มาดาม

โดย กุลรัตน์
วิลาสินีพลิกกายครั้งแล้วครั้งเล่า กระสับกระส่ายอยู่บนเตียงหรู หล่อนเปิดเพลงแผ่วพลิ้วกลบเสียงเครื่องปรับอากาศ
ที่หึ่มอยู่เบาๆ แต่ที่หล่อนได้ยินก็มีเพียงเสียงทอดถอนหายใจของตนเอง

ห้องนั้นกว้าง ตกแต่งหรูหรา ศิตชัยเป็นเศรษฐี ซื้อทุกสิ่งที่จะบันดาลความสุขให้

เขาซื้อทุกอย่างตั้งแต่สิ่งของจนถึงคน รวมทั้งตัวหล่อนเองด้วย วิลาสินีเป็นคนสวยและที่หล่อนจะต้องเป็นก็คือเป็นคนสวย
หล่อนต้องเป็นผู้หญิงสวยที่พร้อมเสมอสำหรับสามี หล่อนพร้อมสำหรับเขามาตลอด แต่ในบัดนี้ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ไม่สนใจหล่อน

หล่อนผุดลุกขึ้นนั่ง ใบหน้างามที่ปราศจากเครื่องสำอางในกรอบผมหยิกอ่อนๆ ยาวรุ่ยร่าย เขม็งขมวดด้วยอารมณ์ไม่ปลอดโปร่ง นาฬิกาบอกเวลาสามนาฬิกาของวันใหม่ แต่ที่นอนข้างกายหล่อนยังคงว่างเปล่า หล่อนลุกเดินไปเกาะหน้าต่าง มองออกไป
สู่ความมืดข้างนอกอย่างไร้จุดหมาย ดวงตาสะท้อนความรู้สึกร้าวราน

และคืนนี้ก็เหมือนคืนก่อนๆ ที่หล่อนจบมันด้วยเหล้ากับยานอนหลับหลายเม็ด


"ยังไง้ คุณผู้หญิง ตื่นเสียเที่ยงวันเทียวนะจ๊ะ"

เสียงแหลมสูงเจือหัวเราะทักขึ้นในทันทีที่หล่อนก้าวเข้าไปในห้องนั้งเล่น อรดีกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้นวมใหญ่
ขาไขว้กันเหยียดยาวออกไปข้างหน้า มือถือหนังสืออ่านเล่น

อรดีสูงวัยกว่าวิลาสินีเล็กน้อย เรือนร่างอวบท้วมพอกพูนด้วยไขมันส่วนเกินตรงนั้นตรงนี้ สวมชุดลำลองที่ค่อนข้างฉูดฉาด หรูหรา
ผมสั้นดัดหยิก ใบหน้าถูกตบแต่งด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศ

วิลาสินีฝืนยิ้ม เดินมานั่งใกล้ๆ อีกฝ่ายขยับตัวขึ้นนั่ง

"ไม่สบายหรือไงจ๊ะ หน้าเซี้ยว เซียว ท่าทางซังกะตายจังเลย นี่ ไปเที่ยวกันดีกว่า"
"จะไปไหนกันดีล่ะคะ"
"ก็ไปเรื่อยๆ ไปหาข้าวกลางวันอร่อยๆ กินแล้วก็ช็อบปิ้งแก้กลุ้ม บางทีเลยไปบ้านคนนั้นคนนี้บ้างก็ได้"
"เฮ้อ...! หญิงสาวถอนใจ "เบื่อจัง"

เพื่อนหญิงมองหน้าหล่อน "หน้าตาเซ็งชีวิตจังเลย เห็นเป็นอย่างนี้ทั้งปี ขัดใจกับแฟนอีกแล้วใช่ไหม"
"เปล่า เราแทบจะไม่ได้พูดกันเลยด้วยซ้ำ"
"อ้าว เหรอ แล้วยังไงกัน"
หล่อนถอนใจ "ก็อย่างเคยของเขานั่นแหละ ทำงานแล้วก็ไปโน่นไปนี่ติดต่อไม่ได้ กว่าเขาจะกลับ
ฉันก็หลับปุ๋ยไปแล้ว พอฉันตื่นเขาก็ออกจากบ้านไปแล้วเหมือนกัน"

"เข้าใจ...เข้าใจ" สาวใหญ่พยักหน้ายิ้มๆ
"ตัวเองก็คงเล่นทั้งเหล้าทั้งยานอนหลับใช่ไหม ถึงได้หลับสนิทไม่รู้เรื่องเลยเวลาที่พ่อเจ้าประคุณกลับมาหรือแต่งตัวไปทำงาน"
"ทำไมคุณรู้ล่ะ"
"รู้ซิ ก็ฉันเคยเป็นมาแล้วนี่ คุณพิมุขของฉันก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่าคุณศิตชัยหรอก"
"แต่คุณใช้คำว่า เคยเป็น หมายความว่าเดี๋ยวนี้คุณไม่ต้องกินเหล้ากินยานอนหลับแล้วหรือ
คุณทำใจให้ยอมรับสภาพอย่างนั้นได้หรือ"
"เปล่า ฉันยังทำใจให้ยอมรับไม่ได้หรอก" อรดียกไหล่
"แต่...ฉันเห็นคุณก็สุขสบายใจดีนี่ ไม่เห็นเป็นอย่างฉันเลย"

"ฉันมีทางออกของฉัน"

"ทางออก ! ทางไหนหรือ บอกบ้างได้ไหม"
อรดีมองหน้าเพื่อนผู้อ่อนวัยอย่างชั่งใจ
"จะบอกให้ก็ได้ แต่ว่ารับปากไหมล่ะว่าจะเก็บไว้เป็นความลับ ลับสุดยอดเทียวนะ"
"ได้ซี ขอให้บอกเถอะ ฉันจะบ้าตายอยู่แล้วรู้ไหม มันเหงา ว้าเหว่ ตรอมใจอย่างบอกไม่ถูก จะหัวเราะก็ไม่ได้
ร้องไห้ก็ไม่ออก แล้วเลยพาลเบื่อโลกไปหมด รู้สึกว่าชีวิตมันช่างมืดมนอับเฉา หาความสุขไม่ได้เลย"

"ดีละ"
อรดีชูนิ้วชี้ขึ้น เล็บแหลมแดงแปร๊ด เพชรหัวแหวนเม็ดใหญ่ส่องประกายวูบวาบ
"แต่ฉันจะยังไม่บอกคุณหรอกนะ ฉันจะให้คุณรู้ โดยที่คุณจะต้องมีส่วนร่วมไปกับฉันด้วยตกลงไหม"
"ตกลง" หล่อนตอบรับทันที
"งั้นรับปากก่อนซีว่าคุณจะไม่ขัดเลยไม่ว่าฉันจะให้คุณทำอะไร"

"แต่ว่า!"
" ไม่มีแต่" น้ำเสียงเฉียบขาด เล็บแดงชี้ตรงมาที่หน้าหล่อน จ้องอย่างคาดคั้น
วิลาสินีตัดสินใจอย่างลังเล "เอ้า ตกลงก็ตกลง"
"ดี" ร่างอวบลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง
"งั้นขอโทรศัพท์หน่อย" หล่อนหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดปุ่มหมายเลข วิลาสินีมองตาม

"ฮัลโหล...คุณพี่หรือคะ... เย็นนี้จะกลับมาทานข้าวบ้านหรือเปล่าคะ... ยังไม่แน่หรือคะ...
เปล่าค่ะน้องจะบอกคุณพี่ว่าเพื่อนๆ ชวนไปทานข้าวค่ะ... ยังไม่รู้ว่าที่ไหนค่ะ….. ได้หรือคะ ค่ะ
งั้นเท่านี้นะคะ สวัสดีนะคะคุณพี่"

ครั้นตัดการติดต่อแล้ว เพื่อนสาวใหญ่ก็หันมาหลิ่วตาให้วิลาสินีก่อนจะกดหมายเลขใหม่

วิลาสินีได้ยินน้ำเสียงหวานเจื้อยแจ้วแบบเดิม คราวนี้เพื่อนหญิงหันหลังให้จึงจับใจความได้เพียงกระท่อนกระแท่น

"...เดี้ยนจะพาเพื่อนไปด้วยคนหนึ่งนะคะ... ค่ะ... เจอกันที่... ก็แล้วกัน... แล้วพบกันนะคะ บ๊ายบาย……"
"ใครน่ะ"
"ความลับจ้ะ เอ้า คราวนี้คุณโทรไปบอกกล่าวพ่อเจ้าประคุณของคุณซะ"
"ไม่ต้องบอกเขาหรอก ทิ้งโน้ตไว้ก็พอแล้ว ดีไม่ดีเขาจะกลับทีหลังเราเสียด้วยซ้ำ
เขาเองพูดอยู่เรื่อยๆ ว่าให้ออกไปเที่ยวเสียบ้าง จะได้ไม่หงุดหงิด คิดมาก"

"เหมือนคุณพิมุขน่ะแหละ ให้เงิน ให้อิสระ แต่ไม่ให้ตัวของเขา เราจะไปไหน จะใช้เงินเท่าไหร่ไม่ว่าทั้งนั้น
ขออย่างเดียวอย่าจุกจิกจู้จี้ หน้าง้ำหน้างอใส่เป็นใช้ได้ ยิ่งเราขอไปทัวร์เมืองนอกนะพ่อเจ้าประคุณตีปีกเลย"

อรดีพาวิลาสินีออกจากบ้านพร้อมกับเสื้อผ้าชุดลำลองสำหรับตอนค่ำ ทั้งสองไปทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหารหรู
เข้าร้านเสริมสวย ฆ่าเวลาอยู่ในห้างสรรพสินค้าแล้วจึงกลับไปแต่งตัวที่คฤหาสน์ของอรดี
ระหว่างเวลานั้นสาวใหญ่ก็แย้มพราย ิความลับี ออกมาทีละน้อยจนวิลาสินีเข้าใจปรุโปร่ง

"ฉันแทบไม่อยากเชื่อเลย"
"ทำไมจ๊ะ แม่คุ้ณ อย่าทำเป็นเด็กไร้เดียงสาไปหน่อยเลย เรื่องอย่างนี้มันธรรมด๊า ธรรมดา
บ้านไหนเมืองไหนเขาก็มีกันทั้งนั้น แล้วก็มีตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วด้วย"
"ถ้าเป็นคนอื่นมันก็ไม่แปลกหรอก แต่นี่……"
"ตอนแรกฉันก็รู้สึกแปลกๆ แต่ช่วยไม่ได้นี่" อรดียกไหล่ตามความเคยชิน

"คุณพิมุขทอดทิ้งฉัน อ้างงาน อ้างเพื่อน อ้างสังคม เขามีอีหนูเยอะแยะทำไมฉันจะไม่รู้ ตอนนั้นฉันตรอมใจมาก
แทบจะฆ่าตัวตายไปแล้วหลายหน ยิ่งกลุ้มใจก็ยิ่งหาเรื่องทะเลาะกับเขา ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด
จะหย่ากันก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร อยู่เฉยๆ มาจนแก่จะหาผัวรวยๆ ใหม่สักคนก็คงยาก ไหนจะลูกเต้าอีกตั้งสามคน
พอดีฉันเห็นโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์….. อืมมม… เขาว่าอย่างนี้นะ... คุณจะเป็นใครไม่สำคัญ
ถ้าต้องการเพื่อนโปรดโทรถึงเรา... แล้วฉันก็โทรไป"

"คุณกล้า?"

"แน่นอน เวลาคนเราเซ็งสุดขีดอะไรๆ ก็ทำได้ทั้งนั้นแล้วพวกเขาก็ไม่ถามเลยว่าเราเป็นใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน
เขาถามแต่เพียงว่าเราต้องการผู้ชายแบบไหน แล้วก็เต็มใจจะจ่ายเท่าไหร่ เท่านั้นเอง
แล้วก็ให้เราเลือกสถานที่นัดพบ พร้อมกับนัดหมายให้รู้ว่าฉันกับคู่นัดจะสังเกตรู้กันได้ยังไงอย่างเช่นสีเสื้อผ้า
หรือถืออะไรไว้ในมือ คำทักทายและตอบโต้กันอะไรอย่างนี้แหละ"

หล่อนหัวเราะเมื่อรำลึกถึงเหตุการเก่าๆ
"แหม คุณเอ๊ย มันตื่นเต้นดีอย่าบอกใครเลย"
"คุณต้องจ่ายเงินมากไหม"
"ไม่เหลือวิสัยที่เราจะจ่ายได้หรอกน่า ฉันเลือกของแพงเพราะเชื่อว่าคุณภาพจะต้องดีกว่า"

หล่อนหัวเราะคิกคักแล้วบอกจำนวนเงินออกไป
"นี่หมายถึงบริการทุกอย่างเลยนะ ทุกอย่างตามแต่เราต้องการ แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เราจะต้องจ่ายเองทั้งหมด"
"แหม มันยังไงๆ ก็ไม่รู้ละ" วิลาสินีพูดอย่างอดสูใจ
"ก็คิดเสียว่าเราต้องการแค่เพื่อนซิ เพื่อน ! ไม่ใช่อย่างอื่น"
"แต่ถ้าเขาคิดว่าเราต้องการอย่างอื่นล่ะ"
"เขาคิดยังไงไม่สำคัญหรอก มันขึ้นอยู่กับเรา เราจ่ายเงินให้เขา ถ้าเราไม่พอใจคนนี้
คราวหน้าก็บอกไปเลยว่าขอเปลี่ยนใหม่"

วิลาสินีกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น "ฉัน...เอ้อ! ขอกลับบ้านไปคิดดูก่อนได้ไหม"
"ม่ายด้าย" อรดีทำตาดุ

"ไหนคุณสัญญาไงล่ะว่าจะทำทุกอย่างที่ฉันบอก ไม่ได้นะ ถ้าคุณไม่ไปกับฉัน
ฉันถือว่าคุณทรยศหักหลังหลอกให้ฉันเล่าออกมา"
หล่อนถอนใจ อึดอัดในอกอย่างบอกไม่ถูก!


page: [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ] [ 6 ]