไฟโป่งกระทิงยืนเรียงรายเด๋อด๋าอยู่ เค้าเร็วดีมาก มาถึงก่อนพวกเรา ปัญหาครับ ใครแอบยิงเต๊นท์เจ้าคุณกัลยาฯ ตัวท่านไม่เอ่ยอะไรซักคำ พรานชุดฟิตส่องไฟ มุ่งไปโป่งกระทิงตอนสองทุ่ม ช่วงนั้นเป็นป่าโปร่งตลอด ตาสัตว์สู้ไฟหลายครั้ง แต่ยิงไม่ทันจนแล้วจนรอด ย่ำกันจนอ่อนใจ ลุยไปถึงเขตโป่งที่พรานเจ้าของถิ่นบรรเลงชักเคลิ้ม ว่าผีโป่งแรงจริง เดินสาวด่านเข้าไปไม่เท่าไหร่ ผีโป่งเอาเข้าแล้ว ลูกไฟเรืองเรืองขนาดกำปั้น ลอยขึ้นลงว่อบแว่บ ดับไฟฉายยิ่งเห็นชัด ไอ้โป่งนี้เอาจริง มิน่าเค้าไม่มาคาดห้างกัน คนฉายไฟสะกิดพรานปืน เปรี้ยง - ลูกไฟยังอยู่ เปรี้ยง - ลูกไฟไม่ดับ ผีแรงจริงจริง ทำเสียงเหมือนคนแซ่ดไปหมด เผอิญเป็นปืนลูกซองแฝด บรรจุกระสุนใหม่ช้าหน่อย คนที่ร่วมทางไปด้วยจับเสียงได้ว่า "ใครยิ่งเต๊นท์" เฉลียวใจยั้งไว้ ก็เก่งกันทั้งนั้น ไม่ได้ไปไหนไกลร้อก พรานนำทางไม่รู้จักป่า พาส่องไฟวกวนจนเข้ามาถึงหลังปางพักที่เจ้าคุณกัลยาฯแขวนตะเกียงรั้วไว้ทุกคืน เคราะห์ดีแขวนไว้สูงเหนือเต๊นท์มาก เห็นเป็นโป่งเป็นผีไปด้วย ตื่นป่า ผีโป่งมันแรง - เปรี้ยง - แอ่น - แอ๊น มิใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนเล้ย มือปืนเจ้าเก่าของเจ้าคุณเทศานั่นแหละ เปรี้ยง - ลูกไฟยังอยู่ เปรี้ยง ตะเกียงไม่ดับ กระสุนเอสจีซะด้วย รุ่งขึ้นเจ้าคุณเทศาขอตัวกลับกรุงเทพก่อน ขืนอยู่อะไรจะพังอีกไม่รู้
ข้อมูล บทความ ข่าวสารและกราฟฟิกทั้งหมด ที่ปรากฏในเว็บไซต์ มณีบุ๊คส์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ที่ ถูกต้องตามกฏหมายของ สำนักพิมพ์สุภาว์ ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ทำสำเนา ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด ก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นๆ ก่อน