โดย สรศัลย์ แพ่งสภา
คำนำ
บทที่ 1
บทที่ 2
บทที่ 3
บทที่ 4
บทที่ 5
บทที่ 6
บทที่ 7
บทที่ 8
บทที่ 9
บทที่ 10
บทที่ 11
บทที่ 12
บทที่ 13
ภาพประกอบเรื่อง
ประวัติผู้แต่ง


คำนำของผู้เขียน
..................................
อุ่นเครื่องซะหน่อยนะครับ

ตอนรู้ภาษาอังกฤษพออ่านออกเขียนไม่ได้ ผู้ใหญ่ชอบพูดถึงเมืองเยอรมัน เยอรมันเก่ง เยอรมันดี
สินค้าทนยังโง้นยังงี้ ไอ้ผมก็ตั้งหน้าค้นหาว่าเยอรมันนั้นอยู่หนใดในยุโรป หาในแผนที่เท่าไหร่ก็ไม่พบ
กี่สิบเที่ยวก็ไม่พบ เอาไงแน่ ในแผนที่มีแต่ประเทศ “เกอร์แมนี่” โป๊ะตะเกียงตราไฟลุกบนฝ่ามือก็ว่า
"เมดอิน เกอร์แมนี่”" สินค้าอื่นก็เหมือนกัน ไม่กล้าถามใคร กลัวเสียหน้านักเรียนโรงเรียนอังกฤษที่
"ผู้การถาวร ช่วยประสิทธิ์”" แกเรียนอยู่ด้วย จนวันนึงไอ้ตี๋ร้านกาแฟเมียงๆ เข้ามาถาม

ลื้อเรียนภาษาอังกฤษ ช่วยบอกหน่อยว่ะ ทหารเยอรมันทำไมไม่อ่านทหารเกอร์แมน

ดวงตาเห็นธรรมทันใดทะลุปรุโปร่งถึงกรุงโตเกียวโน่น ปู้โธ่-หลงฝ่าดงกะเหรี่ยง
อ่านว่า "กรุงต๊อกโย" อยู่นานครัน

ผมได้รับรู้เรื่องนักเรียนไทยในเยอรมันมากขึ้นเป็นลำดับ ก็นักเรียนนายร้อยยุค ไกเซอร์ วิลเฮล์มที่ 2
ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 นี่แหละ ล้วนหวีผมแสกมีแนวตรงกับหัวคิ้วซ้ายเหมือนกันทุกท่าน
ลายมือเขียนภาษาเยอรมันก็เกือบเหมือนกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ไปอยู่กัน
คนละอย่างน้อย 8 ปีจากนั้นไปต่อประเทศอื่นอีก 1-3 ปี
โดนเข้าเบ้าหลอมที่เยอรมันออกมาเป็นรูปแบบเดียวกันหมดระเบียบจัด วินัยตึง ซื่อสัตย์
อยู่อย่างสมถะประหยัดเก็บออมรอมริบ
(ประหยัดกับขี้เหนียวน่ะมันคนละอย่างกันนะครับ) ข้อสำคัญต้องรักเทอดทูนเกียรติและศักดิ์ศรี
ดูรายพระนามและนามนักเรียนเยอรมันที่ผมรวบรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้เถอะครับ
มีท่านใดบ้างที่ร่ำรวยยศศักดิ์อัครฐานคลังสมบัติโอฬาร อุทยานราชอุตดม ไล่ลงมาเป็นรายองค์
รายตัวได้เลยครับฉะนั้นใครอยากจะคบลูกเศรษฐีละก็อย่าจับลูกนักเรียนเยอรมันเลยครับ
ไม่ว่าคนไหนรับรองได้ว่าผิดหวังทั้งนั้น

อันความประหยัดถ้วนถี่นี่แหละ เมื่อเดินทางกลับสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทุกท่านจึงเก็บสมบัติ
ประดามีกลับมาหมด- รูปภาพ สมุดภาพ จดหมาย โพสท์คาร์ด ตำรับตำรา เครื่องแบบ
และอุปกรณ์ต่างๆ ลูกหลานทายาทของท่านเหล่านั้นในปัจจุบันยังคงคบหาสัมพันธ์ใกล้ชิดกันอยู่
ซึ่งต้องขอขอบพระคุณที่ได้เอื้อกรุณาให้ข้อมูลอย่างวิเศษด้วย

เขียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับเยอรมัน ภาษาในเรื่องนี้ผมก็เลยตกกระไดพลอยโจนอ่านแบบ
"เกอร์แมน" นะครับเอาอะไรกันนักกันหนา ผิดถูกคงไม่ว่ากัน - ผิดตกยกเว้น

เรื่องของนักเรียนนายร้อยเยอรมันยุคไกเซอร์นี่น่าสนใจไม่น้อย
ต่างกลับเข้ามารับราชการ พัฒนากองทัพก้าวหน้าไปหลายก้าว อย่าง สมเด็จพระบรมราชชนก
ซึ่งทรงย้ายจากโรงเรียนนายร้อยไปโรงเรียนนายเรือ ก็ทรงสอบออกเป็นนายทหาร
ได้ในอันดับที่ 2 เสด็จกลับมาก็ทรงวางแนวความคิดประทานไว้แก่ราชนาวีไทย
เรื่องเรือดำน้ำที่ทรงเรียกว่า เรือ พันเอกพระยาศรีสิทธิสงคราม เป็นผู้ริเริ่มการต่อสู้ป้องกัน ภัย
ทางอากาศมาตั้งแต่ พ.ศ.2470และเสนอแนะให้กองทัพบกจัดซื้ออาวุธต่อสู้อากาศยานเข้ามา
ได้แก่ ปืนต่อสู้อากาศยานแบบต่างๆรถไฟฉายและเครื่องจับเสียงเครื่องบิน
พันเอกพระยาทรงสุรเดช ริเริ่มเรื่องยานยนต์ติดอาวุธและยานเกราะ
พลตรีพระศักดาพลรักษ์ และ พันเอกพระยาศรีพิชัยสงคราม ปรับการทหารช่างให้เข้าสู่มาตรฐานสากล
พลตรีหม่อมเจ้านิลประภัศร เกษมศรี กับพระสหายร่วมรุ่นไปก่อสร้างโรงเรียนทหารบกปืนใหญ่
ที่เป็นศูนย์การทหารปืนใหญ่ค่ายพหลโยธิน ณ บ้านโคกกระเทียม ในปัจจุบัน และเป็นผู้เปลี่ยน
เป็นปืนใหญ่ม้าเทียมลากอย่างจริงจังและก็ชุดเดียวกันนี่แหละเปลี่ยนจากม้าเป็นยานยนต์เทียมลาก

ส่วนเหล่าทหารราบนั้นมีกำลังสำคัญหลายท่านอย่าง พลตรีพระยาอานุภาพไตรภพ
พันเอกพระยาสุรเดชรณชิต
และ นาวาอากาศโทหลวงเนรมิตไพชยนต
เป็นกำลังสำคัญในการออกแบบสร้างเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด แบบ "บริพัตร" และเครื่องขับไล่
แบบ "ประชาธิปก"กองทัพอากาศสร้างเองทั้งหมด

สุดท้ายนักเรียนนายร้อยเยอรมันรุ่นไกเซอร์ก็สามารถเป็นหัวหน้าเข้าทำการปฏิวัติ
เปลี่ยนแปลงการปกครอง วันที่ 24 มิถุนายน 2475 อย่างที่รู้กัน แล้วทุกสิ่งก็เป็นไปตาม
วัฏจักร - เสื่อมสลายไป

เรื่องนี้ถ้าไม่รวบรวมขึ้นเป็นหลักฐานไว้ เมื่อหมดคนรุ่นผมที่ต่างห่างฝั่งไม่กี่ศอกแล้วก็คงสูญไป
อย่างไม่สมควรอภัยและท้ายนี้ก็ขอขอบพระคุณอย่างสูงต่อท่านผู้อ่านที่กรุณาติดตามมา

สรศัลย์ แพ่งสภา ...

สารบัญ 1. ตีนฟ้าเปิด 6. สมเด็จเจ้าฟ้า 2 พระองค์ 11. โกรสส์ ลิชแตร์เฟลเต้
รัศมีไม่สดใส
2. วุ้นสยาม 7. นักเรียนนายร้อย 12. เบอร์ลินร้าว
3. นักเรียนนอก 8. บางเหตุการณ์ 13. เยอรมันกระจุย
4. ความสัมพันธ์ 9. เพื่อนเกลอ
5. ไกเซอร์ – จักรพรรดิ
แห่งเยอรมัน
10. นายทหารไทย
จากต่างประเทศ